ทุกกรุ๊ปจะปิดรับจอง 60 วันก่อนการเดินทาง เนื่องจากวีซ่าอียิปต์ใช้เวลาในการยื่นล่วงหน้าค่อนข้างนาน
โดยใช้เฉพาะสำเนาพาสปอร์ตและเอกสารการเงินพร้อมข้อมูลอื่นๆ โดยยังไม่ได้ใช้พาสปอร์ตเล่มจริง..ซึ่งใกล้วันเดินทางบริษัทฯ จะนำพาสปอร์ตตัวจริง เข้าสถานทูตเพื่อประทับเล่มวีซ่าอียิปต์
1.วันแรก สนามบินสุวรรณภูมิ - สนามบินดูไบ - สนามบินอัมมาน(จอร์แดน)- เดดซี
06.00 พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ ชั้น 4 ประตู 7 เคาเตอร์ T14 สายการบินอิมิเรสต์เจ้าหน้าที่บริษัท ให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกในการเช็คอินท์
09.30 ออกเดินทางสู่สนามบินดูไบโดยเที่ยวบิน EK375 ใช้เวลาบิน 6.30 ชั่วโมง
13.15 ถึงสนามบินดูไบ นำท่านต่อเครื่องบินเพื่อบินสู่อัมมานประเทศจอร์แดน
14.15 นำท่านต่อเที่ยวบิน EK903 โดยใช้เวลาบินประมาณ 3.30 ชั่วโมง
16.45 ถึงสนามบินนานาชาติ QUEEN ALIA ณ กรุงอัมมาน นำท่านผ่านตรวจคนเข้าเมืองและรับกระเป๋า
เข้าสู่ที่พัก โรงแรมระดับ4ดาว..................เดดซี พัก2คืนติดกัน พร้อมรับประทานอาหารค่ำภายในโรงแรม
2.วันที่สอง เดดซี - เจอราช - เดดซี
07.00 รับประทานอาหารเช้าภายในโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่ นครเจอราช (JERASH) หรือ เมืองพันเสา เป็นอดีต 1 ใน 10 หัวเมืองเอกตะวันออกอันยิ่งใหญ่ของอาณาจักรโรมัน สันนิษฐานว่าเมืองนี้น่าจะถูกสร้างในราว 200 – 100 ปีก่อนคริสตกาล เดิมทีในอดีตเมืองแห่งนี้ชื่อว่า ในปี ค.ศ. 749 นครแห่งนี้ได้ถูกแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ทำลาย และถูกฝังกลบโดยทรายหลังจากนั้นก็ได้สูญหายไปเป็นนับพันปีชมซุ้มประตูกษัตรย์เฮเดรียนและสนามแข่งม้าฮิปโปโดรม
นำท่านเดินเข้าประตูทางทิศใต้ชม โอวัลพลาซ่า สถานที่ชุมนุม พบปะ สังสรรค์ของชาวเมือง, วิหารเทพซีอุส ฯลฯโรงละครทางทิศใต้ (สร้างในราวปี ค.ศ. 90-92 จุผู้ชมได้ถึง 3,000 คน มีจุดเสียงสะท้อนตรงกลางโรงละคร เชิญทดสอบกับความอัศจรรย์เพียงพูดเบา ๆก็จะมีเสียงสะท้อนก้องเข้ามาในหูของเรา ชม วิหารเทพีอาร์เทมิส เป็นเทพีประจำเมืองเจอราช สร้างในราวปี ค.ศ. 150 สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นสถานที่สำหรับทำพิธีบวงสรวง และบูชายัญต่อเทพีองค์นี้ แบ่งเป็น 3 ชั้น คือ ชั้นนอก ชั้นกลาง ชั้นใน
นำท่านเดินเข้าสู่ ถนนคาร์โด หรือ ถนนโคลอนเนด ถนนสายหลักที่ใช้เข้า-ออกเมืองแห่งนี้ บนถนนนั้นยังมีริ้วรอยทางของล้อรถม้า,ฝาท่อระบายน้ำ,ซุ้มโคมไฟ,บ่อน้ำดื่มของม้า
ชมน้ำพุใจกลางเมือง (NYMPHAEUM) สร้างในราวปี ค.ศ. 191 เพื่ออุทิศแด่เทพธิดาแห่งขุนเขา ซึ่งเป็นที่นับถือของชาวเมืองแห่งนี้ มีที่พ่นน้ำเป็นรูปหัวสิงโตทั้งเจ็ด และตกแต่งด้วยเทพต่างๆ ประจำซุ้มด้านบนของน้ำพุ ฯลฯ
