เซบิกา ทาเมอร์ซา
เซบิกา และทาเมอร์ซา เป็นโอเอซิสภูเขาที่มีชื่อเสียงในประเทศตูนิเซีย เป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่งดงามด้วยน้ำตก ลำธาร และต้นปาล์ม
Emirates (EK)
*รูปภาพสำหรับโฆษณาเท่านั้น
สัมผัสเสน่ห์ประเทศตูนีเซีย ย้อนรอยประวัติศาสตร์อันรุ่งโรจน์ ณ ดินแดนแห่งสีสันริมชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน.. ย้อนรอยประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่ ณ เมืองคาร์เธจ เมืองท่าในตำนานของชาวฟีนิเซีย ผู้ครองน่านน้ำเมดิเตอร์เรเนียน เยือนหมู่บ้านสีขาวฟ้า น่ารัก ณ เมืองซิดิ บูซาอิค ทิวทัศน์แสนงดงามของอ่าวตูนิส ชมโอเอชีส เชบิกา ทาเมอร์ซา และมิเดส ที่สวยงามที่สุดแห่งทะเลทรายซาฮาร่า ขี่อูฐชมพระอาทิตย์ตก บนเนินทะเลทรายซาฮาร่า ที่มีผืนทรายอันกว้างใหญ่ เที่ยวเมืองดูซ เมืองต้นทางของเส้นทางซาฮาร่าของกองคาราวาน จึงเสมือนเป็น“ประตูสู่ซาฮาร่า" ท่องเที่ยวแหล่งโบราณสถานอันน่าทึ่ง มรดกโลก อาทิ เช่น เมืองดูกก้า เมืองไครวน เมืองเอล เยม เมืองคาร์เธจ ชมบ้านหลุมโทรโกลไดท์ ที่โด่งดัง บางหลุมถูกใช้เป็นฉากสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง Star Wars เมืองเอล เยม อดีตเมืองโรมัน ชมซากปรักของอัฒจันทร์โคลอสเซี่ยม ที่ใหญ่โตพอ ๆกับโคลอสเซี่ยมในกรุงโรม มรกดกโลก UNESCO ทัวร์เน้นเที่ยว สบายๆ คัดสรรโรงแรม ที่พักที่มีคุณภาพ ลื้มลองอาหารขึ้นชื่อของแต่ละเมือง เตรียมตัวให้พร้อม! ออกเดินทางสู่ดินแดนแห่งอารยธรรม..ตูนิเซีย
ราคาต่อท่าน แชร์ห้องพัก 2 ท่านต่อห้อง
ยังไม่มีวันเดินทางที่เปิดแสดงในขณะนี้ กรุณาติดต่อทีมงานเพื่อสอบถามรอบเดินทางล่าสุด
*วันเดินทาง ราคา และส่วนลด ใช้อ้างอิง ณ วันที่ 31 ก.ค. 69 เท่านั้น
22.00 พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ ชั้น 4 ประตู 9 เคาเตอร์ T สายการบินอิมิเรสต์ เจ้าหน้าที่บริษัท ให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกในการเช็คอินท์
02.00 ออกเดินทางโดยเที่ยวบินที่ EK377 เพื่อบินสู่สาธารณรัฐอาหรับอิมิเรตส์ ใช้เวลาบินประมาณ 6 ชม. เวลาที่ดูไบจะช้ากว่าประเทศไทย 3 ชม.
06.00 ถึงสนามบินนานาชาติดูไบ นำท่านต่อเครื่องบินเที่ยวบิน EK747
08.40 เครื่องบินออกสู่ประเทศตูนิเซีย ใช้เวลาบินประมาณ 6 ชม.
