ทัวร์รัสเซีย ล่าแสงเหนือ ไครเมีย ยัลต้า แบคชิซาราย เมอร์มังส์

 

Aeroflot
โรงแรม: 7 คืน

10 วัน   7 คืน
yes มีหัวหน้าทัวร์ไทย
yes รวมประกันอุบัติเหตุการเดินทาง
yes ปลอดภัยชำระค่าบริการผ่านบัญชีธนาคารบริษัทฯ
บริษัททัวร์

Tour Highlights


-ล่าแสงเหนือที่เมืองเมอร์มังส์ ทางตอนเหนือของประเทศรัสเซีย แสงเหนือ ปรากฏการณ์ออโรราแห่งฟากฟ้า เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่มีแสงเรืองๆ เป็นแถบสี ต่างๆ บนท้องฟ้าในเวลากลางคืน พร้อมเที่ยวชมดินแดนแห่งใหม่ของมหาอำนาจรัสเซีย สาธารณะรัฐปกครองตนเองไครเมีย

-สัมผัสดินแดน เพชรเม็ดงามแห่ง ทะเลดำ บนคาบสมุทรไครเมีย ดินแดนปกครองตนเองที่ขึ้นกับประเทศมหาอำนาจรัสเซีย เที่ยวเมืองตากอากาศมนต์เสน่ห์แห่งทะเลดำ ยัลต้า ที่ได้บรรยากาศแบบเมืองแถบเมดิเตอร์เรเนียน เพลิดเพลินกับการเดินเที่ยวชมตึกรามบ้านช่องของเมืองยัลต้าที่สุดแสนจะโรแมนติก

-ชมความยิ่งใหญ่ของ พระราชวังโวรอนชอฟ (Vorontsov s Palace) พระราชวังที่เก่าแก่ที่สุดแห่งคาบสมุทรไครเมีย พระราชวังลิวาเดีย ( Livadia s Palace) พระราชวังฤดูร้อนแห่งพระเจ้าซาร์รัสเซียในอดีต

อ้างอิงราคา สำหรับวันที่ 20-May-2019 01:31:58: am เท่านั้น บริษัทฯ ขอสงวนสิทธ์ปรับเปลี่ยนวันเดินทาง และราคา โดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า

 

ทัวร์รัสเซีย ล่าแสงเหนือ ไครเมีย ยัลต้า แบคชิซาราย เมอร์มังส์

วันแรก กรุงเทพฯ – มอสโคว์

18.30คณะพร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ เคาน์เตอร์สายการบินแอโรฟลอต( Row Q) เจ้าหน้าที่บริษัทฯ อำนวยความสะดวกในการเช็คอิน

21.50ออกเดินทางโดยเที่ยวบินที่ SU6276 BKKSVO 2150-0405
เหินฟ้าสู่กรุงมอสโคว์ ประเทศรัสเซีย
วันที่สอง มอสโคว์ – เมอร์มังส์(ล่าแสงเหนือ คืนที่ 1)

04.05ถึงสนามบินเซเรเมตเยโว อาคาร F กรุงมอสโคว์ สนามบินนานาชาติกรุงมอสโคว์
นำคณะผ่านตรวจคนเข้าเมืองและ นำคณะต่อเที่ยวบินที่สนามบินมอสโคว์

09.25 ออกเดินทางต่อโดยเที่ยวบินที่ SU1320 SVOMMK 0925-1205

12.05ถึงสนามบินเมอร์มังส์

บ่ายรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
จากนั่นนำท่านเข้าสู่ที่พักภายในโรงแรมฯ และเตรียมตัวล่าแสงเหนือตอนกลางคืน
นำท่านเช็คอินท์ เข้าสู่ที่พัก โรงแรมฯ PARK INN HOTEL ระดับ 3-4*
ภายในเมืองเมอร์มังส์ พักติดกัน3คืน

หมายเหตุ... เตรียมนำท่านล่าแสงเหนือ ....หรือ ..แสงออร่า Aurara Borelis เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ ไม่สามารถระบุยืนยันชัดเจนว่าไปแล้วต้องได้เห็นทุกๆครั้ง เพราะว่ามีปัจจัยอื่น ประกอบเช่น ความมืดของท้องฟ้าอากาศไม่เป็นใจ หรือพายุช่วงกลางคืน แต่เนื่องจากเมอร์มังส์ตั้งอยู่ไม่ห่างจากขั้วโลกเหนือทำให้มีโอกาสได้เห็นแสงเหนือมากกว่าที่อื่นๆ // ได้เวลาเดินทางกลับเข้าสู่ที่พัก
วันที่สาม เมอร์มังส์ – คิรอฟสค์ เมืองหิมะ – เมอร์มังส์ (ล่าแสดงเหนือ คืนที่2)