กลางวัน บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำท่านเดินทางสู่เมืองเดดซี ทะเลเดดซี ทะเลที่ถูกบันทึกลงในหนังสือ กินเนสส์ ว่า เป็นจุดที่ต่ำทีสุดในโลก มีความต่ำกว่าระดับน้ำทะเลถึง 400 เมตร และ มีความเค็มที่สุดในโลกมากกว่า 20 เปอร์เซนต์ของน้ำทะเลทั่วไป ทำให้ไม่มีสิ่งมีชีวิตใดเลยอาศัยอยู่ได้ในท้องทะเลแห่งนี้ เชิญท่านอิสระในการลงเล่นน้ำทะเล และ พิสูจน์ ความจริงว่าท่านลอยตัวได้จริงหรือไม่ (การลงเล่นน้ำในทะเลนั้นมีวิธีขั้นตอนการลงเล่น และข้อควรระวังต่างๆ ควรฟังคำแนะนำจากมัคคุเทศก์ท้องถิ่นและหัวหน้าทัวร์)
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พักในเดดซี
เข้าพักโรงแรมระดับ 4 ดาว........................ หรือเทียบเท่าท้องถิ่น
3.วันที่สาม ทะเลเดดซี-ทะเลทรายวาดิรัม -เมืองเพตรา
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมพร้อมเช็คเอ้าท์
หลังอาหารเช้า นำท่านเดินทางสู่ เมืองเพตรา ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง นำท่านเช็คอินท์โรงแรม
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ภายในโรงแรมเมืองเพตร้า
บ่าย นำท่านเดินทางสู่ ทะเลทรายวาดิรัม (WADI RUM) ทะเลทรายแห่งนี้ในอดีตเป็นเส้นทางคาราวานจากประเทศซาอุฯเดินทางไปยังประเทศซีเรียและปาเสลไตน์(เคยเป็นที่อยู่อาศัยของชาวนาบาเทียนก่อนที่จะย้ายถิ่นฐานไปสร้างอาณาจักรอันยิ่งใหญที่เมืองเพตร้า)ในศึกสงครามอาหรับรีโวลท์ระหว่างปีค.ศ. 1916–1918 ทะเลทรายแห่งนี้ได้ถูกใช้เป็นฐานบัญชาการในการรบของนายทหารชาวอังกฤษทีอีลอว์เรนซ์และเจ้าชายไฟซาลผู้นำแห่งชาวอาหรับร่วมรบกันขับไล่พวกออตโตมันที่เข้ามารุกรานเพื่อครอบครองดินแดนและต่อมายังได้ถูกใช้เป็นสถานที่จริงในการถ่ายทำภาพยนต์ฮอลลีวูดอันยิ่งใหญ่ในอดีตเรื่อง LAWRENCE OF ARABIA (และในปี ค.ศ.1963 สามารถกวาดรางวัลออสการ์ได้ถึง 7 รางวัล และรางวัลจากสถาบันอื่นๆ มากกว่า 30 รางวัล นำแสดงโดย Peter O Toole, Omar Sharif ฯลฯ)
นำท่าน นั่งรถกระบะเปิดหลังคา รับอากาศท่องทะเลทรายที่ถูกกล่าวขานว่าสวยงามที่สุดของโลกแห่งหนึ่ง ด้วยเม็ดทรายละเอียดสีส้มอมแดงอันเงียบสงบที่กว้างใหญ่ไพศาล (สีของเม็ดทรายนั้นปรับเปลี่ยนไปตามแสงของดวงอาทิตย์)
ชมน้ำพุแห่งลอว์เรนซ์ สถานที่ในอดีตนายทหาร ทีอี ลอว์เรนซ์ ทหารชาวอังกฤษใช้เป็นสถานที่พักและคิดแผนการสู้รบกันพวกออตโตมัน (เป็นธรรมเนียมปฏิบัติในการให้ทิปท่านละ 5USD แก่คนขับรถ)
เย็น ได้เวลาอันเหมาะสม นำทุกท่าน เดินทางกลับสู่ เมืองเพตรา
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำและพักผ่อนภายในโรงแรม
นำท่านเข้าสู่ที่พักระดับ 4 ดาว ..................................หรือเทียบเท่า พัก 2 คืนติดกัน
4.วันที่สี่ เมืองเพตรา - มหานครศิลาสีชมพู หาวิหารเอลคาซเน่ท์ (1ใน7สิ่งมหัศจรรย์ยุคใหม่ของโลก) (ให้เวลาทั้งวัน-ร้านอาหารอยู่สุดทางเดินไป-กลับ )
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