12.35 ถึงสนามบินคาร์เธจ เมืองตูนิส ประเทศตูนิเซีย ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร
จากนั่นได้เวลาเดินทางต่อสู่ เมืองซิดิ บูซาอิค ห่างจากตัวเมืองไม่นานประมาณ30นาที หมู่บ้านสีฟ้าและสี ขาวน่ารัก บนหน้าผาที่สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์แสนงดงามของอ่าวตูนิส มี ตำนานเล่าขานไว้ว่านักบุญหลุยส์ผู้ซึ่งเสร็จจากศึกสงครามได้มาถึงที่แห่งนี้ ได้ตกหลุมรักกับเจ้าหญิงเบอร์ เบอร์ และได้อาศัยอยู่อย่างสงบสุข จึงได้เปลี่ยนชื่อและกลายจากนักบุญมาเป็นผู้อุปถัมภ์ของหมู่บ้านแห่งนี้ นำท่านเยี่ยมชมหมู่บ้านที่มีมนต์เสน่ห์และเรื่องราวที่แสนสุขสันต์ //ได้เวลานำท่านเข้าสู่ที่พัก
กลางวัน รับประทานอาหาร ณ ภัตตคารท้องถิ่น
ได้เวลาพอสมควร นำท่านเดินทางสู่เมืองตูนิส
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ
พักที่ ...........หรือเทียบเท่า
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมพร้อมเช็คเอ้าท์
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองดูกก้า โดยใช้เวลาประมาณ2ชั่วโมง..เพื่อชมโบราณสถาน ของเมืองดูกก้า หรือ ตุกก้า แหล่งโบราณคดีที่ได้รับการประกาศเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโกในปี ค.ศ. 1997
นำท่านชมและเก็บบันทึกภาพเมืองโรมันโบราณในพื้นที่ 65 เฮคตร้า ซึ่งกล่าวได้ว่าเป็นเมืองโบราณยุคสมัยโรมันที่คงความสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งในทวีปอัฟริกาเหนือแต่เมื่อเผ่าชนชาวแวนดัล ได้รุกรานเข้ามาโจมตีปล้นสะดม ผู้คนได้อพยพหลบหนีออกจากดูกก้าทิ้งให้รกร้างไร้ผู้คน หลงเหลืออยู่เพียงหมู่บ้านเล็ก ๆ อยู่ด้านหลังของภูเขา ทำให้เมืองดูกก้ากลายเป็นเมืองร้าง
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
จากนั่น ออกเดินทางสู่ เมืองไครวน หรือคารวาน เดินทางประมาณ2ชั่วโมงในภาษาเปอร์เซียเป็นอดีตเมืองหลวง ของแม็กห์เร็บ เป็นเมืองหลวงทางวัฒนธรรมอิสลามที่ได้รับการประกาศเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก เป็นเมืองที่ก่อตั้งโดยชาวอาหรับราวปี ค.ศ. 670 ในรัชสมัยของพระเจ้ากาหลิบ มูวิยา และได้กลายเป็นศูนย์กลางในการสอนศาสนา อิสลามและคัมภีร์กุรอาน เป็นเมืองศักดิ์สิทธิ์ลำดับที่ 4 รองจากเมืองเม็กกะ, เมืองเมดิน่า และเมืองคูฟา และเมืองไครวนได้รับการกล่าวขานว่าเป็นเมืองแห่ง 50 มัสยิด มีสำคัญทางศาสนาในแถบอัฟริกาเหนือ และยังเป็นศูนย์กลางของพรมทอที่มีชื่อเสียงมากที่สุดและเก่าแก่ที่สุดในตูนีเซีย มีเอกลักษณ์ในเรื่องศิลปะการใช้เรขาคณิตเบอร์เบอร์ในการออกแบบพรมที่มีความเป็นเลิศ และได้สร้างความภาคภูมิใจให้กับช่างทอพรมของเมืองเป็นอย่างมาก
