ทัวร์ปากีสถานตอนเหนือ ตอนใต้ ตักศิลา  เปชวาร์ ลาฮอร์  สวัต ชีลาส

ไฮไลท์ทัวร์

เที่ยวปากีสถาน ค้นหาเสน่ห์แห่งหุบเขาและธรรมชาติเทือกเขาที่รายล้อมและยิ่งใหญ่บนเทือกเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะ สูงสลับเป็นยอดเด่นสง่ากับทะเลสาบที่เขียวดังมรกตและแม่น้ำสินธุที่มีความสำคัญ บนเส้นทางหลวงรถยนต์ที่สูงที่สุดในโลกบนถนนคาราโคลัมไฮเวย์ที่ถูกกล่าวว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกอันดับ8 ชมมรดกโลกด้านพระพุทธศาสนา

กำหนดวันเดินทาง

ช่วงวันเดินทางราคาต่อท่านพักเดี่ยวเพิ่ม
18 ต.ค. 69 - 30 ต.ค. 69 119,900.- 30,000.-
25 ต.ค. 69 - 6 พ.ย. 69 119,900.- 30,000.-

รายละเอียดทัวร์

** เรียนแจ้งสำหรับรายการทัวร์เดินทางโดยสายการบินไทย ช่วงไฮซีซั่น เดือน ตุลาคม / ปีใหม่ / สงกรานต์ / วันหยุดไทย

บริษัทฯ จะต้องออกตั๋วเร็วที่สุด และจำเป็นต้องปิดกรุ๊ป ก่อนการเดินทาง 40 วัน เนื่องสายสายการบินกำหนด ต้องออกตั๋วหมู่คณะก่อนการเดินทาง 30 วัน **

หมายเหตุ...รูปภาพในโปรแกรมฯ คือรูปของปีที่ผ่านมา 
ทั้งนี้บริษัทฯ ไม่สามารถการันตี สภาพอากาศ,ดอกไม้ ,ภัยธรรมชาติที่อาจจะเกิดขึ้นได้และเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา

วันแรก กรุงเทพ – อิสลามาบัด 

15.00 คณะพร้อมกัน ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ชั้น 4 การบินไทย TG ROW H พบเจ้าหน้าที่บริษัทฯ คอยต้อนรับและอำนวยความสะดวกในการเช็คอินท์

19.00 ออกเดินทางจาก กรุงเทพฯ โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG349 บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง

22.10 เดินทางถึง สนามบินอิสลามาบัด  หลังจากผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมือง 

นำท่านเดินทางสู่โรงแรมที่พัก.............หรือเทียบเท่าระดับ 5 ดาว

วันที่สอง อิสลามาบัด – พิพิธภัณฑ์ตักศิลา - เปชวาร์ 

เช้า รับประทานอาหารเช้าภายในโรงแรมฯ พร้อมเช็คเอ้าท์

นำท่านชมพิพิธภัณฑ์โบราณคดีนครตักศิลา ก่อสร้างตั้งแต่ปี ค.ศ.1918 เพื่อเก็บรวบรวมโบราณวัตถุชิ้นสำคัญที่ได้จากการขุดค้นเมืองตักศิลาเมืองหลวงของแคว้นคันธาระโบราณอันรุ่งเรืองด้วยศิลปะคันธาระ เหรียญเครื่องปั้นดินเผา  พระพุทธรูป รูปเคารพศาสนาเชนและฮินดู  