ชมเมืองเพตร้า (ได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโกปี ค.ศ. 1985 และ 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของแห่งโลกใหม่ จากการตัดสินโดยการโหวตจากบุคคลนับล้านทั่วโลกในวันมหัศจรรย์ 07/07/07) มหานครสีดอกกุหลาบที่ซ่อนตัวอยู่ในหุบเขาแห่งโมเสส (WADI MUSA) มีประวัติศาสตร์อันยาวนานหลายพันปีเคยเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยทั้งชาวอีโดไมท์ จวบจนกระทั่งถึงยุครุ่งเรืองเฟื่องฟูในการเข้ามาครอบครองดินแดนของชาวอาหรับเผ่าเร่ร่อนนาบาเทียน ในช่วงระหว่าง 100 ปี ก่อนคริสตกาล – ปี ค.ศ 100 และได้เข้ามาสร้างอาณาจักร, บ้านเมือง ฯลฯ จนกระทั่งในปีค.ศ. 106 นครแห่งนี้ตกอยู่ภายใต้การปกครองของอาณาจักรโรมันที่นำโดย กษัตริย์ทราจัน และได้ผนึกเมืองแห่งนี้ให้เป็นหนึ่งในอาณาจักรโรมันแห่งแหลมอาระเบียตะวันออก
นำทุกท่าน ขี่ม้า (รวมอยู่ในค่าบริการแล้ว และเป็นธรรมเนียมที่ต้องมีค่าทิปให้แก่เคนจูงม้าท่านละ 5 USD ต่อท่าน ต่อเที่ยว แต่ไม่รวมค่าขี่ลา, ขี่อูฐ, รถม้าลาก ฯลฯ สนในกรุณาติดต่อที่หัวหน้าทัวร์) ประมาณ 800 เมตรบนถนนทรายเพื่อตรงเข้าสู่หน้าเมือง พร้อมชมทัศนียภาพรอบข้างที่เป็นภูเขาทั้งสองฝั่งที่มีรูปร่างหน้าตาต่างกันออกไป
นำท่านเดินเท้าเข้าสู่ถนนเข้าเมือง SIQ เส้นทางมหัศจรรย์กว่า 1.5 กิโลเมตรที่เกิดจากการแยกตัวของเปลือกโลกและการซัดเซาะของน้ำเมื่อหลายล้านปีก่อน เดินชมความสวยงามของผาหินสีชมพูสูงชันทั้ง 2 ข้างคล้ายกับแคนยอนน้อย ๆ และ สิ่งก่อสร้าง รูปปั้นแกะสลัก ต่างๆ มหาวิหารศักดิ์สิทธิ์ เอล-คาซเนท์ (EL-KHAZNEH / TREASURY) สันนิษฐานว่าจะสร้างในราวศตวรรษที่1-2 โดยผู้ปกครองเมืองในเวลานั้น เป็นวิหารที่แกะสลักโดยเจาะเข้าไปในภูเขาสีชมพูทั้งลูก มีความสูง 40 เมตร และมีความกว้าง 28 เมตร วิหารแห่งนี้ได้ถูกออกแบบโดยได้รับอิทธิพลศิลปะของหลายชาติเข้าด้วยกัน เช่น อิยิปต์, กรีก, นาบาเทียน ฯลฯ ภายในประกอบด้วย 3 ห้อง คือ ห้องโถงใหญ่ตรงกลางและห้องเล็กทางด้านซ้ายและขวาเดิมทีถูกเชื่อว่าเป็นที่เก็บขุมทรัพย์สมบัติของฟาโรห์อิยิปต์
ชมโรงละครโรมัน (ROMANTHEATRE) ที่แกะสลักจากภูเขาโดยมีแนวราบที่นั่งเท่ากันและมีความสมดุลได้อย่างน่าทึ่ง สันนิษฐานว่าเดิมทีสร้างโดยชาวนาบาเทียนต่อมาในสมัยที่โรมันเข้ามาปกครองได้ต่อเติมและสร้างเพิ่มเติม มีที่นั่ง 32 แถว จุผู้ชมได้ประมาณ 3,000 คน /
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น ด้านในสุดเมืองเพตรา
อิสระในการเดินชมและถ่ายรูปภายในเมืองเพตรา / ได้เวลานำท่านเดินทางออกจากเพตรา
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเข้าสู่ที่พักระดับ 4 ดาว.................. หรือเทียบเท่าท้องถิ่น
5.วันที่ห้า เมืองเพตรา – อัมมานซิตี้ทัวร์ – สนามบินอัมมาน (จอร์แดน) - ไคโร(อียิปต์)
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม พร้อมเช็คเอ้าท์
นำท่านเดินทางกลับสู่กรุงอัมมาน ใช้เวลาเดินทาง ประมาณ 3.30 ชม.