เช้ารับประทานอาหารเช้าภายในโรงแรมฯพร้อมเช็คเอ้าท์
เดินทางสู่ เมืองหิมะ (Snow Village)ใช้เวลาเดินทางประมาณ4-5ชั่วโมง (ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ) ในเมืองคิรอฟสค์ ที่สร้างขึ้นจากหิมะทั้งหมด ที่มีการสร้างประติมากรรมน้ำแข็งเป็นรูปร่างต่างๆ ที่สวยงาม มีทั้งอาคาร, รูปปั้น, โบสถ์น้ำแข็ง, อุโมงค์ถ้ำให้ท่านได้ สนุกกับการขับรถสโนโมบิล (Snow mobile) ตะลุยหิมะ ท่านสามารถขับรถไปบนหิมะ ลานน้ำแข็งกว้างใหญ่(ค่าทัวร์ไม่รวมค่าขับรถสโนโมบิล)

หมายเหตุ....การเดินทางสู่เมืองหิมะขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ กรณีเดินทางไปเมืองหิมะไม่ได้อาจจะเปลี่ยนทัวร์ไปที่เมืองเทริบีก้า เป็นหมู่บ้านทางตอนเหนือสุดและติดกับทะเลบาเรนส์มหาสมุทรอาร์คติก ในยุคสหภาพโซเวียตเป็นหมู่บ้านประมงที่สำคัญแห่งหนึ่งหลังสหภาพโซเวียตล่มสลาย ประชาชนย้าย ออกไปอาศัยอยู่ที่อื่นจำนวนมากเนื่องจากรัฐบาลยุคใหม่ไม่มีงบประมาณให้ ปัจจุบันจึงเกือบจะกลาย เป็นเมืองร้างแต่ยังคงมีสถานที่ธรรมชาติที่สวยงามมากมาย นำท่านแวะถ่ายภาพตามจุดสำคัญของเทริบีก้า เช่น ชายฝั่งทะเลบาเรนส์ มหาสมุทรอาร์คติก น้ำตก และแม่น้ำเทริบีก้า

เที่ยงรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

บ่ายจากนั้นได้เวลาเดินทางกลับสู่ เมืองเมอร์มังส์ (Murmansk) ใช้เวลาเดินทางประมาณ4-5ชม. อิสระพักผ่อนภายในโรงแรมเพื่อเตรียมตัวล่าแสงเหนือในคืนที่2

เย็น รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

หมายเหตุ... เตรียมนำท่านล่าแสงเหนือ ....หรือ ..แสงออร่า Aurara Borelis เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ ไม่สามารถระบุยืนยันชัดเจนว่าไปแล้วต้องได้เห็นทุกๆครั้ง เพราะว่ามีปัจจัยอื่น ประกอบเช่น ความมืดของท้องฟ้าอากาศไม่เป็นใจ หรือพายุช่วงกลางคืน แต่เนื่องจากเมอร์มังส์ตั้งอยู่ไม่ห่างจากขั้วโลกเหนือทำให้มีโอกาสได้เห็นแสงเหนือมากกว่าที่อื่นๆ // ได้เวลาเดินทางกลับเข้าสู่ที่พัก
วันที่สี่ เมอร์มังส์ – ซิตี้ทัวร์เมอร์มังส์ – เมอร์มังส์ (ล่าแสดงเหนือ คืนที่3)

เช้ารับประทานอาหารเช้าภายในโรงแรมฯ
นำท่านชมเมืองท่าที่ใหญ่ที่สุดในเขตอารคติกเซอร์เคิล รวมไปถึงเมืองเอกของแคว้นเมอร์มังส์ พรมแดน ติดกับประเทศฟินแลนด์และนอร์เวย์ เดิมเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของชนเผ่าพื้นเมือง “ซามิ” และบรรพบุรุษชาวสแกนดิเนเวีย ก่อนที่ชนชาวสลาฟรัสเซียจะขยับขยายดินแดนขึ้นมาบริเวณนี้และผนวกเป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิรัสเซียในช่วงศตวรรษที่ 18 และได้รับสถาปนาเป็นเมืองใหม่ชื่อว่า “โรมานอฟ นา มูรมาเนีย” ต่อมาเกิดการปฏิวัติโค่นล่มราชวงศ์โรมานอฟ จึงมีการเปลี่ยนชื่อเป็นเมอร์มังส์ จวบจนปัจจุบัน

