** เรียนแจ้งสำหรับรายการทัวร์เดินทางโดยสายการบินไทย ช่วงไฮซีซั่น เดือน ตุลาคม / ปีใหม่ / สงกรานต์ / วันหยุดไทย
บริษัทฯ จะต้องออกตั๋วเร็วที่สุด และจำเป็นต้องปิดกรุ๊ป ก่อนการเดินทาง 40 วัน เนื่องสายสายการบินกำหนด ต้องออกตั๋วหมู่คณะก่อนการเดินทาง 30 วัน **
1.วันแรก กรุงเทพฯ – เดลลี
05.00 คณะพร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตูทางเข้าที่ 4 แถว H โดยการบินไทย
07.35 เหิรฟ้า สู่เมืองเดลลี ประเทศอินเดีย (India) โดยเที่ยวบินที่ TG323 (4.30 ชม.)
10.35 ถึงท่าอากาศยานนานาชาติอินทิราคานธีร์ เมืองเดลลี (New Delhi) ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและตรวจรับสัมภาระเรียบร้อยแล้ว **เวลาที่อินเดียช้ากว่าประเทศไทย 1.30 ชั่วโมง**
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
แวะถ่ายรูป India Gate หรือประตูเมืองอินเดีย เป็นสิ่งก่อสร้างมีลักษณะคล้ายคลึง L Arc de Triomphe ของ ฝรั่งเศส มีความมุ่งหมายให้เป็นอนุสรณ์แก่ทหารที่พลีชีวิตในสงครามครั้งสำคัญๆ ของอินเดีย โดยได้จารึก รายชื่อของทหารที่เสียชีวิตในสนามรบ เช่น ทหารและข้าราชการอินเดียและอังกฤษ จำนวน 13,516 คน ที่ พลีชีวิตในสงครามชายแดนด้านตะวันตกเฉียงเหนือ และรวมทั้งทหารอินเดีย จำนวน 60,000 นาย ที่เสียชีวิตในสงครามโลก ครั้งที่ 1 ส่วนบนยอดของประตูอินเดีย สร้างเป็นอนุสรณ์แก่ทหารนิรนาม วัสดุในการก่อสร้างเป็นหินทรายแดง เป็นแท่งทึบ มีความสูงจากระดับพื้นถนน 42.3 เมตร ส่วนโค้งของซุ้มประตู กว้าง 9.1 เมตร สูง 22.8 เมตร ตรงกลางระหว่างประตูมีกระถางหินทรายแดงขนาดใหญ่ จุดไฟลุกโชนไม่เคยดับมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2475
นำท่านเดินทางสู่ วัดอักชารดาห์ม หรือ วัดสวามีนรายัน อักชารดาห์ม ณ สถานที่แห่งนี้เป็น ตัวอย่างของวัฒนะธรรมอินเดียกว่า 10,00 ปี และ ยังเป็นเสมือนเป็นหัวใจสำคัญของงาน สถาปัตยกรรมอินเดีย โบราณอย่างแท้จริง ที่แสดงถึงวัฒนธรรมความรุ่งเรืองด้านศิลปะ ตลอดจนแสดง ถึงจิตวิญญาณของอินเดียและยังเป็นสัญลักษณ์ของความสุข ความเจริญ และการปรองดองของมนุษยชาติ
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำภายในโรงแรมฯ
นำท่านเข้าที่พักเมืองเดลลี...........⭐⭐️⭐️⭐️⭐️
2.วันที่สอง เดลลี - อัครา - อัคราฟอร์ท
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม พร้อมเช็คเอ้าท์
นำท่านเดินทางสู่ เมืองอัครา