13.00 รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
ชมรอบเมืองหลวงกรุงอัมมาน เมืองหลวงที่ตั้งอยู่บนภูเขา7ลูกและมีประวัติศาสตร์ยาวนานมากกว่า 6,000 ปี ผ่านชมย่านเมืองเก่า,เมืองใหม่,ย่านธุรกิจ,ตลาดใจกลางเมือง,ย่านคนรวย ฯลฯ ขึ้นชม ป้อมปราการแห่งกรุงอัมมาน (CITADEL) ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นจุดสังเกตเหตุบ้าน การเมืองต่าง ๆรอบเมือง เชิญอิสระถ่ายรูปตรงจุดชมวิวที่สวยที่สุดของเมืองแห่งนี้ ด้านบนป้อมปราการเป็นพระราชวังเก่าอุมเมยาด สร้างขึ้นในประมาณปี ค.ศ. 720 โดยผู้นำชาวมุสลิม ของราชวงศ์ ในสมัยมุสลิมได้เข้ามาปกครองประเทศจอร์แดนซึ่งภายในประกอบห้องทำงาน,ห้องรับแขกฯลฯ
จากจุดชมวิวสามารถชมโรงละครโรมันที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศจอร์แดนจุผู้ชมได้ถึง 6,000 คน และตึกรามบ้านช่องที่ตั้งอยู่บนภูเขาสูง อันแปลกตายิ่งนักที่สันนิษฐานว่าน่าจะถูกสร้างขึ้นระหว่างปี ค.ศ. 161–180 ในสมัยโรมัน
ผ่านชมพระราชวังของพระมหากษัตริย์อับดุลลาห์ที่สอง (RAGHADAN PALACE), ที่ตั้งอยู่บนภูเขามีทำเลที่สวยงามมากที่สุดในกรุงอัมมาน และมีทหารคอยเฝ้าดูแลตรวจตราอย่างเข้มงวด
20.25 ออกเดินทางโดยเที่ยวบินอียิปต์แอร์ MS702 ใช้เวลาบินประมาณ1ชั่วโมง (อาหารเย็นบริการบนเครื่องบิน)
20.55 ถึงสนามบินไคโร ประเทศอียิปต์ นำท่านผ่านตรวจคนเข้าเมืองและรับกระเป๋า
นำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรมระดับ5*.............ในเมืองไคโร พักติดกัน 4 คืน
6.วันที่หก ไคโร - ปิรามิด สฟิงซ์ (รถโดยสารประจำทาง ของปิรามิด) - พิพิธภัณฑ์แกรนด์อียิปต์ - ไคโร
เช้า รับประทานอาหารเช้าภายในโรงแรม
เดินทางสู่ที่ราบกีซ่า เพื่อชมมหาปิรามิด สิ่งมหัศจรรย์หนึ่งในเจ็ดสิ่งของโลก เช่น มหาปิรามิดคีออฟ ปิรามิดเคฟเฟร ปิรามิดไมครีนอส ชมสฟิงซ์ ซึ่งมีหน้าที่เฝ้าวิหารและสุสานของกษัตริย์ ลำตัวเป็นสิงห์โตหมอบเพศผู้ แสดงถึงอำนาจ ที่บริเวณที่ราบสูงกีซ่านี้ มีเพียงตัวเดียวเท่านั้น มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกยาวประมาณ 73 เมตร สูง 20 เมตร แกะสลักจากหินปูนเพียงก้อนเดียวโดยใช้พระพักตร์ของฟาโรห์เคฟเฟรเป็นแบบ หากต้องการมุดหลุมปิรามิดกรุณาซื้อบัตรเพิ่มเติม
บ่าย รับประทานอาหาร ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
นำท่านเดินทางสู่ พิพิธภัณฑ์แกรนด์อียิปต์ ที่มีชื่อเสียงพิพิธภัณฑ์ทางโบราณคดีที่ใหญ่ที่สุดโลก การนำเอาอารยธรรมอียิปต์โบราณมาบรรจุไว้มากมาย ทั้งชิ้นงานเดิมที่มีอยู่แล้ว รวมไปถึงชิ้นงานใหม่ที่ไม่เคยแสดงที่ไหนมาก่อนมารวบรวมไว้ ตั้งอยู่บนพื้นที่ประมาณ 480,000 ตร.ม. แสดงโบราณวัตถุของอารยธรรมอียิปต์โบราณ ซึ่งรวมถึงสิ่งของที่ขุดค้นได้จากหลุมพระศพของฟาโรห์ตุตันคาเมนทั้งชุด ซึ่งหลายชิ้นเป็นการจัดแสดงเป็นครั้งแรก
เย็น รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
นำท่านเดินทางเช็คอินท์เข้าสู่โรงแรมระดับ5*........................ในเมืองไคโร
7.วันที่เจ็ด ไคโร - ซัคคาร่า - เมมฟิส - พิพิธภัณฑ์อารยธรรมอียิปต์ - ป้อมปราการ- ไคโร