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

นำท่านเดินทางสู่ เมืองเปชาวาร์ เมืองนี้ชื่อเดิมในประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนาคือเมืองปุรุษปุระตั้งอยู่ตอนกลางของประเทศปากีสถานเป็นเมืองสำคัญมากอีกเมืองบหนึ่งเกี่ยวกับประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนาประมาณ ๖๐๐ ปี หลังพุทธปรินิพพาน เนื่องจากเป็นสถานที่จัดทำสังคายนาครั้งที่ ๔ ตามบันทึกของฝ่ายมหายาน ซึ่งตอนนั้นปกครองโดยพระเจ้ากนิษกะมหาราช แห่งราชวงศ์กุษาณะ ตามประวัติศาสตร์หลังจากที่พระเจ้ากนิษกะได้แผ่อำนาจทางบ้านเมืองไปทั่วบริเวณแถบนี้แล้ว ก็ได้หันมาสนใจเรื่องศาสนาโดยเฉพาะพระพุทธศาสนา จนกระทั่งเป็นประธานอุปถัมภ์การทำสังคายนาและมีท่านพระปารศวะเถระเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ หลังจากเสร็จการทำสังคายนาก็ได้สร้างมหาเจดีย์ใหญ่สูง ๕๕๐ ฟุต ไว้เพื่อบรรจุพระไตรปิฎกที่จดจารึกด้วยภาษาสันสกฤต จำนวน ๓ แสนโศลก เมื่อครั้งที่พระถังซำจังเดินทางมาที่สู่ประเทศอินเดียเมื่อประมาณ พ.ศ..ศ ๑๑๙๙ โดยใช้เส้นทางนี้และก็ได้กราบนมัสการมหาเจดีย์ใหญ่นี้ด้วย นอกจากนั่นยังมีนักปราชญ์ทางพระพุทธศาสนาที่เกิด ณ เมืองนี้หลายท่าน เช่นท่านพระอสังคะ ท่านพระวสุพันธุ ท่านพระอารยเทพ เป็นต้น

นำท่านชม พิพิธภัณฑ์เปชาวร์ ด้านในมีทั้งหมด 2ชั้น ประกอบด้วยพระพุทธรูปแกะสลักหิน ยุคคันธาระจำนวนมากและหลักฐานชิ้นส่วนอื่นๆ เกี่ยวกับพระพุทธศาสนาและเกี่ยวกับพระเจ้ากนิษกะได้เก็บไว้ในพิพิธภัณฑ์ที่เมืองเปชวาร์แห่งนี้ พระพุทธรูปปางบำเพ็ญทุกรกิริยางานชิ้นเอกชิ้นหนึ่งที่จัดแสดงในพิพิธภัณฑ์เปชาวาร์

เย็น รับประทานอาหารค่ำภายในโรงแรม

ค่ำ เข้าสู่ที่พักโรงแรม...........................  หรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว
โรงแรมไม่มีเตียงคู่ จะมีแต่เตียงใหญ่ กรณีพักแยกคืนนี้เพิ่มท่านละ 2,000 บาท

วันที่สาม เปชวาร์ -  ตักตาขท์ อี ไภ  - สวัต  

เช้า รับประทานอาหารเช้าภายในโรงแรมฯ พร้อมเช็คเอ้าท์

นำท่านเดินทางสู่ มหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนา เพื่อเที่ยวชม มหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนาที่ ตาขท์ อี ไภ สถานที่แห่งนี้ในประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนายังไม่ทราบว่าเรียกชื่ออะไร ไม่ปรากฏในบันทึกของพระถังซำจั๋ง แต่เรียกกันในปัจจุบันนี้ว่า ตาขท์ อี ไภ ซึ่งอยู่ที่เมืองมาร์ดาน ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศปากีสถาน เป็นซากพุทธสถานของวัดในพระพุทธศาสนาที่ใหญ่มาก ตั้งอยู่บนภูเขาสูงประมาณ ๕๐๐ ฟุต จากพื้นราบ เป็นวัดที่อยู่ด้านนอกของเทือกเขาฮินดูกูฏ วัดแห่งนี้เป็นสถานที่ศึกษาศิลปะวิทยาต่างๆ มหาวิทยาลัยที่มีบริเวณกว้างใหญ่ มีลักษณะการสร้างเหมือนวัดต่างๆ ในยุคสมัยนั้น คือ มีเจดีย์อยู่ตรงกลาง รอบๆ เป็นห้องสวดมนต์และเป็นห้องประชุมสังฆกรรม