เมืองเก่าแก่เมืองหนึ่งของประเทศอินเดีย เคยเป็นศูนย์กลางการปกครองของอินเดียสมัยราชวงศ์โมกุล สลับกันกับเมืองเดลี และเป็นสถานที่ตั้งของ ทัชมาฮาล (ระยะทาง 252 กม.ประมาณ4-5ชั่วโมง)เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
จากนั้นนำท่านชม พระราชวังอัคราฟอร์ด ซึ่งเป็นพระราชวังที่สวยงามมีบริเวณกว้างใหญ่ ใช้เวลาในการก่อสร้างถึง 3 รัชสมัย พระเจ้าชาห์จาฮาล กษัตริย์องค์ที่ 5 ของราชวงศ์โมกุล เป็นผู้สร้างต่อจนเสร็จ ภายในอัคราฟอร์ด มีห้องสวยงามที่สร้างด้วยหินอ่อน แกะสลักฝังโดยรอบ โดยเฉพาะห้องมุขแปดเหลี่ยม ซึ่งเป็นห้องที่มีความสำคัญที่สุดภายในพระราชวังแห่งนี้และภายในห้องนี้ท่านจะพบกับสถานที่ ที่กษัตริย์ชาร์จาฮาล ถูกลูกชายจับมาขังไว้จนสิ้นพระชนม์ ตำนานเล่าว่า ชาร์จะฮานดำริที่จะสร้างสุสานของพระองค์ขึ้นอีกแห่งให้เหมือนทัชมาฮาลแต่ให้ใช้หินอ่อนสีดำสร้าง แต่ทว่า พระประสงค์นี้ก็เป็นได้แค่ความฝัน ก่อนถูก ออรังเซบ ชิงบัลลังก์ และกักขังพระองค์ไว้ในป้อมอัครา และพระศพของพระองค์ถูกนำมาวางเคียงพระศพของพระมเหสีผู้เป็นที่รักในทัชมาฮาล
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำภายในโรงแรมฯ
นำท่านเข้าที่พักเมืองอัครา...........⭐⭐️⭐️⭐️⭐️
3.วันที่สาม ทัชมาฮาล - ชัยปุระ - สระน้ำขั้นบันไดจันทบาวรี
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม พร้อมเช็คเอ้าท์
นำท่านชม ทัชมาฮาล 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก อนุสรณ์แห่งความรักอันยิ่งใหญ่บริสุทธิ์ และนำบูชาเกินกว่าที่จะเป็นสิ่งก่อสร้างด้วยมือมนุษย์ ตั้งอยู่บนโค้งคุ้งแม่น้ำยมุนา ตระหง่านอยู่กลางสวน ทัชมาฮาลเป็นสุสานของมเหสีของพระเจ้าชาห์ จาฮาล พระนางมุมตัช มาฮาล ทรงอยู่เคียงข้างพระเจ้าชาห์ จาฮาลทั้งในสนามรบและการบริหารงานแผ่นดินพระนางทรงมีโอรสและธิดาให้พระเจ้าชาห์ จาฮาล13พระองค์ ในปี 1631 พระนางทรงสิ้นพระชนม์ระหว่างมีพระประสูติกาลทายาทองค์ที่14ท่านจะได้ชมเครื่องประดับทับทิม นิล อัญมณี อันมีค่านานาชนิดที่แทรกเสริมไว้ในหินอ่อนสลักฉลุเป็นลวดลายวิจิตร ภายในทัชมาฮาล โดยฝีมือของสถาปนิกชั้นเอกของโลกยากที่จะหาใครเปรียบ
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน
นำท่านเดินทางสู่เมืองชัยปุระ แคว้นราชาสถาน ประมาณ 2 ชม.
เมืองชัยปุระ“เมืองสีชมพู” เป็นเมืองที่มี ความสวยงามและความร่ำรวยทางด้านสถาปัตยกรรม อีกทั้งวัฒนธรรมที่ผสมผสานกลมกลืนรวมกัน จนเป็นเมืองสีชมพูหรือเมืองแห่งชัยชนะมีความงดงามทางด้านวัฒนธรรมของราชาสถาน และมรดกที่ตกทอดกันมา ชัยปุระเป็นเมืองแห่งพระราชวัง เป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ และ วัฒนธรรมมาอย่างยาวนาน