เช้า รับประทานอาหารเช้าภายในโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่เมืองเมมฟิส ซึ่งเป็นเมืองหลวงเก่าของอียิปต์โบราณ เป็นศูนย์กลางการปกครองที่สำคัญแห่งหนึ่ง ในบริเวณดอนสามเหลี่ยมของแม่น้ำไนล์มาตั้งแต่สมัยราชวงศ์ที่ 1 และยังเป็นเมือง ที่ได้รับการบันทึกในประวัติศาสตร์ว่ามีบทบาทในการรวม อียิปต์เข้าเป็นประเทศเดียวเมื่อ 5,000 กว่าปีมาแล้ว
นำท่านชมพิพิธภัณฑ์รามเซสที่สอง แห่งเมืองเมมฟิส ซึ่งเป็นสถานที่เก็บรูปแกะสลักขนาดมหึมาของฟาโรห์รามเซสที่ 2 เมื่อเห็น แล้วจะรู้สึกชมชาวอียิปต์แต่โบราณที่แกะสลักรูปปั้นได้อย่างเนียน และงดงามมาก โดยเฉพาะพระพักตร์ของพระองค์นั้นช่างงามสง่าอย่างหาที่เปรียบมิได้ และรูปปั้นสฟิงค์ที่สร้างด้วยหิน อลาบาสเตอร์สีขาว
นำท่านสู่ เมืองโบราณซัคคาร่า อยู่ห่างจากกรุงไคโรไปทางใต้ประมาณ 28 กิโลเมตร เพื่อชมปิรามิดขั้นบันได อันเป็นปีรามิดแห่งแรกของอียิปต์ ซึ่งได้วิวัฒนาการไปเป็นปิรามิดที่แท้จริงในสมัยต่อมา
บ่าย รับประทานอาหาร ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
นำท่านชมพิพิธภัณฑ์อารยธรรมอียิปต์แห่งชาติ NMEC เป็นพิพิธภัณฑ์ขนาดใหญ่ ครอบคลุมพื้นที่กว่า 490,000 ตารางเมืองในเมืองฟลุสตัสซึ่งปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของกรุงไคโรพิพิธภัณฑ์แห่งนี้มีของเก่าแก่สะสมและที่ถูกค้นพบขึ้นมาใหม่ถูกจัดนำมาแสดงที่นี่พร้อมสิ่งประดิษฐ์มากกว่า 50,000 ชิ้น ตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์และมัมมี่กษัตริย์อื่นๆ ถูกนำมาจัดแสดงที่นี่ด้วย
นำท่านชม ป้อมปราการ ซึ่งถูกสร้างขึ้นโดย ซาลาดิน ในปี ค.ศ. 1176 แล้วเสร็จในปี ค.ศ. 1182 เพื่อใช้ในการ ต่อสู่กับพวกทำสงครามครูเสด และภายในชมที่พัก และที่ตั้งของรัฐบาลในสมัยนั้น
ชมสุเหร่าแห่งโมฮัมหมัดอาลี ซึ่งเริ่มสร้างในปี ค.ศ. 1830 และเสร็จในปี ค.ศ. 1857 ออกแบบโดยสถาปนิกชาวกรีกในแบบตามอย่างออตโตมัน หรือตุรกีใน ปัจจุบัน ภายในมีนาฬิกาบนลานในสุเหร่าซึ่งเป็นของขวัญในการแลกเปลี่ยนกับอนุสาวรีย์ปลายแหลมโอบิลิสก์ของรามเซสที่สองเพื่อสร้างสัมพันธไมตรีอันดีระหว่างอียิปต์ฝรั่งเศสพร้อมชมวิวของเมืองไคโรจากมุมสูง
เย็น รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
นำท่านเดินทางเช็คอินท์เข้าสู่โรงแรมระดับ5*........................ในเมืองไคโร
8.วันที่แปด ไคโร - ลุคซอร์ - หุบเขากษัตริย์ - วิหารฮัสเชฟสุด - ลุคซอร์ - เช็คอินท์เรือ (พัก 4 คืนติดกัน)
เช้าตรู๋ รับประทานอาหารเช้าแบบกล่องภายในโรงแรมพร้อมเช็คเอ้าท์
.......... ออกเดินทางสู่สนามบินภายในประเทศ เพื่อบินสู่ เมืองลุคซอร์ โดยสายการบิน.MS.....
.......... ถึงสนามบินเมืองลุคซอร์ ทางตอนใต้ของไคโร กว่า 650 กิโลเมตร
ออกเดินทางโดยรถยนต์เพื่อเที่ยวชม เมืองลุคซอร์ นำท่านเดินทางไปชมเขตเวสต์แบงค์ หรือเมืองทางฝั่ง ตะวันตกของแม่นํ้าไนล์ และหุบเขากษัตริย์ เป็นสุสานขององค์ฟาโรห์ที่ซ่อนอยู่ตามเนินเขาเตี้ยๆ ประกอบด้วยหลุมประมาณ 62 หลุม ไม่รวมหลุมตุตันคาเมน (ซึ่งท่านที่ต้องการชมหลุมตุตันคาเมน ต้องชำระเงินเพิ่มจำนวน 300 อียิปต์ชั่นพาวน์ กรุณาแจ้งความจำนงกับหัวหน้าทัวร์ล่วงหน้า)
