Premium Tour Program

ทัวร์โมรอคโค (ทัวร์โมร็อกโก) คาซาบลังก้า เชฟ ชาอูน 11 วัน

ทัวร์คุณภาพจาก Planet Worldwide ✓ โรงแรมคัดสรร ✓ ไกด์มืออาชีพ ✓ โปรแกรมไม่รีบเร่งเกินไป ✓ บริษัทฯจัดเอง
1027 11 วัน 8 คืน 5 ดาว 2 คืน 4 ดาว 6 คืน
สายการบิน
Emirates Emirates (EK)
เริ่มต้น 130,900.- ทัวร์โมรอคโค (ทัวร์โมร็อกโก) คาซาบลังก้า เชฟ ชาอูน 11 วัน

ไฮไลท์โปรแกรม

สัมผัสประสบการณ์ในดินแดนแห่งอารยธรรมอันหลากหลาย ชมเมืองคาซาบลังก้า สัมผัสบรรยากาศเมืองแห่งตำนานภาพยนตร์ระดับโลก เมืองเชฟชาอูน ชมเสน่ห์ของบ้านเรือนสีฟ้า เมืองเฟส สัมผัสวัฒนธรรมโมร็อกโกแท้ๆ เดินเล่นในเมืองเก่า เมืองเมอร์ซูก้า ตะลุยทะเลทรายสีทอง เมืองวอซาเซท เมืองแห่งภาพยนตร์ ฮอลลีวูดแห่งโมร็อกโก เมืองมาราเกช ตื่นตาตื่นใจกับเมืองโอเอซิส A City of Drama อดีตเมืองหลวงแห่งราชวงศ์อัลโมราวิด

จำนวนวัน11 วัน 8 คืน
สายการบินEmirates
โรงแรม5 ดาว 2 คืน / 4 ดาว 6 คืน

วันเดินทางและราคา

ราคาต่อท่าน แชร์ห้องพัก 2 ท่านต่อห้อง

ยังไม่มีวันเดินทางที่เปิดแสดงในขณะนี้ กรุณาติดต่อทีมงานเพื่อสอบถามรอบเดินทางล่าสุด

กำหนดการเดินทาง

วันแรก สนามบินสุวรรณภูมิ

22.30 พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ ชั้น 4 ประตู 8-9 เคาเตอร์ U14 สายการบินอิมิเรสต์  เจ้าหน้าที่บริษัท ให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกในการเช็คอินท์ 

วันที่สอง ดูไบ (UAE) - คาซาบลังกา – ราบัต

01.35 ออกเดินทางโดยเที่ยวบินที่ EK385 เพื่อบินสู่สาธารณรัฐอาหรับอิมิเรตส์ ใช้เวลาบิน 7 ชม. เวลาที่ดูไบจะช้ากว่าประเทศไทย 3 ชม.

04.45  ถึงสนามบินนานาชาติดูไบ นำท่านต่อเครื่องบินเที่ยวบิน EK751

07.30 ออกเดินทางสู่ กรุงคาซาบลังก้า ใช้เวลาบิน 8.45 ชม. 

12.45 เดินทางถึง สนามบินนานาชาติ เมืองคาซาบลังก้า ประเทศโมร็อกโก (เวลาท้องถิ่น ช้ากว่าประเทศไทย 7 ชั่วโมง) นำท่านผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร พบมัคคุเทศก์ท้องถิ่น จากนั่นเดินทางเข้าสู่ เมืองคาซาบลังก้า นำท่านเข้าชม สุเหร่าแห่งกษัตริย์ฮัสซันที่ 2 มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากเมืองเมกกะ (ชมด้านในสุเหร่า ซึ่งรวมค่าเข้าชมแล้ว) สุเหร่านี้งดงามประณีตด้วยสถาปัตยกรรมแบบโมร็อกโกทุกแขนง มีหอประกาศเชิญชวนเมื่อเข้าเวลาละหมาดที่สูงที่สุดในโลกมีความสูงถึง 210 เมตรชมทิวทัศน์รอบๆ สุเหร่าอันเป็นจุดชมวิวริมฝั่งทะเลซึ่งเป็นสถานที่พักผ่อนที่สวยงามของชาวโมร็อกโกที่ชอบมาเดินเล่นหลังจากปฏิบัติศาสนกิจเสร็จแล้ว