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

นำท่านสู่ เมืองหุบเขาสวัต ประมาณ 5 ชั่วโมง เมืองในที่ราบลุ่มระหว่างหุบเขาหิมะและแม่น้ำสวัต หรือที่ปรากฏชื่อในประวัติศาสตร์ทางพระพุทธศาสนาว่า เมืองอุทยาน ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศปากีสถาน ข้ามเทือกเขาฮินดูกูฏ ซึ่งมีความสูงถึง ๑๕๐๐ ฟุต เป็นเมืองที่เป็นเหมือนศูนย์รวมของพระพุทธศาสนาหลายนิกาย ได้แก่ เถรวาท มหายาน และวัชรยาน เป็นเมืองที่เป็นจุดเชื่อมต่อเผยแผ่พระพุทธศาสนาเข้าไปสู่ในเอเชียกลาง ประเทศจีนและทิเบต พระภิกษุนักแสวงบุญเดินทางมาสู่ดินแดนพระพุทธศาสนาต่างก็มุ่งหวังที่จะได้มาเห็นเมืองนี้  ตามประวัติศาสตร์ไม่ปรากฏว่าพระพุทธเจ้าได้เสด็จมาที่เมืองนี้ แต่เชื่อกันทางอภินิหารว่า พระพุทธองค์ทรงเสด็จมาทรมานพญานาคราชแล้วประทับรอยพระบาทไว้ ตามบันทึกของพระถังซำจั๋ง ท่านกล่าวว่า เมืองนี้เป็นเมืองที่มีความงดงามทั้งสถานที่ มีดอกไม้ สายน้ำ ภูเขา และผู้คน เต็มไปด้วยวัดวาอาราม มีบันทึกว่า มีวัดถึง ๑,๔๐๐ วัด มีพระภิกษุสงฆ์ถึง ๑๘,๐๐๐ รูป พระสงฆ์ส่วนใหญ่เป็นฝ่ายวัชรยาน มีเมืองหลวงชื่อว่า มิงโคละ หรือมังคละโฆษะ เมืองอุทยานเป็นสถานที่เกิดของบุคคลสำคัญของวัชรยาน ผู้ที่นำพระพุทธศาสนาไปเผยแผ่สู่ประเทศเป็นผลคือ ท่านคุรุปัทมสัมภวะ เส้นทางที่จะเข้าไปสู่เมืองอุทยาน พระเจ้าอุตตรเสนสร้างมหาสถูปไว้บรรจุพระบรมสารีกธาตุตามประวัติเล่าว่า เมื่อพระองค์ได้รับส่วนแบ่งพระบรมสารีริกธาตุจากประเทศอินเดียแล้วอัญเชิญมาด้วยช้างเผือก พอมาถึงที่นี่ช้างเผือกไม่ยอมไปต่อ ดังนั้นพระองค์จึงสร้างไว้ ณ ที่เมืองนี้ปัจจุบันตั้งอยู่หมู่บ้านชิงการ์ดาร์ ดังนั้นจึงได้ชื่อว่าชิงการ์ดาร์สถูป 

ค่ำ นำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม ………หรือเทียบเท่าระดับ 5 ดาว //รับประทานอาหารค่ำภายในโรงแรม

วันที่สี่   สวัต  - ชีลาส 

เช้า รับประทานอาหารเช้าภายในโรงแรมฯ พร้อมเช็คเอ้าท์

นำท่านเที่ยวชม พิพิธภัณฑ์สวัต ที่รวบรวมพระพุทธรูปและโบราณวัตถุในแคว้นคันธาระเป็นพิพิธภัณฑ์ใหม่ปรับปรุงในปี 2009 เพราะว่าพิพิธภัณฑ์เก่าถูกแผ่นดินไหวในปี 2005 ทำให้วัตถุโบราณหลายชิ้นต้องสูญหายไป 