เย็น รับประทานอาหารค่ำภายในโรงแรมฯ
พักที่ ................................หรือเทียบเท่า
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมพร้อมเช็คเอ้าท์
นำท่านเที่ยวชมสถานที่ท่องเที่ยวใน เมืองไครวน...ชม สระน้ำอักห์ลาไบท์ชมที่สร้างขึ้นโดยผู้นำชาวอักห์ลาไบท์ สระกักเก็บน้ำเพื่อส่งป้อนเข้าสู่ตัวเมือง เป็นประจักษ์พยานให้เห็นถึงทักษะความสามารถของคนในศตวรรษที่ 7 ที่สามารถพัฒนานำระบบไฮโดรลิกมาใช้งานทดน้ำเพื่อการประปา
แล้วนำท่านชม สุสานของซิดิ ซาห์อับ หรือเป็นที่รู้จักกันทั่วไปว่าเป็นมัสยิดของช่างตัดผม เป็นเสมือนอนุสรณ์สถานของศตวรรษที่ 17 หลุมฝังศพ โดม และอาคาร สร้างขึ้นโดย บีย์ มูราดิด ฮัมมูดา ปาชา (บีย์คือชื่อตำแหน่งเจ้าผู้ครองนคร หอมินาเรต หรือหอคอยยอดแหลม และห้องเรียนห้องสอนศาสนา สร้างโดยบีย์ มูราด ที่ 2 มัสยิดแห่งนี้เป็นที่เคารพบูชาของ อาบู ซามา อัลบาลาวี ผู้นำศาสนาอิสลามที่รู้จักกันอย่างดีในนาม ซาดิ ซาห์บี สหายขององค์ศาสดามูฮัมมัด ซึ่งเคยประกอบอาชีพช่างตัดผมและได้เก็บเครา 3 เส้นของพระศาสดามูฮัมมัดไว้ในกระเป๋าและติดตัวโดยตลอด จึงนำชื่อของท่านมาใช้กับมัสยิดแห่งนี้ ท่านจะได้ชมศิลปะการตกแต่งด้วยเซรามิก และปูนสทัคโค ที่งดงามตั้งแต่ระเบียงทางเดินภายใต้หลังจนถึงห้องหอด้านใน นำท่านสู่ด้านในของกำแพงเมืองเก่าย่านเมดิน่า
ชม สุเหร่าอัคบา ถูกสร้างขึ้นใหม่ในปี ค.ศ. 817 จากมัสยิดเดิมที่สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 670 โดย อัคบา อินาฟิ เพื่อเป็นอนุสรณ์เฉลิมฉลองการมีชัยชนะเหนือคริสเตียนไบเซนไทน์ ถึงแม้จะไม่หลงเหลือร่องรอยของสิ่งก่อสร้างอาคารดั้งเดิมในศตวรรษที่ 7 แต่มัสยิด ซิดิ อัคบา แห่งนี้ก็มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเป็นมัสยิดแรกและในเมืองแรกของศาสนาอิสลามในโลกอิสลามตะวันตก ความใหญ่โตของการก่อสร้าง คอลัมน์เสาหินแกรนิตจำนวน 414 ต้น ค้ำตัวอาคารที่เปรียบเสมือนดั่งกำแพงสี่ด้านกว้าง 70 ยาว 125 เมตร ล้อมรอบลานหินกว้างด้านหน้าเป็นหอคอยสามชั้นที่สูงใหญ่โต และอาคารมัสยิดหลังคาโดมที่ห้องโถงใช้สำหรับทำละหมาดสวดมนต์อาคารแสดงถึงศิลปะและสถาปัตยกรรมชั้นสูงของโลกอิสลามตะวันตก
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