นำท่านเดินทางสู่ เมืองราบัต นำท่านชมเมืองราบัตเมืองหลวงแห่งราชอาณาจักรมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1956 เป็นที่ตั้งของพระราชวังหลวงและทำเนียบทูตานุทูตจากต่างแดน เป็นเมืองสีขาวที่สะอาดและสวยงาม

เย็น รับประทานอาหารเย็นภายในโรงแรมฯ

นำท่านเข้าพักค้างคืน ณ โรงแรม ...........หรือเทียบเท่า 4*

หมายเหตุ......เพื่อความสะดวกในการเดินทางพรุ่งนี้กรุณาแยกกระเป๋าใบเล็กเพื่อพักในเมืองเชฟชาอูน1คืน เพราะว่าเมืองเชฟชาอูนรถบัสใหญ่จะขึ้นยากประกอบกับขนาดของห้องนอนในหุบเขาจะเล็กทั้งนี้กรุณาเตรียมเครื่องอาบน้ำด้วยคะ

วันที่สาม ราบัต – เชฟชาอูน (เมืองสีฟ้า)

เช้า รับประทานอาหารเช้าพร้อมเช็คเอ้าท์

นำท่านเที่ยวชม เมืองราบัต ชม ด้านนอกของ สุเหร่าหลวง และ ด้านนอก พระราชวังหลวง ที่ทุกเที่ยงวันศุกร์กษัตริย์แห่งโมร็อกโกจะทรงม้าจากพระราชวังมายังสุเหร่า เพื่อประกอบศาสนกิจ ชม สุสานของกษัตริย์โมฮัมเหม็ดที่ 5 พระอัยกาของกษัตริย์องค์ปัจจุบัน มีทหารยามยืนเฝ้าทุกประตู เปิดให้คนทุกชาติทุกศาสนาเข้าไปเคารพพระศพที่ฝังอยู่เบื้องล่าง ด้านหน้าของสุสาน คือ สุเหร่าฮัสซันที่เริ่มสร้างมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 2 แต่ไม่สำเร็จ และพังลงจนเหลือแต่เพียงเสาไว้ 365 ต้น ในบริเวณกว้าง 183x139 เมตร นำชม ป้อมไอดยะป้อมขนาดใหญ่ 2 ชั้น ที่ตั้งอยู่ริมมหาสมุทรแอตแลนติก ล้อมรอบด้วยกำแพงสูงใหญ่ ด้านในเป็นเมดิน่าบ้านเรือนทาด้วยสีฟ้าสลับกับสีขาวดูสะอาดตา

ได้เวลาเดินทางสู่ เมืองเชฟชาอูน นำท่านเดินทางสู่ เมืองเชฟชาอูน เมืองที่ชาวบ้านพร้อมใจกันทาสีฟ้าขาว เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของเมืองและด้วยความที่ตั้งของเมืองอยู่ในหุบเขาริฟ จึงทำให้อุณหภูมิของเมืองเย็นตลอดทั้งปี อดีตเมืองแห่งนี้เคยตกอยู่ใต้การปกครองของสเปนทำให้ปัจจุบันประชากรบางส่วน ยังคงใช้ภาษาสเปนเป็นภาษาหลัก ด้วยมนต์เสน่ห์ของเมืองและร่มเงาประกอบกับการตกแต่งบ้านเรือนสไตล์โมร็อกโก ทำให้เมืองแห่งนี้เป็นเมืองที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวมาเที่ยวได้ตลอดทั้งปี

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

บ่าย นำท่านเข้าสู่ที่พักเช็คอินท์ และ อิสระให้ท่านเดินเล่นภายในเมือง

เย็น รับประทานอาหารค่ำภายในโรงแรมฯ (อาหารค่ำที่ในเมืองเชฟชาอูนสไตล์พื้นบ้าน)