เป็นศูนย์กลางของความทันสมัย อีกทั้งยังเป็นเมืองที่ตื่นตัว ด้านค้าขายอีกด้วย การผสมผสานระหว่างความเป็น เอกลักษณ์และความทันสมัยการวางแผนผังเมืองที่ยอดเยี่ยมและความมีสีสันของวิถีคนเมืองที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวมาเที่ยวเมืองแห่งนี้ และยังมีชื่อเสียงที่โด่งดังทางด้านหัตถกรรมและคุณภาพของงานฝีมือก็เป็นที่เลื่องลือกันไปทั่ว
แวะเที่ยวชมสระน้ำขั้นบันไดจันทบาวรี สระน้ำโบราณเก่าแก่ สร้างในช่วง ศตวรรษ ที่ 10 อายุเก่าแก่ราว 1,000 ปี กษัตริย์ในสมัยนั้นสร้างเพื่อกับเก็บน้ำ และเพื่อศาสนา แต่เนื่องจากพิ้นที่เป็นทะเลทราย ทำให้บ่อน้ำแห่งนี้มีความลึกลงไปมาก
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำภายในโรงแรมฯ
นำท่านเข้าที่พักเมืองชัยปุระ .............⭐⭐️⭐️⭐️⭐️
4.วันที่สี่ พระราชวังหลวงแห่งชัยปุระ - พระราชวังแห่งสายลม - พระราชวังแอมเบอร์ฟอร์ด - มุมไบ
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม พร้อมเช็คเอ้าท์
ผ่านชม พระราชวังแห่งสายลม ซึ่งความจริงแล้วเป็นเพียงส่วนหน้าของตัวอาคารที่มีรูปทรงสะดุดตา มีหน้าต่างมากถึง 935 บานสำหรับให้เหล่านางในนั่งมองทิวทัศน์ของโลกภายนอก โดยที่คนภายนอกไม่สามารถมองเห็นพวกนางได้
นำท่านชม พระราชวังหลวง ซึ่งพระราชวังแห่งนี้เป็นที่ประทับของมหาราชาองค์ปัจจุบัน พิพิธภัณฑ์ ของมหาราชาแห่งชัยปุระในยุคก่อนๆ อาทิ พรม ภาพเขียน และที่โดนเด่นมากที่สุดคือ ฉลองพระองค์ของมหาราชา มโธ สิงห์ที่ 1 ที่มีขนาดใหญ่มากและฉลองพระองค์ปักดิ้นทองของมหาราณีที่หนักเกือบ 10 กิโลกรัม รวมถึงหม้อเงินใบยักษ์ 2 ใบ หนักราว 345 กก. สถาปัตยกรรมของพระราชวังแห่งนี้ผสมผสานกันระหว่างราชวงศ์ชัยปุระกับโมกุล นิยมใช้หินอ่อนแกะสลักลวดลายปราณีตบรรจง อาทิ นกยูง ดอกไม้ ได้อย่างอ่อนช้อย
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
นำท่านชม พระราชวังแอมเบอร์ฟอร์ด ที่สวยงามตระการตาและยิ่งใหญ่อยู่บนยอดเขา รอบด้านมีกำแพงคล้ายเมืองจีน พระราชวังแอมเบอร์ฟอร์ด เป็นเมืองหลวงโบราณของรัฐชัยปุระ สร้างขึ้นโดย มหาราชา มัน สิงห์ เมื่อ พ.ศ. 2135 แต่สร้างเสร็จสมบูรณ์ในสมัย มหาราชา ชัย สิงห์ ก่อนจะย้ายเมืองหลวงลงมาอยู่บนพื้นราบที่ชัยปุระในปี พ.ศ.2270 ป้อมแห่งนี้ สร้างขึ้นเพื่อระวังภัยจากศัตรู เรียกได้ว่าเป็นข้อได้เปรียบทางยุทธศาสตร์เป็นอย่างมากและยังใช้เป็นที่ประทับ เนื่องจากภายในมีพระราชวังขนาดใหญ่ตั้งอยู่จากพระราชวังแอมเบอร์ฟอร์ดสามารถมองเห็นชลมาฮาล หรือพระราชวังน้ำ ซึ่งตั้งเด่นสง่าอยู่กลางน้ำอย่างสวยงาม