..นำท่านชม เรือตัดน้ำแข็งเลนิน เรือพลังงานนิวเคลียร์ลำแรกของโลก ที่รับใช้กองทัพเรือของสหภาพโซเวียต เป็นเวลา30ปี ในภารกิจสำรวจค้นหาและกู้ภัยในเส้นทางทะเลเหนือที่ปกคลุมด้วยน้ำแข็ง

นำท่านเยี่ยมชม “อนุสาวรีย์อโลชา”ที่สร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้กับเหล่าทหารกองทัพแดงของโซเวียตผู้ร่วมรบป้องกันเขตแดนทางทะเลของรัสเซียทางทิศเหนือในสงครามโลกครั้งที่2 ที่สามารถตรึงกองกำลังเพื่อหยุดยั้งการรุกคืบจากกองทัพเยอรมันมีรูปปั้นขนาดสูงถึง 35.50 เมตร สูงเป็นอันดับสองของรัสเซีย และมีน้ำหนักกว่า 5,000 ตัน ตั้งอยู่บนจุดชมวิวที่สวยงามของ เมืองเมอร์มังส์

บ่ายรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
อิสระพักผ่อนภายในโรงแรมเพื่อเตรียมตัวล่าแสงเหนือในคืนที่3

ค่ำรับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

หมายเหตุ... เตรียมนำท่านล่าแสงเหนือ ....หรือ ..แสงออร่า Aurara Borelis เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ ไม่สามารถระบุยืนยันชัดเจนว่าไปแล้วต้องได้เห็นทุกๆครั้ง เพราะว่ามีปัจจัยอื่น ประกอบเช่น ความมืดของท้องฟ้าอากาศไม่เป็นใจ หรือพายุช่วงกลางคืน แต่เนื่องจากเมอร์มังส์ตั้งอยู่ไม่ห่างจากขั้วโลกเหนือทำให้มีโอกาสได้เห็นแสงเหนือมากกว่าที่อื่นๆ // ได้เวลาเดินทางกลับเข้าสู่ที่พัก
วันที่ห้า เมอร์มังส์ – เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก - ซิมเฟอโรโพล (ไครเมีย)

07.00รับประทานอาหารเช้าพร้อมเช็คเอ้าท์ออกจากโรงแรมฯ

08.00ออกเดินทางสู่สนามบินเมอร์มังส์

11.30 ออกเดินทางโดยเที่ยวบิน SU6344 เพื่อบินสู่เมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก

13.20ถึงสนามบินเมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก จากนั่นนำท่านต่อเครื่องบิน

16.05ออกเดินทางอีกครั้งสู่เมืองซิมเฟอโรโพลโดยเที่ยวบิน SU6895

19.35ถึงสนามบินซิมเฟอโรโพล (ไครเมีย) จากนั่นผ่านการตรวจคนเข้าเมือง ถึงสนามบินเมืองซิมเฟอโรโพล (Simferopol airport) คาบสมุทรไครเมีย ดินแดนปกครองตนเองที่แยกจาก ประเทศยูเครนมาเป็นสาธารณรัฐไครเมีย อยู่ในความดูแลของสหพันธ์รัฐรัสเซียเมื่อปี 2557 สัมผัสบรรยากาศบ้านเมืองของไครเมียที่อบอุ่นและแสนโรแมนติกในสไตล์เมดิเตอร์เรเนียน
จากนั่นนำท่านเข้าสู่ที่พัก...................................
วันที่หก ซิมเฟอโรโพล (ไครเมีย) - แบคชิซาราย - เซวาสโตโปล