นำท่านเข้าพักค้างคืน ณ โรงแรม ..........หรือเทียบเท่า 4*

วันที่สี่ เชฟชาอูน – เมกเนส – เมืองโรมันโวลูบิลิส - เฟซ

เช้า รับประทานอาหารเช้าท้องถิ่น (แบบไข่ดาว ,ขนมปัง,กาแฟ) พร้อมเช็คเอ้าท์

นำท่านเดินทางสู่ เมืองแมคเนส อดีตเมืองหลวงของโมร็อกโก ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของ เมืองราบัต เคยเป็นฐานทัพทางการทหารที่สำคัญตั้งแต่ศตวรรษที่ 11 ใช้เป็นเมืองหลวงในราวปลายคริสต์ศตวรรษที่ 17 เมื่อเปรียบเทียบกับอดีตเมืองหลวงแห่งอื่น ๆ ของโมร็อกโกแล้ว แมคเนสเป็นเมืองหลวงที่มีระยะเวลาสั้นที่สุดเพียง 50 ปีเท่านั้น แต่ถึงกระนั้นเมืองแมคเนสแห่งนี้ก็ยังคงเต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมแบบมัวร์-สเปนิช ที่งดงามมากมาย เช่นที่พบในสถาปัตยกรรมแบบมุสลิมของสเปนตอนใต้ ชมกำแพงเมืองล้อมรอบเมืองเก่าแมคเนส ที่มีความยาวประมาณ 40 กิโลเมตร ซึ่งมีประตูเมืองใหญ่โตถึง 7 ประตู ชม ประตูบับมันซูที่ได้ชื่อว่าเป็นประตูที่มีความสวยที่สุดเป็นเหมือนยอดมงกุฎตกแต่งด้วยโมเสดไม้สลักสวย ๆ ผสมกลิ่นอายของสถาปัตยกรรมแบบยุโรปและกระเบื้องสีเขียวบนผนังสีแสด สีสันสวยงามสดใส และในเขตเมืองเก่าของแมคเนส ยังมีประตูที่สวยงามอีกหลายแห่ง

บ่าย รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

นำท่านเดินทางสู่ เมืองโรมัน โวลูบิลิส อดีตเมืองโบราณแห่งจักรวรรดิโรมันที่มีความสำคัญยิ่งใหญ่ในยุคศตวรรษที่ 3 และล่มสลายถูกปล่อยเป็นเมืองร้างในศตวรรษที่ 11 ปัจจุบันเหลือแต่เพียงซากปรักหักพังที่เกิดจากแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงในปี ค.ศ. 1755 แต่ก็ยังสามารถที่จะพอได้เห็นร่องรอยของความยิ่งใหญ่ของเมืองในจักรวรรดิโรมันในอดีต เมืองโรมันโวลูบิลิส แห่งนี้ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี ค.ศ. 1997

นำท่านเดินทางต่อสู่ เมืองเฟซ ซึ่งยังคงมีบรรยากาศของเมืองโบราณที่ผู้คนยังใช้ลาเป็นพาหนะและบรรทุกของกันอยู่ สัมผัสบรรยากาศเมืองเก่าแก่ที่สุดในบรรดาเมืองอิมพีเรียลทั้งสี่เมืองหลัก

นำท่านเข้าพักค้างคืน ณ โรงแรม .........หรือเทียบเท่า 4* พัก 2 คืนติดกัน

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำภายในโรงแรมฯ

วันที่ห้า เฟซ

เช้า รับประทานอาหารเช้าภายในโรงแรมฯ

นำท่านเที่ยวชม เมืองเฟซ Fes เมืองเหลวงเก่าใน ศตวรรษที่ 8 ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์เป็นเมืองแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของโมร็อกโก ชม ประตูพระราชวังหลวงแห่งเฟซ ที่มีทหารยามยืนเฝ้าหน้าประตูอย่างสง่างาม ประตูทางเข้าพระราชวังเป็นสถาปัตยกรรมที่สวยและสง่างาม เป็นเอกลักษณ์แห่งราชวงศ์โมร็อกโก บริเวณใกล้เคียงพระราชวังเคยเป็นชุมชนชาวยิวที่ทำรายได้ให้แก่ราชวงศ์ เพราะชาวยิวฉลาดทำการค้าเก่ง แต่ปัจจุบันชาวยิวส่วนใหญ่ได้เดินทางกลับไปอยู่ในดินแดนแห่งพันธสัญญา (ประเทศอิสราเอล) คงเหลือชาวยิวอยู่ไม่มากนัก

จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ เขาวงกตอันซับซ้อนแห่งเมดิน่า เมืองเฟซ ผ่านประตู Bab Bou Jelound ที่สร้างตั้งแต่ปี 1913 ที่ใช้โมเสดสีฟ้าตกแต่ง เดินผ่านเข้าไปในเขตเมดิน่าแล้วเหมือนข้ามกาลเวลาย้อนสู่อดีต

นำท่านเดินผ่านตลาดสดขายข้าวปลาอาหาร และผัก ผลไม้สดต่าง ๆ นานาชนิด ชม เมเดอร์ซา บูอิมาเนีย Merdersa Bou Imania ซึ่งเป็นโรงเรียนสอนพระคัมภีร์ เป็นสถาปัตยกรรมแบบมัวร์ที่สวยงามประณีต

ในเขตเมืองเก่าได้แบ่งออกเป็น 100 ส่วน มีซอยแคบสุดคือ 50 เซนติเมตร ถึงกว้าง 3 เมตร จะแบ่งเป็นย่านต่าง ๆ เช่น ย่านเครื่องใช้ทองเหลือง ทองแดง จะมีร้านค้าเล็ก ๆ ที่หน้าร้านจะมีหม้อ กระทะ อุปกรณ์เครื่องครัว วางแขวนห้อยเต็มไปหมด ย่านขายพรหมที่วางเรียงรายอย่างสวยงาม ย่านงานเครื่องจักรสาน งานแกะสลักไม้ และ ย่านเครื่องเทศ Souk El Attarine ท่านจะได้สัมผัสทั้งรูป รส และกลิ่นในย่านเครื่องเทศที่มีการจัดเรียงสินค้าได้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยสวยงาม ระหว่างที่เดินตามทางในเมดิน่าท่านจะได้พบกับ น้ำพุธรรมชาติ Nejjarine Fountain เพื่อให้ชาวมุสลิมให้ล้างหน้าล้างมือก่อนเข้าไปในบริเวณมัสยิด นอกจากนี้ที่ตามซอกตามมุมอาจเห็นภาพชายสูงอายุหนวดเครารุงรังนั่งแกะสลักไม้ชิ้นเล็ก ๆ อยู่บริเวณตามทางเดินแคบ ๆ ในเขตเมืองเก่า บางทีเราก็ยังจะเห็นผู้หญิงที่นี่สวมเสื้อผ้าที่ปิดตั้งแต่หัวจนถึงเท้าจะเห็นได้ก็เฉพาะตาดำอันคมกริบเท่านั้น ผ่านชมสุเหร่าโคเราวีน ซึ่งเป็นทั้งมหาวิทยาลัยสอนศาสนาแห่งแรกของโมร็อกโกและเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกเลยทีเดียว (เฉพาะผู้ที่นับถือศาสนาอิสลามเท่านั้น)

บ่าย รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

จากนั้นนำท่านเดินชม ย่านเครื่องหนัง และแวะชม บ่อฟอกหนังและย้อมสีหนังแบบโบราณ ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของเมืองเฟซ ถูกอนุรักษ์โดยองค์การยูเนสโก้ ทั้งหมดนี้เป็นเสน่ห์ของการเดินเที่ยวชมเมืองที่ต้องเดินเที่ยวชม อิสระเดินเล่นช้อปปิ้งภายในเมืองเฟซเมืองเก่า // ได้เวลาเดินทางกลับสู่ที่พัก

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำภายในโรงแรมฯ

นำท่านเข้าพักค้างคืน ณ โรงแรม .........หรือเทียบเท่า 5* โรงแรมเดิม

วันที่หก เมืองเฟซ – อิเฟรน - มิเดลท์ - เมืองเออฟอร์ด - เมอร์ซูก้า

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมพร้อมเช็คเอ้าท์

เดินทางต่อสู่ เมืองอิเฟรน เป็นเมืองที่มีความสูงเหนือระดับน้ำทะเลประมาณ 1,650 เมตร ที่พักตากอากาศซึ่งในอดีตฝรั่งเศสได้มาสร้างขึ้นบริเวณนี้ ในช่วง ค.ศ. 1930 บางครั้งเรียกว่า เจนีวาแห่งโมร็อกโก บ้านส่วนใหญ่มีหลังคาสีแดง มีดอกไม้ และทะเลสาบสวยงาม เป็นสถานที่พักผ่อนทั้งฤดูหนาวและฤดูร้อน และผ่านเข้าเมือง มิเดลท์ เส้นทางนี้ผ่านเทือกเขาแอตลาส ชื่อที่คุ้นเคยกันมานานเดินทางข้าม Middle Atlas ภูมิประเทศเขียวชอุ่มไปด้วยป่าไม้และต้นปาล์ม

