**วีซ่าแอลจีเรีย ใช้เวลาค่อนข้างนานกว่าทัวร์ปกติ แนะนำลูกค้าที่สนใจเดินทาง
แจ้งจองทัวร์ล่วงหน้าก่อนการเดินทาง 3 เดือน**
1.วันแรก สนามบินสุวรรณภูมิ - ดูไบ
22.00 คณะพร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ ROW T05 สายการบินอิมิเรสต์
2.วันที่สอง ดูไบ - แอลจีเรีย - ชมด้านนอกมหาวิหารพระแม่แห่งแอฟริกาในแอลเจียร์
02.00 ออกเดินทางโดยเที่ยวบิน EK377 โดยใช้เวลาบินประมาณ 6.50 ชม.
05.55 ถึงสนามบินดูไบ นำท่านต่อเที่ยวบินในสนามบินดูไบ
08.10 เครื่องบินออกเดินทางสู่สนามบินแอลจีเรีย โดยเที่ยวบิน EK757 ใช้เวลาบิน 7.30ชม.
12.40 ถึงสนามบินแอลจีเรีย เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 6 ชั่วโมง
นำท่านเที่ยวชมเมืองหลวงที่ออกเสียงว่า แอลจีส Algies นำท่านเดินทางสู่นำท่านชมด้านนอกมหาวิหารพระแม่แห่งแอฟริกาในแอลเจียร์ มหาวิหารสร้างเสร็จในปี 1872 หลังจากทำงานมา 14 ปี เป็นผลงานของสถาปนิกชาวฝรั่งเศส Jean Eugène Fromageau ภายนอกสร้างขึ้นในสไตล์ไบแซนไทน์ ขณะที่ภายในได้รับแรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมฮิสปาโน-มัวร์เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่อุทิศให้กับ Mary มารดาของพระเยซู ด้านหลังแท่นบูชาบนผนังมีคติสอนใจที่ว่า “พระแม่แห่งแอฟริกาอธิษฐานเผื่อเราและเพื่อชาวมุสลิม
รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
นำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม........ ระดับ 4ดาว ท้องถิ่น
3.วันที่สาม แอลเจียร์ - เที่ยวเมืองโบราณทิมกัต - กงส์ตองติน
05.00 รับประทานอาหารพร้อมเช็คเอ้าท์
06.00 เดินทางออกจากเมืองแอลเจียร์ เข้าสู่เมืองโบราณทิมกัต
เช้า นำท่านเดินทางสู่เมืองโบราณ ทิมกัต ตั้งอยู่บริเวณทางตอนเหนือของเทือกเขาออร์เร็ส ห่างจากเมืองกงส์ตองติน 110 กิโลเมตร เป็นสถานที่ตั้งของเมืองโบราณภายใต้การปกครองของจักรพรรดิไตรดานุส แห่งจักรวรรดิ์ทราจัน ปัจจุบันเมืองโบราณทิมกัตได้รับการคัดเลือกจากองค์กรยูเนสโกให้เป็นเมืองมรดกโลก ในปีคริสต์ศักราช 1982
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำท่านชม เมืองโบราณทิมกัต อดีตที่เคยเป็นห้องสมุด ศาสนสถาน อัฒจันทร์ และมหาวิหารของจักรวรรดิ์ทราจัน ที่เคยรุ่งเรือง มีสถาปัตยกรรมที่หลากหลายซึ่งประกอบด้วยประเภทต่างๆ มากมายและหลากหลาย ซึ่งเกี่ยวข้องกับขั้นตอนทางประวัติศาสตร์ที่แตกต่างกันของการก่อสร้าง ระบบป้องกัน อาคารสำหรับสิ่งอำนวยความสะดวกและการแสดงสาธารณะ และศาสนสถาน Timgad แสดงภาพชีวิตของการล่าอาณานิคมของโรมันในแอฟริกาเหนือกว่าสามศตวรรษ