นำท่านเดินทางสู่ เมืองสไบทลา เดินทางประมาณ1.30ชั่วโมง เมืองโรมันโบราณ และเมือง อารยธรรมเก่าแก่ของพิวนิกที่บรรดาซากปรักของสิ่งก่อสร้างที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ในศตวรรษที่ 7 และได้รับการดูแลเก็บรักษาไว้อย่างดีที่สุดในตูนีเซีย สบีทลา ผู้ปกครองเมืองได้ประกาศอิสระภาพ พ้นจากการอยู่ใต้อำนาจของอาณาจักรคริสเตียนไบเซนไทน์ แล้วยกตนเองขึ้นเป็นจักรพรรดิ พร้อมกับสถาปนาสบีทลาขึ้นเป็นเมืองหลวงแทนคาร์เธจ ในปี ค.ศ. 646 หลังจากได้รับการสนับสนุนจากกองกำลังอาหรับมุสลิมตะวันออกอย่างลับๆ มาตั้งแต่ปี ค.ศ. 642 แต่กระนั้นก็ได้จุดประกรายการเริ่มต้นของการสิ้นสุดของคริสเตียนในตูนีเซีย
แล้วนำท่านชมสถานที่ซึ่งเป็นแหล่งโบราณคดีในยุคสมัยโรมัน ที่สามารถบ่งบอกถึงความเจริญรุ่งเรืองในอดีตกาลได้เป็นอย่างดี จากซากปรักที่คงรูปทรงหลงเหลือให้เห็น ไม่ว่าจะเป็นกำแพงซุ้มประตู ป้อมปราการ โรงละครกลางแจ้ง ศาลากลาง โบสถ์คริสเตียน ห้องอาบน้ำ และทางเดินที่ปูลาดรายเรียงด้วยก้อนหิน
เมื่อได้เวลาอันสมควรแล้ว จากนั่นเดินทางต่อสู่เมืองโทเซอร์ TOZEUR
เย็น รับประทานอาหารค่ำภายในโรงแรมฯ
พักที่...................................หรือเทียบเท่า
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมพร้อมเช็คเอ้าท์
นำท่านโดยสารรถขับเคลื่อน 4 ล้อสู่โอเอซิส 3 แห่งที่กล่าวได้ว่าเป็นหนึ่งในโอเอซิสที่สวยงามมากที่สุด ได้แก่ เชบิกา ทาเมอร์ซา และมิเดส ให้ท่านได้เก็บภาพทะเลทรายและภาพโอเอซิสที่ให้ความชุ่มชื้นหล่อเลี้ยงพื้นที่และผู้คนอย่างยาวนาน เชบิกา ตั้งอยู่ที่เชิงเขาเป็นที่รู้จักกันในนามว่า Qasr EL - Shams หรือปราสาทแห่งดวงอาทิตย์ ในยุคสมัยโรมันเป็นที่ตั้งของด่านหน้า
และต่อมาเป็นที่ลี้ภัยองชาวเบอร์เบอร์ เป็นโอเอซิสภูเขาภายใต้ร่มเงาของต้นปาล์มอินทผลัม มีแหล่งน้ำ น้ำตก และลำธารหล่อเลี้ยงความชุ่มชื้น ทาเมอร์ซา โอเอซิสภูเขาที่ใหญ่ที่สุดในตูนิเซีย และมีเมืองอยู่รอบนอกบริเวณเชิงเขา เต็มไปด้วยภูมิทัศน์ของแคนย่อน ขุนเขาสูงชันแปลกตา กำแพงผาเป็นหินโค้ง
มีน้ำพุที่ก่อตัวเป็นธารน้ำตกสองสายไหลหลั่งจากผาหินสีอมชมพูลงสู่หุบเบื้องล่าง สร้างความชุ่มชื้นต่อพืชพันธุ์ทำให้เจริญเติบโตแลดูสดชื่นเขียวขจีไปทั่งบริเวณ มิเดส โอเอซิสที่ถูกขนาบด้วยเขาลักษณะแคนยอนที่ถูกกันเซาะโดยสายน้ำในช่วงอดีตดึกดำบรรพ์ 2 ลูก เป็นแนวผาหินสีชมพูรูปทรงสวยงามมีความยาวถึง 3 กิโลเมตร สร้างความงดงามของภูมิทัศน์ธรรมชาติ และมีภัยธรรมชาติอันเกิดจากอุทกภัยในปี ค.ศ. 1969 เช่นเดียวกันกับที่เกิดขึ้นกับทาเมอร์ซา ได้ทำลายหมู่บ้านเก่าที่บ้านก่อด้วยอิฐฉาบโคลนไปสิ้น จึงต้องไปตั้งถิ่นฐานใหม่ไปสร้างบ้านสีขาวกระจัดกระจายท่ามกลางเนินเขาสูงเหนือหุบลึก
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารท้องถิ่น
จากนั่นเดินทางต่อสู่ เมืองดูซ เมืองที่ตั้งอยู่ตอนกลางของประเทศฯ ต้นทางของเส้นทางซาฮาร่าของกองคาราวานจึงเสมือนเป็น“ประตูสู่ซาฮาร่า"