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

นำท่านเดินทางสู่ เมืองเออฟอร์ด ซึ่งเป็นโอเอซิสศูนย์กลางการค้าขายของคาราวานซึ่งเดินทางมาจากซาอุดิอาระเบียและซูดาน 

ถึงโรงแรมนำท่านเช็คอินท์................หรือเทียบเท่า 4*

จากนั่นนำท่านเข้าเช็คอินท์และเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อเดินทางสู่ทะเลทราย กรณีห้องพักที่เมอร์ซูก้าว่างจะเข้าพักที่เมอร์ซูก้าคะ
พิเศษ นำท่านเข้าสู่ ทะเลทรายซาฮาร่า โดยรถบัส เพื่อขี่อูฐ สู่เนินทรายอันกว้างใหญ่สุดสายตาเพื่อรอชมพระอาทิตย์ขึ้นจากทะเลทราย เป็นบรรยากาศยามเช้าที่คุณจะประทับใจมิรู้ลืม

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำภายในโรงแรม

วันที่เจ็ด เมืองเมอร์ซูก้า –เมืองทินเฮียร์ - เมืองวอซาเซท

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมพร้อมเช็คเอ้าท์

นำท่านเดินทางต่อโดยผ่าน หุบเขาดาเดส แนวเขาและธรรมชาติของหุบเขาที่ถูกกรัดกร่อนจากแรงลมทำให้หุบเขากลายเป็นรูปร่างต่าง ๆ สวยงาม ผ่านเส้นทางทอดร้าแคนยอน Todra Gorges ชมความงามของช่องเขาที่ซ่อนตัวอยู่ในโอเอซิส ลำน้ำเกลือที่ไหลผ่านช่องเขากับหน้าผาที่สูงชันแปลกตา เป็นแหล่งปีนหน้าผาสำหรับนักเสี่ยงภัยทั้งหลาย จากนั่นผ่านสู่ชุมชน Tinghrir ที่เกาะกลุ่มอยู่รวมกันท่ามกลางความแห้งแล้งแต่ยังมีความชุ่มชื้นของโอเอซิส ต้นปาล์ม เคยเป็นที่ตั้งของกองทหารที่เดินทางมาจากวอซาเซทเดินผ่าน

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

นำท่านเดินทางสู่ เมืองวอซาเซท เคยเป็นที่ตั้งทางยุทธศาสตร์ ในปี ค.ศ. 1928 ฝรั่งเศสได้ตั้งกองกำลังทหารและพัฒนาที่นี่ให้เป็นศูนย์กลางการบริหาร วอซาเซท เป็นเมืองถูกส่งเสริมให้เป็นเมืองท่องเที่ยวแวดล้อมด้วยสตูดิโอภาพยนตร์และมีการพัฒนาพื้นที่ในทะเลทรายเพื่อการทำกิจกรรมต่างๆเช่นการขี่มอเตอร์ไซด์ อูฐ กิจกรรมผจญภัยกลางทะเลทราย สำหรับในฤดูหนาว-ฤดูใบไม้ผลิ(พ.ย.-เม.ย.) ควรเตรียมเสื้อกันหนาวให้เพียงพอ เพราะเมืองนี้อยู่ใกล้ภูเขาแอตลาสที่มีหิมะปกคลุมในช่วงดังกล่าววอซาเซทอาจกล่าวได้ว่าเป็นจุดมุ่งหมาย ของนักท่องเที่ยวที่มองหาความแตกต่าง และความผจญภัยที่หาไม่ได้จากที่ไหน วอซาเซทเป็นเมืองที่สำคัญที่สุดของทางตอนใต้ และที่นี่ยังเป็นทางเชื่อมระหว่างเหนือกับใต้ และตะวันออกกับตะวันตก