ได้เวลานำท่านเดินทางกลับสู่สนามบินเมืองกงส์ตองติน
เย็น รับประทานอาหารค่ำภายในที่พัก
ค่ำ นำท่านเข้าโรงแรมที่พัก......... ระดับ4ดาวท้องถิ่น
4.วันที่สี่ กงส์ตองติน - โรงละครโรมัน – น้ำพุร้อนธรรมชาติ - กงส์ตองติน
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่ โรงละครโรมัน ในจังหวัดคลามา ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง โรงละครแห่งนี้สร้างขึ้นระหว่างศตวรรษที่ 12-13 ด้วยราคาทองคำประมาณ 3,000 ชิ้นในเวลานั้น สร้างขึ้นในรัชสมัยของจักรพรรดิ Septemus โดยแม่ชี Anya Elia Stiterta อนุสาวรีย์แห่งนี้เป็นหนึ่งในโบราณวัตถุทางประวัติศาสตร์ที่หายากทั่วโลกทั้งในรูปแบบเรขาคณิตและสถาปัตยกรรมปัจจุบันโรงละครโรมันแห่งนี้ยังถูกนำมาใช้เป็นที่แสดงคอนเสิร์ต หรือ ศิลปวัฒนธรรมด้านโบราณคดี สร้างรายได้ท่องเที่ยวให้จังหวัดอย่างมากมาย อิสระให้ท่านเดินชมโรงละครและถ่ายรูปกับสถานที่มรดกโลกแห่งนี้
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำท่านแวะชม น้ำพุร้อนทางธรรมชาติหรือที่รู้จักกันในชื่อ Hammam Debagh หรือ Hammam Chellala เป็นหินน้ำธรรมชาติและน้ำพุร้อนที่ตั้งอยู่ในเมืองและชุมชนของ Hammam Debagh ในจังหวัด Guelma ประเทศแอลจีเรีย ประวัติการใช้สถานที่นี้ย้อนไปถึงยุคโรมันในศตวรรษที่ 1 ลักษณะกำแพงหินหลากสีที่น่าทึ่งในฤดูใบไม้ผลิได้ ดึงดูดความสนใจจากคนในท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวตั้งแต่ยุคของจักรวรรดิโรมัน
ได้เวลานำท่านเดินทางกลับเมืองกงส์ตองติน ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง
เย็น รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
ค่ำ นำท่านเข้าโรงแรมที่พัก..........ระดับ 4 ดาวท้องถิ่น
5.วันที่ห้า ชมเมืองกงส์ตองติน - สะพานแห่งเมืองกงส์ตองติน - อนุสาวรีย์แห่งชัยชนะ - บินไปเมืองการ์ดาเอีย ทะเลทราย (บินภายในโหลดได้1ชิ้นไม่เกิน 23 กิโลกรัม
เช้า รับประทานอาหารเช้าภายในโรงแรมพร้อมเช็คเอ้าท์
วันนี้เที่ยวชม เมืองกงส์ตองติน ซึ่งเป็นเมืองที่เก่าแก่ที่สุดเมืองหนึ่งในทวีปแอฟริกา มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศ รองจากกรุงแอลเจียร์และเมืองออราน ตั้งอยู่ทางทิศเหนือ-ตะวันออกของประเทศแอลจีเรีย อยู่ห่างจากกรุงแอลเจียร์ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ราว 320 กิโลเมตร สร้างขึ้นโดยชาวอาหรับ เมื่อประมาณ 2,500 ปีมาแล้ว มีลักษณะเป็นเมืองป้อมปราการบนโขดหินสูงกว่า 240 เมตร เหนือหุบเขาลำน้ำเบื้องล่าง มีกำแพงและประตูเมืองสร้างในสมัยกลาง รวมทั้งซากเมืองโรมันในบริเวณใกล้เคียง กงส์ตองตินเคยเป็นเมืองหลวงของราชวงศ์ นูมิเดียเมื่อประมาณ 2 ปีก่อนคริสต์ศักราช ต่อมาจักรพรรดิคอนสแตนติน มหาราชจักรพรรดิของโรมันได้บูรณะขึ้นใหม่ในปีคริสต์ศักราช 313 ต่อมาฝรั่งเศสยึดครองไว้ในปี ค.