เที่ยง   รับประทานอาหารกลางวันแบบปิกนิก

จากนั้นเดินทางสู่ เมืองชีลาส นำท่านออกจาก หุบเขาสวัตผ่านเข้าสู่ เส้นทางคาราโคลัม Karakorum เส้นทาง เชื่อมสัมพันธ์ระหว่างประเทศจีนและปากีสถานเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางคาราวานสายไหมในอดีตแต่ทางการจีนได้ลงทุนทำถนนไฮเวย์ที่อยู่สูงความสูงอยู่ในช่วงตั้งแต่ 1,000-4,000 กว่าเมตรเหนือระดับน้ำทะเล ระยะทางเริ่มต้นจากเมืองคัชการ์(Kashkar) ในภาคตะวันตกเฉียงเหนือของจีนสู่เมืองแอบบ็อตตาบัด ประเทศปากีสถาน เริ่มก่อสร้างในปี 1959 และเสร็จในปี 1979 ถือว่าเป็นเส้นทางที่เรียกว่าได้ว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกอันดับ 8 เหตุเพราะว่าเส้นทางการก่อสร้างที่ยากลำบากบนถนนที่สูงและผ่านภูเขามากมายประกอบต้องเผชิญกับอากาศที่รุนแรงทำให้การสร้างถนนใช้เวลานานถึง20ปี ระหว่างเส้นทางท่านจะได้ชมธรรมชาติล้อมรอบหลากหลายด้วยหุบเขา-ทะเลสาบ-แม่น้ำ วิวสองข้างทางที่ค่อนข้างสลับซับซ้อนผ่านหมู่บ้านเล็กๆ ที่คนท้องถิ่นอาศัยไม่มาก

ค่ำ นำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม..............ดีที่สุด . //รับประทานอาหารค่ำภายในโรงแรม

วันที่ห้า    ชีลาส -  คาลิมาบัด 

เช้า รับประทานอาหารเช้าภายในโรงแรมฯ พร้อมเช็คเอ้าท์

นำท่านขับรถไป เส้นทางคาลิมาบัด Karimabad ระหว่างทางแวะที่ Thalichi เพื่อชมภูเขาที่สวยงามสามลูก Nanga Parbat (8125M), Rakaposhi (7788M) และ Haramosh (7409M) ต่อมาไปยัง Skardu ตามแม่น้ำ Indus อันยิ่งใหญ่ผ่านช่องเขาแคบคาราโคลัมพร้อมทิวทัศน์ที่สวยงามของหุบเขาและภูเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะ

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวันแบบปิกนิก

จากนั้นนำท่านเข้าที่พัก ................ดีที่สุด รับประทานอาหารค่ำภายในโรงแรม

วันที่หก    คาลิมาบัด ฮุนซ่า - ฮอปเปอร์การ์เซีย - ดุยเกอร์

เช้า รับประทานอาหารเช้าภายในโรงแรมฯ พร้อมเช็คเอ้าท์

ท่านเดินทางสู่ฮอปเปอร์วัลเล่ย์  เพื่อชมและถ่ายรูปกับธารน้าแข็งฮอปเปอร์ ที่สีของธารน้ำแข็งเป็นสีเทาดำ ซึ่งแตกต่างจากที่อื่นอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากธารน้ำแข็งในบริเวณนี้ได้สั่งสมจากอดีตมาอย่างยาวนานรวมกับแร่ธาตุในบริเวณนี้ ได้เปลี่ยนให้น้ำแข็งกลายเป็นหินนั่นเอง การขึ้นฮอปเปอร์ ต้องใช้รถจิ๊บ4x4 ประมาณ1ชั่วโมง