จากนั้นนำชมวิหารฮัสเชฟสุต ที่ตั้งอนุสรณ์สถานที่ประดิษฐานพระศพของฟาโรห์หญิงฮัปเชปซุทหรือที่รู้จักกันในนามของ “ราชินีหนวด” ได้รับการออกแบบโดยสถาปนิกคนสินท “เซเนมุท” มากกว่า 3500 ปี และรูปปั้นยักษ์แมมม่อน อดีตเป็นที่ตั้งของสุสานของฟาโรห์โฮเทปที่ 3 เกิดแผ่นดินไหว ทำให้วิหารพังลงมาเหลือเพียงรูปสลักหินทรายขนาดใหญ่ 2 รูป สูง 20 เมตร เท่านั้น
บ่าย รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
นำท่านเช็คอินท์ เรือ .......................................ระดับ 5 ดาว ท้องถิ่น
9.วันที่เก้า ลุคซอร์ - วิหารคาร์นัค - วิหารลุคซอร์ - เรือเริ่มล่องออกจากท่าเมืองลุคซอร์
เช้า รับประทานอาหารเช้าบนเรือ
ออกเดินทางโดยทางรถยนต์ เพื่อเที่ยวชมเขตตะวันออก ของเมืองลุคซอร์ ชมวิหารคาร์นัค เป็นวิหารที่่ใหญ่ที่สุดในโลก ตัววิหารหลังเดียวมีเนื้อที่ถึง 60 เอเคอร์ ซึ่งใหญ่พอที่จะนำโบสถ์ขนาดใหญ่ของยุโรปไปวางได้ถึง 10 หลัง มหาวิหารแห่งนี้เริ่มก่อสร้างในสมัยฟาโรห์ทุตโมซิสที่ 1 เพื่อถวายแด่เทพอมอน-รา เมื่อกว่า 3600 ปี มาแล้ว จากนั้น ฟาโรห์องค์ต่าง ๆ ได้สร้างเพิ่มขึ้นจากของเดิม ขอให้ท่านจินตนาการถึงความยิ่งใหญ่อลังการของวิหารว่าชาวอียิปต์โบราณ สามารถสร้างและขนย้ายหินด้วยวิธีใด และวิหารลุคซอร์ ซึ่งมีทางเดินเชื่อมต่อถึงกัน ข้างทางเดินประดับประดาด้วยสฟิงซ์ ที่ มีส่วนหัวเป็นแพะ และตัวเป็นสิงโตหมอบ เพื่อสรรเสริญเทพเจ้าอมอน-รา เช่นเดียวกัน
บ่าย รับประทานอาหารกลางวัน บนเรือ
.........เรือเริ่มล่องออกจากท่าเมืองลุคซอร์ เพื่อเดินทางต่อสู่เมืองเอ็ดฟู ทางตอนใต้ของลุคซอร์
เย็น รับประทานอาหารเย็นในเรือหรือร่วมงาน และพักค้างคืนบนเรือ
........เรือล่องผ่านประตูน้ำอีสน่าล๊อค
พักผ่อนค้างคืนบนเรือ........................................ระดับ 5 ดาว ท้องถิ่น (เรือถึงเมืองเอ็ดฟู)
10.วันที่สิบ วิหารเอ็ดฟู - วิหารคอมอมโบ - ล่องสู่เมืองอัสวาน
เช้า รับประทานอาหารเช้าบนเรือ
ชมวิหารเอ็ดฟู (เมื่อเรือมาถึงวิหารต้องนั่งรถม้าต่อไปที่วิหารประมาณ 10 นาทีรถม้า 1 คันจะนั่งประมาณ 4 คน) สร้างขึ้นเพื่อบูชาเทพเจ้าฮอรัส ซึ่งสร้างด้วยหินสีดำ
นำท่านกลับสู่เรือใหญ่
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน บนเรือ
นำท่านสู่วิหารคอมออมโบ เป็นวิหารที่สร้างขึ้นเพื่อบูชาเทพเจ้าสององค์ คือเทพโซเบค มีเศียรเป็นจระเข้ เทพเจ้าแห่งลำน้ำและความอุดมสมบูรณ์ วิหารอยู่ด้านขวามือ ส่วนวิหารทางด้านซ้ายบูชาเทพฮอรัส (Horus) มีเศียรเป็นเหยี่ยว เทพเจ้าแห่งการต่อสู้และความกล้าหาญ จากนั้นเรือล่องต่อไปยังเมืองอัสวาน
เย็น รับประทานอาหารเย็นในเรือหรือร่วมงาน และพักค้างคืนบนเรือ
พักผ่อนค้างคืนบนเรือ............................... ระดับ 5 ดาว ท้องถิ่น (เรือถึงเมืองอัสวาน)
11.วันที่สิบเอ็ด อัสวาน - วิหารอบูซิมเบล (นั่งรถไปวิหารอาบูซิมเบล) - ล่องเรือเฟลุกะ - อัสวาน
04.00 รับประทานอาหารเช้าแบบกล่อง และออกเดินทางโดยรถบัส เพื่อมุ่งหน้าสู่วิหารอบูซิมเบล
08.00 ถึงวิหารอาบูซิมเบล วิหารยิ่งใหญ่ ที่ควรค่าแก่การมาชม ใครมาอียิปต์ไม่ได้มาวิหารอาบูซิมเบลถือว่ามาไม่ถึงอียิปต์ เพราะว่าฟาโรห์รามเสสที่ 2 เป็นฟาโรห์ที่ยิ่งใหญ่ และมีอำนาจชื่อเสียงในอดีตมากของอียิปต์