พิเศษ นำท่านขี่อูฐชมพระอาทิตย์ตกบนเนินทะเลทราย
พิเศษ นำท่านขี่อูฐชมพระอาทิตย์ตกบนเนินทะเลทราย
นำท่านสู่โรงแรมที่พักในเมืองดูซ พักค้างคืนที่โรงแรม.............................หรือเทียบเท่า
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมฯ พร้อมเช็คเอ้าท์
ต่อจากนั้นนำท่านออกเดินทางต่อไปยัง เมืองแมทมาท่า เป็นเมืองขนาดเล็กที่ยังคงมีชาวเบอร์เบอร์อาศัยอยู่บางส่วนในถิ่นที่อยู่อาศัยโครงสร้างใต้ดินแบบดั้งเดิมโทรโกลไดด์ โครงสร้างดังกล่าวคือการขุดหลุมขนาดใหญ่เป็นปล่องลึกลงไปในพื้นดินและหินราว 5 – 10 เมตร จนเกิดเป็นลานกว้าง จากนั้นขุดเจาะตามแนวกำแพงปล่องเป็นโพรงถ้ำเพื่อใช้เป็นห้องพัก และห้องต่างๆ โดยมีทางเดินแคบๆ เชื่อมต่อกัน มีบันไดทอดเทียบเพื่อลงไปสู่ลานบ้านหลุม และสามารถจัดเก็บได้เมื่อไม่ใช้งาน
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวันภายในโรงแรม
บ่าย นำท่านชม บ้านหลุมโทรโกลไดท์ ที่โด่งดัง บางหลุมถูกใช้เป็นฉากสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง Star Wars มหากาพย์ที่โด่งดัง เดินทางต่อสู่เมืองเมดินีน Medenine ในอดีตเป็นที่ตั้งกองกำลังจากเยอรมันและมาเป็นที่อยู่ของชาวเบอร์เบอร์ต่อมาคำว่าเมดินีนในภาษาเบอร์เบอร์สร้างแบบห้องๆด้วยดินเหนียว เรียกห้องๆแบบนี้ว่า กอร์ฟา Ghorfas ปัจจุบันยังคงเป็นที่อยู่อาศัยของชาวเบอร์เบอร์ และเป็นอีกหนึ่งสถานที่ๆใช้ในการถ่ายภาพยนตร์ Star Wars
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน
บ่าย นำท่านเดินทางต่อสู่ เมืองสแฟกซ์ ระหว่างทางแวะถ่ายรูปที่ เมืองตูจาน (Toujane) หมู่บ้านชาวเบอร์เบอร์ที่ตั้งอยู่บนสองฟากของภูเขาที่แทงยอดสูงชะลูดเสียดฟ้า ถ่ายรูปสิ่งก่อสร้างที่ก่อขึ้นด้วยหินภูเขาในสถาปัตยกรรมที่มีรูปทรงอันเป็นเอกลักษณ์ในหมู่บ้านแห่งนี้ ท่านจะประทับใจกับวิวทิวทัศน์มุมมองจากหมู่บ้าน ที่มีสายน้ำต้นปาล์มอยู่มากมาย
ได้เวลาเดินทางต่อสู่ เมืองสแฟกซ์ ประมาณ 3 ชั่วโมง เมืองสแฟกซ์ถือได้ว่าเป็นเมืองหลวงรองจากเมืองตูนิส เมืองที่ติดท่าชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนที่สำคัญ สร้างขึ้นราวในปี ค.ศ.849 บนบนซากปรักของเมืองโบราณเก่า ปัจจุบันเป็นเมืองสำคัญทางการค้า เศรษฐกิจของตูนีเซียอย่างมาก หลังจากนั้นนำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พัก
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม
พักที่..............................................หรือเทียบเท่า
เช้า รับประทานอาหารเช้าพร้อมเช็คเอ้าท์ออกจากโรงแรม