ศ. 1837 ได้รับการขนานนามว่าเป็น “เมืองแห่งสะพาน” เนื่องจากมีสะพานอันงดงามมากมาย ที่เชื่อมระหว่างภูเขาและหุบเหว กับเมือง ซึ่งถูกสร้างไว้หลายแห่ง
เช่น สะพานแขวน ซิดี เอ็มซิด ซึ่งเป็นสะพานแขวนที่สูงที่สุดในโลก มีความสูง 175 เมตร ยาว 164 เมตร ข้ามแม่น้ำรัมเม ในเมืองกงส์ตองติน ประเทศแอลจีเรีย
นำท่านชม สะพานเดินเท้า เมลล่า สลิมาเนห์ เดินข้ามช่องแคบที่ดูน่าหวาดเสียวและตื่นเต้น ซึ่งท่านจะได้เห็นทิวทัศน์ของโตรกผาและบ้านที่สร้างอยู่ในหุบเขา
จากนั้นนำท่านชม อนุสาวรีย์แห่งความตาย ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ระลึกถึงผู้ที่ตกเป็นเหยื่อของสงครามโลกครั้งที่ 1
เย็น รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
18.00 นำท่านเดินทางสู่สนามบินกงส์ตองติน เพื่อบินสู่เมืองการ์ดาเอีย ประตูสู่ทะเลทราย
20.30 เครื่องบินออกโดยเที่ยวบิน AH....
22.30 ถึงสนามบินการ์ดาเอีย
นำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรมท้องถิ่น ............... ระดับ 4 ดาวท้องถิ่น
เมืองการ์ดาเอีย ซึ่งเป็นเมืองหลวงของเขตการปกครอง และจังหวัดชื่อเดียวกันทางภาคกลางตอนบนของประเทศแอลจีเรีย เมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานหลายพันปีแห่งนี้ตั้งอยู่ในเขตทะเลทรายซาฮาร่าบริเวณริมฝั่งแม่น้ำ Mzab ทำให้มีความชุ่มชื้นอยู่พอสมควร และได้ขึ้นเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม จากการเป็นแหล่งอารยธรรมโบราณของชาวเบอร์เบอร์ (Berbers) ซึ่งเป็นกลุ่มคนเร่ร่อนในทะเลทรายซาฮาร่า
6.วันที่หก การ์ดาเอีย
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
นำท่านเดินทางไปชม หุบเขาเอ็มซาปบ์ (M’Zab Valley) ซึ่งเป็นหนึ่งในสถานที่ที่สวยงามน่าสนใจ และคุ้มค่าที่สุดสำหรับการเที่ยวชมในประเทศแอลจีเรีย หุบเขายาวหไกไมล์ ตั้งอยู่ในภาคเหนือของทะเลทราย ซาฮาร่า ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของแอลจีเรียนั้น มีกลุ่มโอเอซิสทะเลทรายโบราณ ที่มีบ่อน้ำนับพันแห่ง และมีต้นปาล์มหลายพันต้น ที่ให้น้ำในบริเวณนี้ เมืองโบราณทั้งห้าของพื้นที่ M’zab อันประกอบด้วย Ghardaia, Beni Isguen, Melika, Bou Noura และ El-Atteuf หรือที่รู้จักกันในนาม Pentapolis ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโกเป็นตัวอย่างของที่อยู่อาศัยของมนุษย์แบบดั้งเดิมที่ปรับให้เข้ากับสภาพแวดล้อมโดยรอบได้อย่างสมบูรณ์แบบ ปัจจุบัน 5 เมืองนี้ เป็นจุดหมายปลายทางสำหรับนักเดินทางที่สนใจประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมโบราณ รวมถึงสถาปัตยกรรมและภูมิทัศน์ที่โดดเด่น