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวันแบบปิกนิก

จากนั้นนำท่านขึ้นชมป้อมปราการบอลติท ป้อมที่มีความเก่าแก่ถึง 750 ปี เป็นอดีตพระราชวังหลวงที่มีสถาปัตยกรรมรูปแบบผสมผสานระหว่างแคชเมียร์กับทิเบต และได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโกตั้งแต่ปี ค.ศ. 2004 อิสระให้ท่านเดินเล่นในตลาดท้องถิ่นคาลิมาบัด จำหน่ายสินค้าของที่ระลึก เช่นหินรูปต่างๆ จิวเวลลี่สร้อย , ผ้าทอมือ ต่างๆ

นำท่านเดินทางต่อสู่เมืองดุยเกอร์

นำท่านเข้าสู่โรงแรม …..ดีที่สุด รับประทานอาหารค่ำภายในโรงแรม

วันที่เจ็ด  ดุยเกอร์ – คุนจิราบ พาส – ทะเลสาบอัตตาบัด (การขึ้นคุนจิราบพาสขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ)
เช้า รับประทานอาหารเช้าภายในโรงแรม

เดินทางผ่านอุโมงค์ที่แข็งแกร่งตัดผ่านที่เป็นความร่วมมือระหว่างปากีสถานและจีนระหว่างทางผ่านชมทะเลสาปอัตตาบัด ที่เกิดจากดินสไลด์ และปิดตัวลงมาปิดเส้นทางน้ำตอนเหนือของหมู่บ้าน ทำให้เกิดเป็นทะเลสาปยาว 21กิโลเมตรและลึก 100เมตร  ระหว่างทางชมยอดทิวเขาคล้ายเหมือนยอดเขาโบสถ์ เดินทางต่อสู่ ด่านคุนจิราบพาส ช่องทางการค้าที่สูงที่สุดในโลก ข้อตกลงระหว่างปากีสถานและจีน ด่านพรมแดนที่อยู่สูงเหนือระดับน้ำทะเลกว่า 4,730 เมตร บนเทือกเขาคาราโครัม นำท่านถ่ายรูปบนด่านพรมแดน พรมแดนตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติคุนจิราบ ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม ค.ศ.1986 เป็นต้นมา เป็นเขตอุทยานพืชพันธุ์ไม้ป่าและสัตว์สงวนที่หาดูได้ยาก...การขับรถขึ้นไปคุนจิราบพาสขึ้นอยู่กับสภาพอากาศบางครั้งสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย เจ้าหน้าที่จะไม่อนุญาตให้ขึ้นไปด้านบนเที่ยง รับประทานอาหารกลางวันแบบปิกนิก 

ได้เวลาเดินทางกลับสู่เมืองคาลิมาบัด เพื่อพักชมวิวทะเลสาบ

ค่ำ นำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม.................ดีที่สุด .// รับประทานอาหารค่ำภายในโรงแรม

วันที่แปด ทะเลสาบอัตตาบัด - กิลกิต 

เช้า รับประทานอาหารเช้าภายในโรงแรมพร้อมเช็คเอ้าท์

จากนั้นเดินทางกลับสู่ เมืองกิลกิต เมืองกิลกิตเดิมชื่อว่าเมืองซาร์กิน-กิลิต ทางตอนใต้ของพาสสุ ระยะทางประมาณ 150กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 5 ชั่วโมงเมืองกิลกิตเป็นเมืองโบราณในเส้นทางสายไหมและเส้นทางการเผยแพร่พระพุทธศาสนาจากอินเดียไปสู่เอเชียถึงเมืองกิลกิต 