นำท่านเข้าพักค้างคืน ณ โรงแรม.....หรือเทียบเท่า 4*

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำภายในโรงแรมฯ

วันที่แปด เมืองวอซาเซท – เมืองไอเบนฮาดู – เมืองมาราเกซ

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมพร้อมเช็คเอ้าท์

นำชม ป้อมทาเริท เป็นป้อมแห่งตระกูลกลาวี ภายใต้หมู่อาคารขนาดใหญ่ ซึ่งภายในประกอบด้วยห้องต่าง ๆ จำนวนมากซ่อนอยู่เชื่อมต่อกันด้วยถนนเล็กๆ และเส้นทางลับคดเคี้ยวตามอาคารที่เบียดเสียดกันพระราชวังของผู้ปกครองมาราเกซ ตระกูลกลาวี Glaoui Palace อยู่ภายในซึ่งยังมีลวดลายผนังอาคารและรูปแบบสถาปัตยกรรมอันหลากหลายของการสร้างอาคารของชาวเบอร์เบอร์ การออกแบบอาคารซึ่งเหมาะกับความเชื่อและความเป็นอยู่ของเหล่าเจ้าผู้ปกครอง ในยุคของตระกูล Glaoui ที่นี่มีคนงานและคนรับใช้จำนวนหลายร้อยคนจึงต้องมีห้องเป็นจำนวนมากมีทั้งส่วนที่เป็นวังเก่าห้องนั่งเล่น ห้องรับรอง บางห้องก็ว่างเปล่า องค์การยูเนสโก้ได้ปฏิสังขรณ์ขึ้นมาจากอาคารเดิมเพียง 1ใน 3 ของอาคารทั้งหมด

นำท่านออกเดินทางสู่ เมืองไอท์ เบนฮาดดู ชมเมืองไอท์ เบนฮาดดู เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงในเรื่องการหารายได้จากกองถ่ายทำภาพยนตร์กว่า 20 เรื่อง โดยเฉพาะป้อมที่งดงามและมีความใหญ่ที่สุดในโมร็อกโกภาคใต้ คือ ป้อมไอท์ เบนฮาดดู Kasbash of Ait Ben Hadou เป็นป้อมหินทรายซึ่งตั้งอยู่ท่ามกลางสวนอัลมอนด์ เป็นปราสาทที่ใช้ในการถ่ายทำภาพยนตร์หลายเรื่องที่โด่งดังอาทิ Lawrence of Arabia, Jesus of Nazareth และ Gladiator ปัจจุบันอยู่ในความดูแลขององค์การยูเนสโก้

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

นำท่านออกเดินทางสู่ เมืองมาราเกซ ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญที่ตั้งอยู่เชิงเขาแอตลาสในอดีตเมืองโอเอซิสแห่งนี้เป็นที่พักของกองคาราวานอูฐที่มาจากทางตอนใต้ของโมร็อกโก ถือเป็นเส้นทางหลักของพ่อค้าต่าง ๆ นอกจากนี้ยังเป็นอดีตเมืองหลวงในช่วงสมัยราชวงศ์อัลโมราวิด ช่วงศตวรรษที่ 11 ปัจจุบันเป็นเมืองที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนมากที่สุด สภาพบ้านเมืองที่เราเห็นได้คือสองข้างทางแวดล้อมด้วยบ้านเรือนที่ถูกฉาบด้วยปูนสีส้มๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลกำหนดไว้ แต่คนท้องถิ่นจะเรียกว่า Pink City หรือ เมืองสีชมพู อาจกล่าวได้ว่ามาราเกซเป็นเมืองที่มีเสน่ห์ที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง จึงได้สมญานามว่าเป็น A City of Drama นั่นคือมีความสวยงามดั่งเมืองในละครที่ไม่น่าเป็นชีวิตจริงได้