.........ออกเดินทางสู่สนามบินชัยปุระ..เพื่อบินสู่เมืองมุมไบ
19.35 นำท่านเดินทางสู่สนามบินมุมไบเพื่อบินสู่เมืองมุมไบ โดยเที่ยวบินแอร์อินเดีย AI.... (รับประทานอาหารบนเครื่่องบิน-กระเป๋าโหลดได้1ชิ้นไม่เกิน23กิโลกรัม-เก้าอี้ไม่สามารถระบุได้)
21.50 เครื่องบินถึงสนามบินมุมไบ นำท่านรับกระเป๋าและเข้าโรงแรมที่พัก
นำท่านเข้าที่พักในเมืองมุมไบ .............⭐⭐️⭐️⭐️⭐️
5.วันที่ห้า มุมไบ(บอมเบย์) – เกาะเอเลเฟ่นต้า (รับประทานอาหารกลางวันช้า) - บินไปเมืองออรังกาบัด
07.00 รับประทานอาหารเช้าภายในโรงแรมฯ พร้อมเช็คเอ้าท์
ออกเดินทางสู่ เกาะเอเลเฟ่นต้า เพื่อนั่งเรือประมาณ45นาที เพื่อชมเทวาลัยถ้ำอันอลังการ ถ้ำเอเล่เฟ่นต้า Elephanta Caves (มรดกโลก) เทวาลัยเหล่านี้ขุดเจาะในศตวรรษที่7 และ 8 งานประติมากรรมชิ้นเอกเป็นเทวรูปพระศิวะครึ่งองค์ สูง 5 เมตร มีสามเศียร แสดงปางผู้สร้าง ผู้รักษา และผู้ทำลาย
บ่าย รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น(บ่าย 2-3)
นำท่านเดินทางกลับสู่ เมืองมุมไบ โดยเรือประมาณ 45 นาที
นำท่านเที่ยวชม เมืองมุมไบ หรือที่เคยรู้จักกันในชื่อ “บอมเบย์ เมืองท่าเก่าแก่ของอินเดียตอนใต้ และเป็นเมืองเอกของ รัฐมหาราษฏร์ ( Maharashtra ) รัฐที่ร่ำรวยด้วยแหล่งโบราณสถานวัดถ้ำมรดกโลกอันวิจิตรตระการตา มุมไบยังเป็นศูนย์รวม ของศรัทธาความเชื่อและวัฒนธรรมหลากหลายมีฐานะเป็นฮอลีวู้ด (บอลลีวู้ด) ของอินเดียมานาน มีทะเลอาระเบียนโอบล้อมอยู่สามด้าน เป็นศูนย์กลางด้านการค้าพาณิชย์ของอินเดีย จึงดึงดูดให้คนมากมายมาที่เมืองแห่งนี้
นำท่านถ่ายรูปกับ ประตูชัย Gateway of India สัญลักษณ์ของ เมืองมุมไบ เป็นสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับประเทศอังกฤษโดยตรง สถานที่นี้สร้างเพื่อใช้ต้อนรับKing George ที่ 5 และ Queen Marry คราวเสด็จไปอินเดียเมื่อครั้งพระองค์ยังทรงตำแหน่งมกุฎราชกุมาร ( Crown Prince) เมื่อปี ค.ศ. 1911 นำท่านถ่ายรูปด้านนอกสถานีรถไฟ Victoria Terminus (UNESCO World Heritage Site )ออกแบบโดยสถาปนิกชาวอังกฤษ Frederick William Stevens สร้างเสร็จในปีค.ศ.1888 เป็นสถาปัตยกรรมแบบโกธิค ปัจจุบัน ใช้ชื่อว่า Chhatrapati Shivaji Terminus กรณีมีเวลาให้ท่านอิสระช้อปปิ้งภายในห้าง
.......... นำท่านเดินทางสู่สนามบินมุมไบเพื่อบินสู่เมืองออรังกาบัด (รับประทานอาหารบนเครื่่องบิน)
20.15 เครื่องบินออกเดินทางสู่เมืองออรังกาบัด โดยสายการบิน Indigo (กระเป๋าโหลด 20 กิโลกรัมต่อท่าน มีเสริฟอาหาร ระบุเก้าอี้ธรรมดา) เที่ยวบิน.....