นำท่านสู่ เมืองเอล เยม เมืองเล็ก ๆทางตะวันออกของประเทศ เป็นอดีตเมืองโรมัน ที่เป็นหนึ่งในเมืองที่สำคัญที่สุดในทวีปอัฟริกาต่อจากคาร์เธจ ซากปรักของอัฒจันทร์โคลอสเซี่ยมที่ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 230 หรือกลางศตวรรษที่ 3 เป็นโคลอสเซี่ยมที่ใหญ่โตพอ ๆกับโคลอสเซี่ยมในกรุงโรม โดยมีความกว้าง 122 เมตร ยาว 148 เมตร สูง 35 เมตร สามารถจุผู้ชมได้ถึง 35,000 คน ได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโกในปี ค.ศ. 1979
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
นำคณะออกเดินทางสู่ เมืองฮัมมาเมต สถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิต ติดอันดับต้น ๆของตูนีเซีย ฮัมมาเมต เป็นเมืองชายทะเลเมดิเตอร์เรเนียนยอดนิยมของชาวตูนิเซีย ซึ่งมีหาดที่มีทรายละเอียด น้ำทะเลเป็น ประกาย เรือประมงสีสดใส เหมาะแก่การเดินเล่นริมชายหาด แวะเที่ยวชมจัตุรัสเมดิน่าที่มีกำแพงและ ป้อมปราการล้อมเป็นฉากหลังแต่ด้านในมีร้านค้า ร้านกาแฟ งานของฝากสินค้าพื้นเมืองมากมาย ได้เวลาเดินทางต่อสู่เมืองฮัมมาเหม็ดค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม
พักที่...............หรือเทียบเท่า
เช้า รับประทานอาหารเช้าพร้อมเช็คเอ้าท์ออกจากโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่เมืองหลวง เมืองตูนิส โดยผ่านเมืองนาเบล เมืองที่มีชื่อเสียงด้านการทำเครื่องปั้นดินเผาเซรามิคลวดลายต่างๆและส่งขายทั่วทั้งประเทศตูนีเซีย ที่นี่จะมีสาธิตวิธีการเขียนลวดลายบนลงงาน กระเบื้องทั้งหมด
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
นำท่านชมซากปรักหักพัง ซึ่งได้มีการระดมนักโบราณคดีจากหลายชาติมาช่วยบูรณะพื้นที่ที่ครอบคลุม โรมันโบราณ จึงได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก ในปี ค.ศ. 1979 ชมห้องอาบน้ำร้อนแอนโตอินิน เป็นหนึ่งในห้องอาบน้ำที่ใหญ่ที่สุดที่สร้างขึ้นภายใต้อาณาจักรโรมัน กับห้องเย็นที่น่าตื่นตาตื่นใจยิ่งนัก ด้วยความยาวงถึง 47 เมตรและสูง 15 เมตร
เดินทางสู่เมืองตูนิสใช้เวลาประมาณ45นาที จากนั้นผ่านชมเมืองตูนิสได้แก่ Gate of France ประตูเมืองฝรั่งเศส, เมดิน่า ,สถานทูตฝรั่งเศส และโบสถ์คาธอลิค ตั้งอยู่บนถนน Habib Bourguiba ใจกลางเมืองตูนีส
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม พักที่..................................................หรือเทียบเท่า
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมพร้อมเช็คเอ้าท์