เช้ารับประทานอาหารเช้า พร้อมเช็คเอ้าท์
นำคณะเดินทางสู่ เมืองแบคชิซาราย Bakhchisaray เที่ยวชม พระราชวังแบคชิซาราย หรือพระราชวังแห่งสวนในภาษาตาตาร์หรือมองโกล สร้างขึ้นตั้งแต่ยุคศตวรรษที่ 15 คาบสมุทรไครเมียถูกปกครองโดยมุสลิม ตาตาร์ จวบจนถึงสมัยปลดปล่อยยุคของสตาลิน สถานที่นี้ได้รับการเสนอชื่อเข้าเป็นมรดกโลก และเป็นพระราชวังแบบมุสลิมที่มีชื่อเสียงโด่งดังร่วมกับ พระราชวังอัลฮัมบรา Alhambra ในสเปน และพระราชวังท็อปกะปี Topkapi Palace ของตุรกี ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ประกอบด้วยส่วนของอาคารพระราชวังเดิมแบบมุสลิม, สวนแบบอิสลาม, น้ำพุแห่งหยาดน้ำตา FOUTAIN OF TEARS ที่สร้างด้วยหินอ่อนสวยงามที่ Qirim Giray Khan สร้างอุทิศให้กับมเหสีสุดรักที่หายสาบสูญไป หอมินาเร่ต์ โรงเรียนสอนศาสนาแบบดั้งเดิม Madresy หลุมฝังศพของกวีชาวตาตาร์ ที่เป็นที่รักของชาวไครเมียน Ismael Gasprinky และพิพิธภัณฑ์เล็กๆ ในบ้านเดิม ของเขา

จากนั้นนำท่านเดินขึ้นเขา ชม อารามถ้ำแห่งอุสเปนสกี้ Uspensky Monastery หรืออารามถ้ำอัสสัมชัญ ที่สร้างแขวนไว้บนหน้าผาเป็นอารามโบราณที่เก่าแก่ที่สุดในคาบสมุทรไครเมีย สร้างในสมัยปลายศตวรรษที่ 9 โดยกลุ่มพระสงฆ์และฆราวาสที่หลบหนี คดีศาสนาจากอาณาจักรไบเซนไทน์
ภายหลังจากที่คาบสมุทรไครเมียถูกยึดครอง โดยอาณาจักร Golden Horde แห่งจักรวรรดิมองโกล พระอารามแห่งนี้ได้หยุดดำเนินการและกลายเป็น ศูนย์กลางของคริสต์ศาสนานิกายออร์โธดอกซ์อีกครั้งในศตวรรษที่ 15

12.00รับประทานอาหารกลางวันที่ภัตตาคารท้องถิ่น
นำท่านเดินทางสู่ เมืองเซวาสโตโปล (Sevastopol) ซึ่งเป็นฐานที่ตั้งของกองทัพเรือภาคทะเลดำของรัสเซีย (Russian Black Sea Feet) นอกจากนี้ยังเป็นที่ตั้งส่งกำลังบำรุงสำคัญให้รัฐบาลซีเรียในการสู้รบกับฝ่ายต่อต้านที่ชาติตะวันตกหนุนหลัง และเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่รัสเซียใช้ป้องกันไม่ให้อิทธิพลขององค์กรนาโต้ชยายมาสู่ยังแถบทะเลดำ

จากนั้นนำท่านล่องเรือรอบอ่าวเซวาสโตโปล เพื่อชมกองเรือรบ และเรือดำน้ำที่จอดประจำการอยู่ในอ่าวอย่างใกล้ชิด

18.00รับประทานอาหารค่ำที่ภัตตาคาร
แล้วนำเข้าที่พักยังโรงแรม Aquamarine Resort & Spa หรือระดับเดียวกัน
วันที่เจ็ด ซิมเฟอโรโพล – เคอร์โซนีซุส – ยัลต้า – พระราชวังลิวาเดีย

เช้า รับประทานอาหารเช้าที่ห้องอาหารของโรงแรม
หลังอาหารเช้านำท่านเดินทางไปยัง นครโบราณเคอร์โซนีซุส ( Chersonesus) ตั้งอยู่บนพื้นที่ริมชายฝั่งของทะเลดำ บริเวณชาน เมืองของเซวาสโตโปล เป็นหนึ่งในเมืองเก่าแก่ที่สร้างขี้นโดยชาวกรีก-โรมัน และมีอายุมากกว่า 2,500 ปี โดยรัฐบาลรัสเซียได้ค้นพบสถานที่แห่งนี้ในปี ค.ศ. 1827 และได้รับการคัดเลือกจากองค์กรยูเนสโก ( UNESCO) ให้เป็นมรดกโลกในปี ค.ศ. 2013 ชมสถาปัตยกรรมในนครโบราณที่มีหลากหลายรูปแบบ เนื่องจากได้มีการผันเปลี่ยนการปกครองหลายครั้งตามยุคสมัย โดยแรกเริ่มปกครองโดยชาวกรีก-โรมัน ต่อมาตกเป็นของชาวบอสโพรัน ชาวไบแซนไทน์ และอาณาจักรมองโกลตามลำดับ แต่ในปัจจุบันก็ยังคงรูปแบบกรีก-โรมัน ไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ จนได้รับสมญานามว่า ปอมเปอีแห่งยูเครน (Ukrainian Pompeii) ถ่ายภาพกับ มหาวิหาร 1935 ( The 1935 Basilica) ชื่อของวิหารนี้ตั้งขึ้นตามปี ค.ศ. ที่เปิด ให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชม คาดว่าสร้างขึ้นในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 6 และยังเป็นสถานที่ที่เคยใช้เป็นภาพตีพิมพ์บนธนบัตรของยูเครนจากนั้นนำท่านไปเที่ยวชมวิหารเซนต์วลาดิเมีย ( The Saint Vladimir Cathedral) ถูกสร้างขึ้นในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 19 โดยใช้สถาปัตยกรรมแบบไบเซนไทน์ ประดับตกแต่งด้วยโมเสกและหินอ่อน