21.55 ถึงสนามบินออรังกาบัตรัฐมหาราษฏระประเทศอินเดีย จากนั้นนำท่านรับกระเป๋า
จากนั้นเดินทางสู่ที่พักโรงแรมฯ.........ระดับ 5 ดาว หรือเทียบเท่า
6.วันที่หก เมืองออรังกาบัด – ถ้ำเอลโลร่า - เมืองออรังกาบัด
07.00 รับอาหารเช้า ภายในโรงแรมฯ
นำท่านเดินทางสู่ ถ้ำเอลโลร่า Ellora ( UNESCO World Heritage ) สร้างในปีค.ศ.600-1000 หรือ พ.ศ.1100 –ประมาณ พ.ศ.1400 หมู่ถ้ำนี้เป็นวัด และศาสนาสถานเจาะเข้าไปในภูเขา เช่นเดียวกับอชันต้า แต่สร้างขึ้นในสมัยหลัง หมู่ถ้ำนี้มีถึง 3 ศาสนา คือ พุทธ ฮินดู และเชน มีทั้งหมด 34 ถ้ำ และเป็นถ้ำพุทธอยู่ชุดแรก เริ่มจากทิศใต้ ถ้ำ 1 ถึง12 ถ้ำ13 ถึง 29 เป็นถ้ำของศาสนาฮินดู รวม17 ถ้ำ และถ้ำ 30-34 อีก 5 ถ้ำ เป็นถ้ำของศาสนาเชน หรือศาสนามหาวีระในบรรดาหมู่ถ้ำทั้งหมด เทวาลัยถ้ำเขาไกรลาส (Kailasanatha Temple )นับเป็นเพชรน้ำเอก (ถ้ำ 16 ) การแกะสลักจะทำจากด้านบนสุด แล้ว ค่อยๆไล่ลงมา นับเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลก
ชมภาพแกะสลักอย่างวิจิตรงดงามของเหล่าทวยเทพทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นรูปองค์พระศิวะ พระพรหม พระนารายณ์ พระพิฆเนศ ช้างเอราวัณตลอดทั้งเหล่านางเทพ อัปสร และอีกมากมาย
15.00 รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร(รับประทานอาหารช้าเพราะว่าต้องเดินในถ้ำ)
16.00 ได้เวลาอันสมควร นำท่านสู่เดินทางกลับสู่เมือง ออรังกาบัด
แวะชม บีบี กา มักบารา (Bi Bi Ka Maqbara) สร้างเพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งความรัก สร้างโดยพระโอรสของออรังเซบ ทรงสร้างเพื่อรำลึกถึงพระมารดา (พระนาง บีกัมราเบีย อุเด ดาราณี)สถาปัตยกรรมลักษณะคล้ายทัชมาฮาล
นำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรมเดิม.........ระดับ 5ดาวหรือเทียบเท่า
รับประทานอาหารค่ำภายในโรงแรมฯ
7.วันที่เจ็ด ออรังกาบัด- ถ้ำอะชันต้า – สนามบินออรังกาบัด - มุมไบ
06.00 รับประทานอาหารเช้าภายในโรงแรมฯ และเช็คเอ้าท์
07.00 ออกเดินทางเพื่อชม ถ้ำอชันต้า ระยะทาง 105 กิโลเมตร ทางตะวันออกเฉียงเหนือ นั่งรถประมาณ 2 – 3 ชั่วโมง ( มรดกโลก ) หมู่ถ้ำอชันต้า ซึ่งที่จริงก็คือวัดในพุทธศาสนา ที่เจาะและแกะสลักเข้าไปในภูเขาอยู่เรียงกันเป็นหมู่รวม 30 ถ้ำ เป็นถ้ำยุคแรก เก่าแก่มาก มีกำเนิดเริ่มแต่ก่อนคริสต์ศักราช ประมาณ 200 หรือ 150 ปี คือราวพ.ศ. 350 หรือ 400 และคาดว่าสร้างมาถึงปี พ.ศ. 1200 และถูกทอดทิ้งกลายเป็นป่ารกชัฏประมาณ 700- 800ปี จนมาถูกค้นพบอีกครั้งโดยบังเอิญในปี พ.ศ.2362 (ค.ศ.1819 ) โดยทหารอังกฤษที่มาล่าสัตว์ ซึ่งเท่ากับ ได้ค้นพบสิ่งมหัศจรรย์ของโลก หมู่ถ้ำอชันต้าเป็นถ้ำพุทธศาสนาล้วนๆ แบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกเป็นสาย หีนยาน หรือ เถรวาท พุทธศาสนาที่ไปสู่เมืองไทย มีอยู่ 6 ถ้ำคือ ถ้ำที่ 8,9,10,12,13 และ 15 ซึ่งเป็นหมู่ถ้ำที่เก่าแก่ที่สุด ประมาณ พ.ศ.400-600 ส่วนที่เหลือจากนั้น อีก 24 ถ้ำเป็นสาย มหายาน หลายถ้ำก็เป็นแบบผสมคือเป็นของหีนยานแต่เดิม แล้วฝ่ายมหายานมาเติมแต่งทีหลัง ความแตกต่างที่เห็นได้ชัดระหว่าง ถ้ำเถรวาท กับ ถ้ำมหายาน ก็คือ ในพุทธศาสนาเถรวาทยุคแรกนั้นไม่มีพระพุทธรูป มีแต่พระสถูป ต่อมาตอนหลังๆ ก็มีพระพุทธรูปชัดเจนขึ้น