บ่าย รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

นำท่านแวะชมสะพานกิลกิต สะพานขึงที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียยาว 182เมตรและกว้าง2เมตร ใช้สำหรับข้ามแม่น้ำกิลกิตที่เชี่ยวกราด นำวัสดุก่อสร้างมาอย่างยากลำบากขึงให้ความแข็งแรงยึดเหนี่ยวสะพานมาเป็นร้อยปี ปัจจุบันมีการทำนุบำรุงสะพานนี้ไว้เพื่อให้เข้าถึงจินตนาการเส้นทางสายไหมในสมัยก่อน ชม พระพุทธรูป Kargah เป็นพระพุทธรูปที่แกะสลักบนหน้าผา เป็นพระพุทธรูปในสมัยคริสต์ศตวรรษที่ 7 ถูกค้นพบพร้อมกับเจดีย์ 3 องค์ซึ่งสูง 400 เมตรในช่วงปี ค.ศ.1938-1939 ห่างออกไปทางทิศตะวันตกของ Gilgit ประมาณ 10 กิโลเมตร เคยมีตำนานของคนในท้องถิ่นเกี่ยวกับพระพุทธรูปนี้ได้กล่าวถึง ชายผู้หนึ่งได้ปราบผีสาวที่เรียกกันว่า Yakhshini ซึ่งอาศัยอยู่ใน Kargah ลงได้ 

ค่ำ นำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม .............หรือเทียบเท่าระดับ 5 ดาว  // รับประทานอาหารค่ำภายในโรงแรม

วันที่เก้า กิลกิต - เบชาม (ประมาณ8ชั่วโมง)

เช้า รับประทานอาหารเช้าภายในโรงแรมพร้อมเช็คเอ้าท์

นำท่านเดินทางต่อสู่ทางตอนใต้สู่ เมืองเบชาม ระหว่างทางบนถนนคาราโคลัมแวะชมจุดจอดรถชมวิวเทือกเขาสลับวิวทะเลสาบมากมายเที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

เดินทางต่อสู่ เมืองเบชาม ที่เป็นเมืองใหญ่ มีผู้คนและมีการตลาดค้าขายมากมาย กรณีมีเวลานำท่าน  ชมตลาดท้องถิ่นสินค้าพื้นเมือง

ค่ำ นำท่านเช็คอินท์ โรงแรม .............ดีที่สุด  //รับประทานอาหารค่ำ ภายในโรงแรม 

วันที่สิบ เบชาม -ตักศิลา - อิสลามาบัด (ประมาณ6ชั่วโมง)

06.30 รับประทานอาหารเช้า ภายในโรงแรมพร้อมเช็คเอ้าท์    

เดินทางสู่ตักศิลา เมืองหลวงของแคว้นคันธาระ เมืองตักสิลา ตั้งอยู่ระหว่างแม่น้ำฮินดูและแม่น้ำ เชลัม เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงมาตั้งแต่อดีต เพราะตั้งอยู่บนเส้นทางสายไหมถึง ๓ เส้นทางที่มาบรรจบกัน จากศูนย์กลางอินเดีย จากเปอร์เซีย และจากจีน เป็นจุดพักของขบวนคาราวานค้าขายสินค้า จึงทำให้เป็นเมืองที่เป็นที่ต้องการของผู้เข้ามาครอบครองเพื่อที่จะควบคุมเส้นทางการค้าบริเวณแถบนี้ไว้เชื่อกันว่าเมืองนี้สร้างโดยพระเจ้าภารตะซึ่งเป็นน้องของพระรามซึ่งเป็นอวตารของพระวิษณุ และให้ชื่อเมืองนี้ว่าตักสะ ตามชื่อโอรสของตนตามประวัติในมหากาพย์มหาภารตะของอินเดีย ตามหลักฐานในพระพุทธศาสนา เมืองตักสิลานั้น เป็นเมืองแห่งการศึกษา และได้รับเรียกว่า เป็นมหาวิทยาลัยตักสิลา โดยมีอาจารย์ทิศาปาโมกข์เป็นผู้บริหาร ตักสิลามีความเจริญรุ่งเรืองทางศิลปะวิทยา ศาสตร์ต่างๆ ปรากฏมาทั้งในชาดกคือก่อนพุทธกาลและในพุทธกาล ในครั้งพุทธกาล บุคคลที่มีชื่อเสียงต่างก็มาศึกษา ณ มหาวิทยาลัยตักสิลาทั้งสิ้น เมื่อครั้งพระเจ้าอเล็กซานเดอร์ได้กรีฑาทัพเข้าสู่อินเดียก็ยึดเมืองตักสิลาแห่งนี้ไว้แต่ไม่ได้มีการสู้รบจึงทำให้เมืองไม่ได้รับความเสียหาย ในสมัยของพระเจ้าอโศกมหาราช ก่อนที่พระองค์จะขึ้นครองราชย์ก็ได้มาปกครองที่นี่ หลังจากที่ได้ปกครองปาฏลีบุตรและได้หันมานับถือพระพุทธศาสนาแล้วก็ได้สร้างมหาเจดีย์ใหญ่ บรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้ที่นี่ เรียกว่า “ธรรมราชิกสถูป” ตักสิลาจึงเป็นสถานที่ที่สำคัญเป็นอย่างยิ่งในประวัติศาสตร์พุทธศาสนาและประวัติศาสตร์โลก 