อิสระช้อปปิ้งภายในตลาดเก่า ณ จัตุรัสกลางเมือง Djemaa Fnaa Square ที่มีขนาดใหญ่รายล้อมไปด้วย อาคาร,ร้านค้า,ตลาด ทั้ง 4 ด้าน เดินเล่นถ่ายรูปความมีชีวิตชีวาที่มีสีสันและกลิ่นอายแบบโมร็อกโกขนานแท้ พร้อมจับจ่ายหาซื้อของฝากของที่ระลึกพื้นเมืองต่างๆได้ที่ตลาด Souks ที่อยู่รายรอบจัตุรัสอย่างอิสระเต็มที่

นำท่านเข้าพักค้างคืน ณ โรงแรม............หรือเทียบเท่า 4*

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำภายในโรงแรมฯ

วันที่เก้า เมืองมาราเกซ – เมืองคาซาบลังกา

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมพร้อมเช็คเอ้าท์ 

พิเศษ...นำท่านนั่งรถม้าชมเมืองเก่า มาราเกซ เมืองสีชมพู Pink city ชมบรรยากาศรอบๆเมือง นำท่านชมด้านนอก มัสยิดคูตาเบีย ซึ่งเป็นมัสยิดใหญ่เก่าแก่ที่สุดในเมืองไม่ว่าจะเดินไปแห่งใดในตัวเมืองก็จะเห็นมัสยิดนี้ได้ จากหอบังที่มีคามสูง 226 ฟิต (70 เมตร) (ถ่ายรูปเฉพาะด้านนอก ไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวเข้าชมภายในได้)

จากนั้นชม พระราชวังบาเฮีย เป็นพระราชวังของท่านมหาอำมาตย์ ผู้สำเร็จราชการแผ่นดินแทนยุวกษัตริย์ในอดีต สร้างขึ้นในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 โดย Si Moussa สถาปัตยกรรมออกเป็นแนวสมัยใหม่ โดยที่ตั้งใจจะให้เป็นพระราชวังที่ยิ่งใหญ่และหรูหราที่สุดในสมัยนั้น แต่ด้วยความที่มีการวางแผนก่อสร้างและตกแต่งอย่างเร่งรีบ จึงเป็นที่วิจารณ์กันว่ารายละเอียดหลาย ๆ อย่างในพระราชวังแห่งนี้ยังไม่สมบูรณ์ลงตัว พระราชวังมีการตกแต่งโดยการแกะสลักปูนปั้น Stucco มีการวาดลายบนไม้และประดับประดาด้วยโมเสกเป็นลวดลายที่สวยงามละเอียดอ่อนมาก

นำท่านชม สวนจาร์ดีน มาจอแรล หรือ สวนยิปแซงลอเร้นซ์ ชื่อนี้เป็นที่คุ้นเคยของสาว ๆ ที่ชื่นชอบแฟชั่นสุดหรูของ Yves St. Laurent นักออกแบบแฟชั่นดีไซน์แห่งปารีสประเทศฝรั่งเศส เป็นผู้ออกแบบสวนแห่งนี้ในช่วงที่โมร็อกโกตกเป็นอาณานิคมของประเทศฝรั่งเศส ยิปแซงลอเร้นซ์มาที่ประเทศโมร็อกโก เพื่อพักผ่อนหลังจากเคร่งเครียดจากงานออกแบบแฟชั่นโชว์ บ้านหลังนี้เคยตกเป็นของเศรษฐีแห่งมาราเกซ หลังจากยิปแซงมาเยือนมาราเกซก็ได้เกิดความหลงใหลในเมืองแห่งนี้ และซื้อบ้านหลังนี้ไว้เพื่อเป็นที่พักผ่อน ชมสวนที่ถูกออกแบบโดยใช้สีฟ้าและสีส้มเป็นองค์ประกอบ ไม่ว่าจะเป็นเสา แจกัน และชมนานาพรรณของต้นไม้แห่งทะเลทรายที่จัดได้อย่างสวยงามลงตัว

บ่าย รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น นำท่านเดินทางกลับเมืองคาซาบลังกา ใช้เวลาประมาณ4ชั่วโมง จากนั่นอิสระให้ท่านเดินเล่นช้อปปิ้งภายในย่านเมดิน่าที่มีของขายมากมาย

รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคารท้องถิ่นจากนั่น

นำท่านเข้าพักค้างคืน ณ โรงแรม...........หรือเทียบเท่า 5*

วันที่สิบ เมืองคาซาบลังกา - สนามบินโมฮาเหม็ด - ดูไบ (UAE)