นำท่านชม สถาปัตยกรรมดินเหนียวแห่งการ์ดาเอีย ตั้งอยู่ในทะเลทรายของเมือง การ์ดาเอีย มีอายุกว่า 1,000 ปี แต่ยังคงดูแข็งแรงและสง่างาม วัสดุหลักในการก่อสร้าง คือ ดินเหนียว หิน และไม้ ด้วยสถาปัตยกรรมที่มีเอกลักษณ์และมีความสวยงามแปลกตา เนื่องจากอากาศในทะเลทรายที่ร้อนมาก และในอดีตไม่มีเครื่องปรับอากาศและไฟฟ้า การก่อสร้างบ้านเรือน จึงนิยมใช้ดินเหนียวและหิน เพราะดินเหนียว ช่วยให้บ้านเย็น และลดอุณหภูมิภายในได้
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
จากนั้นนำท่านชม สุสานซิดิ บราฮิม ในเมืองเอล อัสตาฟ (El Atteuf) ซึ่งเป็นเมืองแรกที่สร้างขึ้นในบริเวณหุบเขา M’zab เป็นอาคารที่โดดเด่น และมีผนังด้านนอกโค้งหนา ผิดปกติหน้าต่างขนาดเล็ก และภายในเป็นทรงโค้ง ที่งามแปลกตา
และสุเหร่าแห่งเมืองการ์ดาเอีย
เย็น รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
นำท่านเข้าพักโรงแรมท้องถิ่น.......................ระดับ4ดาวท้องถิ่น
7.วันที่เจ็ด การ์ดาเอีย - แอลเจียร์(บินภายในโหลดกระเป๋าได้ 1 ชิ้นไม่เกิน 23 กิโลกรัม)
เช้า รับประทานอาหารเช้าภายในโรงแรมฯพร้อมเช็คเอ้าท์
07.00 นำท่านเดินทางสู่สนามบินการ์ดาเอีย เพื่อบินกลับสู่เมืองแอลเจียร์
09.25 เครื่องบินออกโดยเที่ยวบิน AH..................
11.55 ถึงสนามบินแอลเจียร์
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
นำท่านชม แกรนเด้ โพสเต้ อาคารสำนักงานไปรษณีย์หลักของเมืองแอลเจียร์ สร้างขึ้นในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 โดยใช้สถาปัตยกรรมสไตล์ฝรั่งเศสจากนั้น
เยี่ยมชม จัตุรัสกลางเมือง อันเป็นสถานที่ตั้งของอนุสาวรีย์เชิดชูเกียรติของนายพลชาวฝรั่งเศสนามว่า Emir Abdelkader
นำท่านชม มัสยิดเก่าแก่เอล ดีเจดดิด สร้างขึ้นในช่วงคริสต์ศตวรรษที่17 โดยใช้สถาปัตยกรรมแบบผสมผสานระหว่างสไตล์ฝรั่งเศสและสไตล์ดั้งเดิม
เย็น รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
ค่ำ นำท่านเข้าโรงแรมที่พัก......... ระดับ 4 ดาวท้องถิ่น
8.วันที่แปด แอลเจียร์ – ทิปาซา – เชอร์เชลล์ - แอลเจียร์
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