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

นำท่านชมธรรมราชิกสถูป เป็นสถูปที่เก่าแก่ที่สุดในปากีสถาน สร้างโดยพระเจ้าอโศกมหาราชเมื่อราวพุทธศตวรรษที่ 3 ตั้งอยู่บนเนินเขาเพื่อประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุที่พระองค์รวบรวมแล้วแบ่งเป็น 84,000 ส่วน บรรจุในเจดีย์ทั่วพระราชอาณาจักรเป็นสถูปผังกลมทรงโอคว่ำเส้นผ่าศูนย์กลางเกือบ 50เมตรตั้งยู่บนเนินเขา รายล้อมไปด้วยเจดีย์ที่สร้างถวายเป็นพุทธบูชาพระอารามขนาดใหญ่ที่สร้างต่างยุคต่างสมัยกัน 

จากนั่นเดินทางสู่เมืองโบราณวัดจัวเลียน ซากวัดในพระพุทธศาสนาที่สวยงามและสมบูรณ์ที่สุดในตักศิลาสร้างในสมัยราชวงศ์กุศาณะราวพุทธศตวรรษที่ 7มีกำแพงหินสูงใหญ่ล้อมรอบเจดีย์ประธานและห้องกุฏิเรียงรายในผังสี่เหลี่ยมจตุรัสและเจดีย์รายขนาดเล็ก ประดับประติมากรรมปูนปั้นพระพุทธรูป พระโพธิสัตว์และสัตว์ในชาดก เช่นช้างเป็นต้น

ได้เวลาเดินทางกลับสู่เมืองอิสลามาบัดซึ่งเป็นเมืองใหม่ถนนกว้างขวางและมีความทันสมัย

เย็น รับประทานอาหารค่ำ ภายในโรงแรม //นำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม.............หรือเที่ยบเท่าระดับ 5 ดาว

วันที่สิบเอ็ด อิสลามาบัด– มัสยิดไฟซอล - พิพิธภัณฑ์ ลาฮอร์ (ลาฮอร์) 
เช้า      รับประทานอาหารเช้าภายในโรงแรมฯ พร้อมเช็คเอ้าท์

นำท่านชมมัสยิดไฟซอล (บางครั้งมีพิธีสวดจะไม่ได้เข้าด้านใน)ใจกลางเมืองอิสลามาบัด มัสยิดที่ใหญ่บรรจุคนได้ถึง 100,000คน ซึ่งออกแบบโดยสถาปนิกชาวตุรกีโดยนำรูปแบบโมเดิร์นอารตมารวมตัวกันอย่างลงตัวแบบกระโจมสีขาวซึ่งเป็นของขวัญจากกษัตริย์ไฟซอลแห่งซาอุดิอารเบียสร้างและมอบให้แด่ชาวปากีสถานทุกท่าน

นำท่านเดินทางสู่เมืองลาฮอร์

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

เดินทางต่อสู่เมืองลาฮอร์ อยู่ในรัฐปัญจาบ เมืองใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศปากีสถาน เคยเป็นเมืองขึ้นของจักรวรรดิโมกุลและอังกฤษ จึงได้เห็นการก่อสร้างสถาปัตยกรรมหลายสิ่งที่ยังคงหลงเหลือ 