ถึงเมืองอาบูซิมเบล นำท่านชมสถานที่ศักดิ์สิทธิ์คือ มหาวิหารรามเสสที่ 2 ซึ่งถือว่าเป็นวิหารที่สำคัญแห่งหนึ่งด้านหน้าวิหารจะมีรูปสลักซึ่งมีพระพักตร์ ของฟาโรห์รามเสสที่ 2 ตั้งอยู่ 4 องค์ตรงทางเข้าซึ่ง สร้างขึ้นเพื่อถวายเป็นที่บูชาแด่เทพอามุนรา ฮอรากาติ และสร้างวิหารใกล้เคียงกันสร้างเป็นเกียรติ์แก่ราชินีเนเฟอร์ตารี ด้านในพระวิหารจะมีภาพแกะสลักที่เล่าถึงเรื่องราวในอดีตในรูปแบบอียิปต์สมัยก่อน
ได้เวลาเดินทางกลับเมืองอัสวาน โดยใช้รถบัสประมาณ 3-4 ชั่วโมง
บ่าย รับประทานอาหารกลางวัน บนเรือ อิสระพักผ่อนบนเรือ
เย็น นําท่านล่องเรือเฟลุคคา เรือใบเสาเดี่ยวที่ ท่อง รอบเกาะ ลมพัดเย็นสบายตลอดทาง
พักผ่อนค้างคืนบนเรือ..................................ระดับ 5 ดาว ท้องถิ่น (เรือจอดที่เมืองอัสวาน)
12.วันที่สิบสอง อัสวาน - วิหารฟิเลย์ - เสาโอเบลิก - เขื่อนยักษ์อัสวาน - บินกลับไคโร
08.00 รับประทานอาหารเช้าภายในเรือพร้อมเช็คเอ้าท์
09.00 นำท่านเช็คเอ้าท์ออกจากเรือ เดินทางสู่วิหารฟิเลย์ เป็นวิหารที่สร้างขึ้นเพื่อบูชาเทพีไอซิส วิหารกลางแม่น้ำต้องนั่งเรือเล็กเข้าไปประมาณ15-20นาที อิสระเที่ยวชมภายในวิหารฟิเลย์
จากนั่น เดินทางเพื่อชมเสาหิน โอเบลิก ที่มีการแกะแต่สร้างไม่เสร็จ หากสร้างเสร็จเมื่อยกขึ้นตั้งจะเป็นเสาโอเบลิกที่สูงที่สุดในอียิปต์ หินแกรนิตที่มีขนาดใหญ่และน้ำหนักมาก
นำท่านแวะถ่ายรูปเขื่อนยักษ์อัสวาน ที่ใช้ผลิตกระแสไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในประเทศอียิปต์
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
นำท่านชมโรงงานทำกระดาษปาปิรุส ซึ่งทำจากต้นกก และเป็นกระดาษชนิดแรกของโลกและต่อไปชมโรงงานผลิตหัวน้ำหอมซึ่งน้ำหอมเหล่านี้ว่ากันว่าทำมาจากสูตรดั้งเดิมแบบที่พระนางคลีโอพัตราเคยใช้ และหัวน้ำหอมเหล่านี้ ได้กลายเป็นสินค้าส่งออกไปยังประเทศฝรั่งเศสเพื่อทำเป็นนํ้าหอมและโลชั่นหลังโกนหนวด ของบริษัทฯ ดิออร์ อารามิส โปโลสปอรต์ และ ดัคคานัวร์ ..
เย็น รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
....ออกเดินทางสู่สนามบินอัสวาน เพื่อบินสู่กลับสู่เมืองไคโร โดยสายการบินอียิปต์แอร์ เที่ยวบินที่ MS.....
.....เครื่องบินออกจากสนามบินอัสวาน
....ถึงสนามบินไคโร จากนั้น นำท่านรับกระเป๋าและเช็คอินท์เข้าสู่โรงแรมที่พัก ................................... ระดับ5ดาว ท้องถิ่น
13.วันที่สิบสาม ไคโร - พิพิธภัณฑ์แห่งชาติอียิปต์(เก่า) - ย่านเมืองเก่า - ตลาดข่าน - ไคโร
เช้า รับประทานอาหารเช้าภายในโรงแรมฯ
นำท่านเข้าชมพิพิธภัณฑ์แห่งชาติอียิปต์ (เก่า) ซึ่งตั้งอยู่ในอาคารใหญ่ เรียกโดยทั่วไปว่า พิพิธภัณฑ์อียิปต์ โบราณจัดตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1858 โดยนักโบราณคดี ชาวฝรั่งเศส ชื่อ Auguste Marriette ทั้งอาคารเก่าแก่และการตกแต่งภายใน ได้รับการยกย่องว่างดงามสมบูรณ์แห่งหนึ่งของเมืองนี้ ชมสมบัติฟาโรห์ตุตันคาเมน และงานศิลปะที่มีอายุเก่าแก่เกือบห้าพันปีมาแล้ว
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหารท้องถิ่น