เดินทางสู่เมือง ทิปาซา ตั้งอยู่บนชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ประมาณ 80 กม. ทางตะวันตกของแอลเจียร์ เป็นเมืองท่าโรมันทั่วไปที่มีความมั่งคั่งและอิทธิพลสูงสุดภายใต้จักรพรรดิเซ็ปติมุส เซเวอรัส (ค.ศ. 193-211) มันถูกล้อมรอบด้วยกำแพงป้องกัน 2.2 กม. ซึ่งช่วยรักษาความสมบูรณ์ของมันในการต่อต้านกองกำลังที่บุกรุกจนในที่สุดมันก็ถูกทำลายโดย Vandals ในปี ค.ศ. 372 หลังจากนั้นเมืองก็ทรุดโทรมและวัสดุก่อสร้างของทิปาซาจำนวนมากถูกนำมาใช้ในการก่อสร้าง ของประเทศแอลเจียร์
นำท่านชม "หลุมฝังศพของสตรีชาวคริสต์ Royal Mausoleum of Mauretania " เพราะมีรูปทรงเหมือนกากบาทของเส้นแบ่งที่ประตูเท็จ ในภาษาอาหรับ สุสานเรียกว่า Kubr-er-Rumia หรือ Kbor er Roumia ซึ่งหมายถึงหลุมฝังศพของหญิงชาวโรมัน
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
เดินทางต่อสู่เมืองเชอร์เชลล์ Cherchell เมืองท่าเรือ ที่นี่มีหอประภาคารขนาดเล็กและเต็มไปด้วยเรือประมงท้องถิ่น อดีตเมืองนี้มีชื่อเสียงด้านการผลิตเหล็กกล้า เรือดิน และเครื่องใช้เหล็กเพื่อส่งออกให้กับประเทศข้างเคียง นำท่านชมท่าเรือและจัตุรัสผู้พลีชีพ
ชมด้านนอกของมัสยิด El Rahman ที่มีเสา 100 ต้น อาคารหลังนี้มีลักษณะเหมือนโบสถ์คริสต์เพราะอดีตเป็นมหาวิหารเซนต์ปอลจนถึงปี ค.ศ. 1574
ชมอนุสาวรีย์คาทอลิกแห่งนี้สร้างขึ้นบนยอดวิหารโรมันเก่าแก่ จากนั้นชม ซากเมืองโรมันเก่าแก่ ชมพิพิธภัณฑ์โบราณคดีแห่งเชอร์เชลล์ เพื่อดูซากของอดีตจักรวรรดิอันรุ่งโรจน์ ในตอนท้ายของทัวร์นิทรรศการถาวร ซึ่งมีงานประติมากรรมมากมายและผลงานอันโดดเด่นอื่น ๆ จากสมัยโบราณ
ได้เวลาเดินทางกลับสู่เมืองแอลเจียร์ เมืองหลวง
เย็น รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
ค่ำ นำท่านเข้าโรงแรมที่พัก.....ระดับ 4 ดาวท้องถิ่น
9.วันที่เก้า แอลเจียร์ - สวนพฤกษศาสตร์ - อนุสาวรีย์แห่งชัยชนะ - สนามบินแอลจีเรีย - ดูไบ
เช้า รับประทานอาหารเช้าภายในโรงแรมพร้อมเช็คเอ้าท์
นำท่านเที่ยวชมสวนพฤกษศาสตร์ที่เป็นสัญลักษณ์ของเมืองแอลเจียร์ Jardin d’Essai du Hamma หรือสวนพฤกษศาสตร์ El Hamma ในแอลเจียร์ สวนอันสวยงามแห่งนี้มีพื้นที่ 54 เฮกตาร์ สวนตั้งอยู่ในอ่าว Algiers ในเขต Hamma มีสภาพอากาศที่เหมาะสมระหว่างชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนและภูเขาที่ลมแรงพัดผ่านทะเลทราย สวนพฤกษศาสตร์เหมาะสำหรับเดินเล่นไปตามทางเดินที่รายล้อมไปด้วยพืชพันธุ์หลายร้อยสายพันธุ์ น้ำพุที่ประดับตกแต่ง สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์ศิลปะ หน้าที่หลักของสวนในช่วงแรกคือการกระจายพันธุ์พืชที่มีประโยชน์เพื่อวัตถุประสงค์ทางการแพทย์ เศรษฐกิจ และการค้า ก่อนที่จะมีการนำกิจกรรมทางวิทยาศาสตร์และพืชสวนมาใช้ สวนแห่งนี้แยกออกเป็น2หลัก หันหน้าเข้าหากัน ตั้งแต่ชายทะเลไปจนถึงเชิงเขา การจัดวางที่คล้ายกับสวนฝรั่งเศสในศตวรรษที่ 18 แต่มีกลิ่นอายของเมดิเตอร์เรเนียน