เย็น รับประทานอาหารค่ำ ภายในโรงแรม //นำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม………หรือเทียบเท่าระดับ 5 ดาว

วันที่สิบสอง พิพิธภัณฑ์ ลาฮอร์ - ป้อมปราการ – ด้านนอกสุเหร่าบัดซาฮิ – พิธีมอบธง – สนามบินลาฮอร์ 

เช้า      รับประทานอาหารเช้าภายในโรงแรมฯ พร้อมเช็คเอ้าท์

นำท่านชมป้อมปราการแห่งลาฮอร์ ซึ่งเป็นมรดกโลกตามคำประกาศของยูเนสโก้ถูกสร้างในศตวรรษที่ 11 หลังคริสตกาล เป็นสถานที่เพียงแห่งเดียวที่สามารถเห็นความแตกต่างของสถาปัตยกรรมโมกุล ในแต่ละยุคสมัยของผู้ปกครองที่ได้สร้างต่อเติม ป้อมลาฮอร์เป็น พระราชวังโบราณสร้างโดยจักรพรรดิอักบาร์ในระหว่างปี 2099-2149 บนฐานของเชิงเทินโบราณได้รับการต่อเติมโดยจักรพรรดิโมกุลองค์ต่อๆ มา เช่น จะฮานกีร์และราชโอรสรวมไปถึงชาห์จะฮาน ผู้ก่อสร้างทัชมาฮาล

ชมพิพิธภัณฑ์เมืองลาฮอร์ ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์ที่เก่าแก่ที่สุดของประเทศปากีสถานด้านในมีสิ่งของทางประวัติศาสตร์ที่มีค่ามากมายได้ถูกแสดงไว้ ซึ่งมีห้องแสดงโชว์หลายห้อง จาก คันทราราฎษ์,ศาสนาพุทธ, เจน, โมกุล และ สมัยอาณานิคม ตั้งแต่อารยธรรมลุ่มแม่น้ำสินธุที่ขุดค้นได้จากเมืองโมเหนโจดาโรและเมืองฮารัปปามีพระพุทธรูปศิลปะคันธาระที่สมบูรณ์และงดงามที่สุดในโลก โดยเฉพาะพระพุทธรูปปางบำเพ็ญทุกข์กิริยาอันมีชื่อเสียง สามารถถ่ายทอดสรีระกล้ามเนื้อเส้นเอ็นได้สมจริงอย่างน่าอัศจรรย์

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

นำท่านชมด้านนอกสุเหร่าบัดซาฮิ หรือ สุเหร่าหลวง ที่ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นสุเหร่าที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ด้านหน้าของสุเหร่าเป็นลานกว้าง มีหอสวดมนต์ที่จุคนได้ราวสองพันคนลานกว้างของมัสยิดนี้จุคนได้ราวห้าหมื่นคน สุเหร่าบัดซาฮิถูกปล่อยให้รกร้างเป็นเวลานาน

จากนั่น ช่วงเย็นนำท่านเข้าสู่ด่านชายแดนระหว่างปากีสถานและอินเดียเพื่อดูพิธีการมอบธงระหว่างสองประเทศ และความเข้มแข็งของทหารปากีสถาน (กรณีที่รถติดมากการจราจรไม่เอื้ออำนวยจะเปลี่ยนช้อปปิ้งที่ตลาดท้องถิ่นในเมืองละฮอร์แทน)

เย็น รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

นำท่านเดินทางสู่สนามบินเมืองละฮอร์ สนามบินใหม่เพื่อบินกลับกรุงเทพฯ

23.40  เครื่องบินออกจากสนามบินนานาชาติละฮอร์ โดยเที่ยวบิน TG346

วันที่สิบสาม สุวรรณภูมิ  

06.10 ถึงสนามบินสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