นำท่านเดินทางเข้าสู่ เมืองคาร์เธจ นำท่านเดินทางโดยรถโค้ชสู่เมืองคาร์เธจ ในยุคกรีกโบราณคือนครคาร์เธจที่ถูกสร้างขึ้นโดยชาวฟินิเซีย ตั้งอยู่บนแหลมบริเวณเวิ้งอ่าวตูนิส ทำให้ได้เปรียบในด้านการเดินเรือ การค้าทางทะเลเมดิเตอร์เรเนียนที่สำคัญเป็นจุดส่งผ่านขึ้นเรือทุกลำที่จะข้ามทะเลสู่เกาะซิซีลี แต่นครคาร์เธจได้สูญสลายการพ่ายแพ้ต่อกองทัพโรมันในสงครามพิวนิกที่โรมันได้เผาทำลายนครคาร์เธจจนสิ้นซาก ดังนั้นจึงเป็นเพียงตำนานเล่าขานของนครคาร์เธจเท่านั่น ในเวลาต่อมาโรมันได้กลับมาสร้างเมืองคาร์เธจให้โชติช่วงขึ้นใหม่บนซากปรักหักพัง พร้อมสิ่งปลูกสร้างที่ยิ่งใหญ่ โรงละครวิลล่า และห้องอาบน้ำ นครคาร์เธจกลายเป็นเมืองหลวงในการบริหารในแถบอัฟริกา ได้เวลาพอสมควรนำท่านเดินเล่น ชมบรรยากาศ ณ ย่านเมดิน่า เมืองตูนิส
12.00 รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารท้องถิ่น
ได้เวลานำท่านเดินทางสู่สนามบิน
14.55 ออกเดินทางจากตูนิส โดยเที่ยวบินที่ EK748
23.30 ถึงสนามบินดูไบ **เปลี่ยนเครื่อง
03.50 ออกเดินทางจากสนามบินดูไบ โดยเที่ยวบินที่ EK376
12.55 ถึงสนามบินสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ
คลิกที่รูปเพื่อดูภาพขนาดใหญ่
เซบิกา และทาเมอร์ซา เป็นโอเอซิสภูเขาที่มีชื่อเสียงในประเทศตูนิเซีย เป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่งดงามด้วยน้ำตก ลำธาร และต้นปาล์ม
เมืองคาร์เธจ เมืองโบราณที่รุ่งเรืองที่สุดในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ก่อตั้งโดยชาวฟีนิเชียในศตวรรษที่ 9 ก่อนคริสต์ศักราช เป็นคู่แข่งทางการค้าและสงครามสำคัญของโรมใน สงครามปุนิก ก่อนถูกทำลายและสร้างใหม่ในสมัยโรมัน ปัจจุบันเป็นแหล่งมรดกโลก UNESCO ที่มีซากปรักหักพังสำค...
สไบทลา เป็นเมืองโบราณทางตอนกลางของตูนิเซียที่มีชื่อเสียงด้านแหล่งโบราณคดีโรมันที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดีเยี่ยม โดยเฉพาะวิหารฟอรัมโรมัน ซึ่งขุดค้นระหว่างปี 1906-1921 ซากเมืองนี้ตั้งอยู่ใกล้เมืองอัล-กัสรายน์ ห่างจากเมืองหลวงไปทางตะวันตกเฉียงใต้
บ้านหลุมไทรโกลไดท์ ที่โด่งดัง บางหลุมถูกใช้เป็นฉากสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง Star Wars มหากาพย์ที่โด่งดัง
เมืองเอลเยม เป็นที่ตั้งของอัฒจันทร์โรมันโบราณ ที่สมบูรณ์และใหญ่ที่สุดในแอฟริกาเหนือ สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 3 จุคนได้กว่า 35,000 คน ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO ในปี 1979 และเป็นแลนด์มาร์กประวัติศาสตร์ที่โดดเด่นคล้ายโคลอสเซียมแห่งโรม
ให้ทีม Planet Worldwide ช่วยตรวจสอบวันเดินทาง ที่นั่งว่าง และรายละเอียดล่าสุดก่อนตัดสินใจ
รหัสทัวร์ 909