บ่าย นำท่านเดินทางสู่ย่านเมืองเก่าแก่ที่สุดของอียิปต์ ชมโบสถ์แขวน ชาวคริสเตียนนิกายออร์โธดอกซ์ เป็นหนึ่งในโบสถ์ที่เก่าแก่ที่สุดของอียิปต์ สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 3-4 ชื่อของโบสถ์มาจากตำแหน่งที่ตั้ง ซึ่งแขวนอยู่เหนือป้อมปราการบาบิโลนของโรมันโบราณสูงถึง 30 ฟุต โดยมีส่วนกลางของโบสถ์สร้างอยู่เหนือทางเดิน จุดเด่นที่สำคัญ ได้แก่ แท่นเทศน์ในศตวรรษที่ 5 ไอคอนมากกว่า 110 ชิ้น และหลังคาไม้รูปทรงคล้ายเรือโนอาห์
เดินทางสู่ ศาสนสถานของชาวยิวเบนเอซรา ที่เก่าแก่ที่สุดในอียิปต์ ครั้งหนึ่งเคยเป็นศูนย์กลางของการเฉลิมฉลอง การชุมนุม และการสวดมนต์มากมาย แต่ปัจจุบันไม่ได้ใช้งานแล้ว ที่นี้ตั้งชื่อตามอับราฮัม อิบนุ เอซรา นักปราชญ์และนักปรัชญาศาสนายิวเบนเอซรามี ตกแต่งด้วยสไตล์อาหรับและฝังด้วยมุก แสดงให้เห็นถึงการผสมผสานของประเพณีทางศิลปะ แต่หลักจารึกบนแท่นจะเป็นภาษาฮีบรู (ชาวยิว)
ชมโบสถ์นักบุญเซอร์จิอุสและแบคคัส หรือที่รู้จักกันในชื่ออาบู โบสถ์เซอร์กาเป็นหนึ่งในโบสถ์คริสต์ มีความสำคัญต่อชาวคริสต์เนื่องจากมีความเกี่ยวข้องกับการลี้ภัยของครอบครัวศักดิ์สิทธิ์ไปยังอียิปต์ โบสถ์ปัจจุบันสร้างขึ้นบนซากปรักหักพังของโรมันและเป็นตัวอย่างของสถาปัตยกรรมคอปติกยุคแรก ชมโบสถ์เซนต์จอร์จ เป็นโบสถ์กรีกออร์โธดอกซ์ภายในกรุงไคโรเก่าแก่ ตั้งอยู่ด้านในป้อมบาบิโลน เป็นส่วนหนึ่งของอารามศักดิ์สิทธิ์ภายใต้สังฆราชกรีกออร์โธดอกซ์แห่งอเล็กซานเดรียและแอฟริกาทั้งหมด
เย็น นำท่านสู่ตลาดข่านแอลคาลิลี่ ซึ่งเป็นตลาดเก่าแก่ของอียิปต์ มีร้านค้าจำหน่ายจิวเวลรี่,ของที่ระลึกต่างๆ,เครื่องเทศ,เสื้อผ้า,เครื่องหนัง เป็นต้น
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารท้องถิ่น
22.00 นำท่านเดินทางสู่สนามบินเพื่อบินกลับดูไบ
14.วันที่สิบสี่ สนามบินดูไบ - กรุงเทพฯ
00.50 เครื่องบินออกเดินทางสู่สนามบินนานาชาติดูไบ โดยเที่ยวบินEK924 ใช้เวลาบินประมาณ3.30 ชั่วโมง
06.00 ถึงสนามบินดูไบ จากนั้นนำท่านต่อเครื่องบิน EK376
09.50 เครื่องบินออกเดินทางอีกครั้งสู่สนามบินสุวรรณภูมิ ใช้เวลาบินประมาณ6.30ชั่วโมง
18.55 ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ ด้วยความสวัสดิภาพ
หมายเหตุ
1.ตั๋วกรุ๊ป EK ไม่มีราคาตั๋วเด็ก , ตั๋วกรุ๊ปไม่สามารถอัพเกรดชั้นธุรกิจ หน้าเคาเตอร์ได้ , ตั๋วกรุ๊ปไม่สามารถเปลี่ยนแปลงขากลับ หรือแยกขากลับได้ , ตั๋วเมื่อออกแล้วไม่สามารถยกเลิกรีฟันท์ได้ทุกกรณี
2.ตั๋วกรุ๊ปหรือตั๋วเดี่ยว ชั้นประหยัด EK ไม่มีซีฟู้ด ,รีเควสได้เฉพาะอาหารเพื่อสุขภาพเท่านั้น
3.สายการบิน EK ชั้นประหยัด ตั๋วกรุ๊ปสามารถระบุเก้าอี้นั่งได้ หลังออกตั๋วแล้วเท่านั้น และซื้อเก้าอี้ได้ หลังออกตั๋วแล้วเท่านั้น
4.สายการบิน EK Extra Legroom or Exit door or Long Leg ที่ติดตระกร้าทารก สามารถซื้อได้หน้าเคาเตอร์ตอนเช็คอินท์ กรณีต้องการซื้อล่วงหน้าก่อนการเดินทางทำได้หลังจากออกตั๋วแล้วแต่มีเงื่่อนไข กรุณาศึกษาเงื่อนไขก่อนการซื้อ
5.กระเป๋าโหลดท่านละ 2 ชิ้น ชิ้นละไม่เกิน 23กิโลกรัม //ชั้นธุรกิจท่านละ2ชิ้น ชิ้นละไม่เกิน32กิโลกรัม
6.สำหรับบินภายในประเทศอียิปต์ ไม่สามารถระบุเก้าอี้นั่งได้ โหลดได้แค่ 1 ชิ้นไม่เกิน 23กิโลกรัม ไม่สามารถยกเลิกรีฟันท์ได้ทุกกรณี, และไม่สามารถรีเควสอาหารได้
7.อาหารซีฟู้ด อียิปต์ ไม่มี ส่วนใหญ่ จะเป็นไก่ กับ เนื้อวัว ,แพะ และ แกะ แต่สามารถจัดสลัด หรือ ซุป แทนได้