ชมความมหัศจรรย์ อลังการ สร้างจากศรัทธาของ ชาวอินเดียภายในถ้ำสลักเสลาเป็นเสาประดับลวดลายอันงดงาม พระพุทธรูป และเจดีย์ศิลาที่สกัด และตบแต่งขึ้น จากหินชิ้นเดียวกับพื้น และผนังถ้ำภาพจิตรกรรมฝาผนังอายุกว่า 1,200 ปี มีความงดงามสมบูรณ์ด้วย เทคนิคการเขียนภาพสามมิติอันน่าอัศจรรย์ พระพุทธรูปศิลา ที่แสดงอารมณ์พระพักตร์ต่างกันเมื่อแสงตกสะท้อนจากต่างมุม
15.00 รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น (รับประทานอาหารช้า)
16.00 ได้เวลาอันสมควร นำท่านสู่เดินทางกลับสู่เมืองออรังกาบัด
เย็น .....รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
20.30 ถึงสนามบินเมืองออรังกาบัด นำท่านเช็คอินท์เพื่อบินกลับสู่เมืองมุมไบ
21.55 เครื่องบินออกเดินทางสู่เมืองมุมไบ โดยสายการบิน Indigo (น้ำหนัก 20กิโลกรัมต่อท่าน มีเสริฟอาหาร สามารถระบุเก้าอี้ธรรมดา)เที่ยวบิน.....
จากนั้นเดินทางสู่ที่พักโรงแรม..........ระดับ 5 ดาว หรือเทียบเท่า
8.วันที่แปด มุมไบ - มุมไบซิตี้ทัวร์ – กรุงเทพฯ
10.00 รับประทานอาหารเช้าภายในโรงแรมฯ และเช็คเอ้าท์
นำท่านเที่ยวชม เมืองมุมไบ หรือที่เคยรู้จักกันในชื่อ “บอมเบย์ เมืองท่าเก่าแก่ของอินเดียตอนใต้ และเป็นเมืองเอกของ รัฐมหาราษฏร์ ( Maharashtra ) รัฐที่ร่ำรวยด้วยแหล่งโบราณสถานวัดถ้ำมรดกโลกอันวิจิตรตระการตา มุมไบยังเป็นศูนย์รวม ของศรัทธาความเชื่อและวัฒนธรรมหลากหลายมีฐานะเป็นฮอลีวู้ด (บอลลีวู้ด) ของอินเดียมานาน มีทะเลอาระเบียนโอบล้อมอยู่สามด้าน เป็นศูนย์กลางด้านการค้าพาณิชย์ของอินเดีย จึงดึงดูดให้คนมากมายมาที่เมืองแห่งนี้
นำท่านถ่ายรูปกับ ประตูชัย Gateway of India สัญลักษณ์ของ เมืองมุมไบ เป็นสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับประเทศอังกฤษโดยตรง สถานที่นี้สร้างเพื่อใช้ต้อนรับKing George ที่ 5 และ Queen Marry คราวเสด็จไปอินเดียเมื่อครั้งพระองค์ยังทรงตำแหน่งมกุฎราชกุมาร ( Crown Prince) เมื่อปี ค.ศ. 1911 นำท่านถ่ายรูปด้านนอกสถานีรถไฟ Victoria Terminus (UNESCO World Heritage Site )ออกแบบโดยสถาปนิกชาวอังกฤษ Frederick William Stevens สร้างเสร็จในปีค.ศ.1888 เป็นสถาปัตยกรรมแบบโกธิค ปัจจุบัน ใช้ชื่อว่า Chhatrapati Shivaji Terminus กรณีมีเวลาให้ท่านอิสระช้อปปิ้งภายในห้าง
บ่าย รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
กรณีมีเวลาให้ท่านอิสระช้อปปิ้งภายในห้างในเมืองมุมไบ
เย็น รับประทานอาหาร ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
20.00 นำท่านเดินทางสู่สนามบินเพื่อบินกลับสู่กรุงเทพฯ
23.20 เครื่องบินออกจากสนามบินมุมไบ โดยเที่ยวบิน TG318
9.วันที่เก้า....สุวรรณภูมิ
05.25 ถึงสนามบินสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ
หมายเหตุ
บินภายในมีสายการบินเดียว และอาจมีการเปลี่ยนแปลงเวลา ไม่สามารถจัดเก้าอี้ได้ ,รีเควสอาหารได้