08.00 รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม พร้อมเช็คเอ้าท์

08.30 นำท่านเที่ยวชม เมืองคาซาบลังกา เมืองหลวงที่มีประชากรอาศัยกันอยู่อย่างหนาแน่นและคนต่างชาติหลากหลายที่เข้ามาทำการค้าที่เมืองแห่งนี้ นำท่านเข้าชม สุเหร่าแห่งกษัตริย์ฮัสซันที่ 2 Mosque of Hassan II มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากเมืองเมกกะ (ชมด้านในสุเหร่า ซึ่งรวมค่าเข้าชมแล้ว) สุเหร่านี้งดงามประณีตด้วยสถาปัตยกรรมแบบโมร็อกโกทุกแขนง มีหอประกาศเชิญชวนเมื่อเข้าเวลาละหมาดที่สูงที่สุดในโลกมีความสูงถึง 210 เมตรชมทิวทัศน์รอบๆ สุเหร่าอันเป็นจุดชมวิวริมฝั่งทะเลซึ่งเป็นสถานที่พักผ่อนที่สวยงามของชาวโมร็อกโกที่ชอบมาเดินเล่นหลังจากปฏิบัติศาสนกิจเสร็จแล้ว

นำท่านผ่านชมย่านธุรกิจที่สำคัญๆ เช่น จัตุรัสสหประชาชาติ ย่านพักตากอากาศของมหาเศรษฐีและผู้มีอำนาจทางเศรษฐกิจที่สำคัญของโมร็อกโก 

11.00 อาหารกลางวันแบบกล่อง

12.00 ได้เวลาเดินทางกลับสู่สนามบินโมฮาเหม็ด เพื่อเตรียมเดินทางกลับกรุงเทพฯ

14.45 เครื่องบินออกจากสนามบินโมฮาเม็ด เพื่อบินกลับดูไบ โดยเที่ยวบิน EK752 (เวลาบิน 7.25 ชั่วโมง)

วันที่สิบเอ็ด  ดูไบ(UAE) - สนามบินสุวรรณภูมิ

01.15  ถึงสนามบินดูไบ สหรัฐอาหรับอิมิเรสต์ (แวะเปลี่ยนเที่ยวบิน) 

02.50  ออกเดินทางสู่ กรุงเทพมหานคร โดยเที่ยวบิน EK384  เวลาบิน 6 ชั่วโมง

12.30 เดินทางถึง ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจ

หมายเหตุ   
1.ตั๋วกรุ๊ป EK ไม่มีราคาตั๋วเด็ก , ตั๋วกรุ๊ปไม่สามารถอัพเกรดชั้นธุรกิจ หน้าเคาเตอร์ได้ , ตั๋วกรุ๊ปไม่สามารแยกขากลับได้
2.สายการบิน EK สามารถระบุเก้าอี้นั่งได้ กระเป๋าโหลดท่านละ 2 ชิ้น ชิ้นละไม่เกิน 23กิโลกรัม  //ชั้นธุรกิจท่านละ2ชิ้น ชิ้นละไม่เกิน32กิโลกรัม 
3.กรุณาอย่านำของมีค่าติดตัวไป เช่นจิวเวลรี่ , ไอแพด 
4.อาหารซีฟู้ด ไม่สามารถรีเควส ได้ ทั้ง EK และถ้าบินภายในประเทศไม่สามารถรีเควสอาหารเป็นซีฟู้ดบนเครื่องบินได้
5.ทัวร์ไม่มีอาหารซีฟู้ด มีเฉพาะบางมื้อ ส่วนใหญ่ จะเป็นไก่ กับ เนื้อวัว ,แพะ และ แกะ  แต่สามารถจัดสลัด หรือ ซุป แทนได้
6.บริษัทฯ ไม่มีแจกของแถม มีแต่เอกสารแจกที่สนามบิน

สนใจโปรแกรมนี้?

ให้ทีม Planet Worldwide ช่วยตรวจสอบวันเดินทาง ที่นั่งว่าง และรายละเอียดล่าสุดก่อนตัดสินใจ

รหัสทัวร์ 1027

จองทางไลน์