จากนั้น เดินต่อสู่อนุสรณ์สถานคอนกรีต ของทหารพลีชีพที่ยิ่งใหญ่ Maqam Echahid เป็นอนุสรณ์สถานคอนกรีตที่สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงสงครามแอลจีเรีย อนุสรณ์สถานแห่งนี้เปิดทำการในปี 1982 ในวาระครบรอบ 20 ปีการประกาศเอกราชของแอลจีเรีย อนุสรณ์สถานแห่งนี้สร้างขึ้นเป็นรูปใบปาล์มยืนต้น 3 ใบ ซึ่งปกป้อง
"เปลวไฟนิรันดร์" ไว้ด้านล่าง ริมใบปาล์มแต่ละใบมีรูปปั้นทหารที่เป็นตัวแทนของการต่อสู้เพื่ออิสรภาพของแอลจีเรีย
เที่ยง ทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
12.30 ออกเดินทางสู่สนามบินแอลเจียร์เพื่อเตรียมบินกลับกรุงเทพฯ
15.45 เครื่องบินออกเดินทางสู่ดูไบ โดย EK758 เวลาบิน 6.25ชม
10.วันที่สิบ ดูไบ - กรุงเทพฯ
01.10 ถึงสนามบินดูไบ จากนั้นนำท่านต่อเที่ยวบินเข้าสู่กรุงเทพฯ
03.50 ออกเดินทางจากสนามบินดูไบ โดยเที่ยวบินที่ EK376 เวลาบิน 6 ชม.
12.55 เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ
หมายเหตุ
1.โปรแกรมอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงได้ ขึ้นกับเที่ยวบินภายในประเทศ
บางสถานที่มีเวลาเปิด-ปิด ไม่ทั้งวัน-บางแห่งไม่ได้เปิดทำการทุกวัน บริษัทฯจะพาไปเข้าชมอย่างอื่นแทน
ดังนั้นขอให้ท่านโปรดทำความเข้าใจก่อนการจองทัวร์ กรณีไม่สามารถเข้าได้จริงๆ จะคืนแค่เงินชม
2.วีซ่าแอลจีเรีย ใช้สำเนาพาสปอร์ตยื่นล่วงหน้า 30วันก่อนการเดินทาง
3.กระเป๋าบินภายในทุกๆเที่ยวบินโหลดได้ 1 ชิ้นไม่เกิน 23กิโลกรัม ถือขึ้นเครื่องบินได้ 1 ชิ้นไม่เกิน7กิโลกรัม และไม่สามารถจัดที่นั่งล่วงหน้าได้
4.สายการบิน EK ตั๋วกรุ๊ป ไม่สามารถแยกขากลับได้ และไม่สามารถอัพเกรดชั้นธุรกิจหน้าเคาเตอร์ได้ เก้าอี้จัดได้ในโซนกรุ๊ป
กรณีต้องการซื้อเก้าอี้ แนะนำซื้อวันเดินทางเช็คอินท์ หน้าเคาเตอร์เท่านั้น
5.สายการบิน EK ชั้นประหยัด กระเป๋าโหลดท่านละ 2 ชิ้น ชิ้นละไม่เกิน 23กิโลกรัม //ชั้นธุรกิจท่านละ2ชิ้น ชิ้นละไม่เกิน32กิโลกรัม
6.บนเครื่องบิน EK ไม่สามารถรีเควสอาหารซีฟู้ดได้
7.อาหารซีฟู้ดไม่มี ส่วนใหญ่จะเป็นไก่ กับ เนื้อวัว ,แพะ และ แกะ แต่สามารถจัดสลัด หรือ ซุป แทนได้
8.บริษัทฯ ไม่มีแจกของแถม มีแต่เอกสารแจกที่สนามบิน