12.00รับประทานอาหารกลางวัน ที่ภัตตาคารท้องถิ่น

บ่ายนำท่านเดินทางต่อสู่ เมืองยัลต้า ( Yalta ) เมืองท่องเที่ยวตากอากาศที่โด่งดังของไครเมีย เป็นเมืองโบราณที่มีประวัติความเป็นมาตั้งแต่สมัยยุคอาณานิคมกรีกโบราณ โดยตัวเมืองตั้งอยู่บนอ่าวลึกหันหน้าไปทางทิศใต้ทางทะเลดำ พื้นที่ส่วนใหญ่ของเมืองยัลต้านั้นถูกล้อมรอบด้วยทิวเขาที่เขียวชอุ่ม และสวยงามด้วยทัศนียภาพของคาบสมุทรที่มีภูเขา หน้าผา แนวชายทะเล และเป็นสถานที่ตั้งของพระราชวังฤดูร้อนของพระเจ้าซาร์ เชื่อพระวงศ์ ขุนนางต่างๆ ตลอดจนเป็นสถานตากอากาศของผู้นำในยุคโซเวียตอีกด้วย

นำท่านขึ้นกระเช้า (Cable Car) สู่ ยอดเขา อัย เปตรี ( Mount Ai-Petri) ที่มีความสูงที่ 1,234 เมตร ขึ้นจุดชมวิวทิวทัศน์อันงดงามของเมือง เอลูพก้า ( Alupka) ได้อย่างชัดเจน ได้เวลาสมควรเดินทางไปชม พระราชวังลิวาเดีย ( Livadia Palace) เป็นพระราชวังที่สำหรับใช้เป็นที่แปรพระราชฐานของพระเจ้าซาร์ เมื่อเสด็จมาแหลมไครเมียในช่วงฤดูร้อน และเคยใช้เป็นสถานที่ประชุมสามผู้นำมหาอำนาจของโลก ประธานาธิบดี รูสเวลท์ ของสหรัฐอเมริกานายกรัฐมนตรีเชอร์ชิล แห่งอังกฤษ แลประธานาธิบดี สตาลิน ของสหภาพโซเวียต เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 1945 พระราชวังนี้ประกอบไปด้วยหมู่อาคาร60 หลัง ซึ่งเริ่มเปิดให้เข้าชมได้ในปี 1974 ชมความงดงามของพระราชวังที่สร้างขึ้นด้วยศิลปะสไตล์อิตาเลียน-เรอเนซองซ์ ที่เรียบง่าย แต่คลาสสิค

ค่ำรับประทานอาหาร ณ ห้องอาหาร
แล้วนำเข้าสู่ที่พักยังโรงแรม Porto Mare Park Hotel หรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว
วันที่แปด ยัลต้า – พระราชวังโวรอนซอฟ – พระราชวังมัสซานดรา – มาสซานดรา

เช้ารับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
ท่านเดินทางไปชม พระราชวังโวรอนซอฟ ( Vorontsov s Palace ) ซึ่งเป็นพระราชวังที่ถูกดำริให้สร้างในปี 1828 โดย Mikhail Vorontsov มีพื้นที่ทั้งหมด 40 เฮกเตอร์ ออกแบบก่อสร้างโดยสถาปนิกชื่อ E.BLORE ชมห้องหับต่างๆ ที่มีถึง150 ห้อง ที่ได้รับการตกแต่งอย่างวิจิตรสวยงาม โดยการผสมผสานสองสถาปัตยกรรมระหว่างตะวันตกแบบอังกฤษ และตะวันออกได้อย่างลงตัว ยังเคยใช้เป็นสถานที่รับรองแขกบ้านแขกเมือง อาทิเซอร์วินสตัน เชอร์ชิล แห่งประเทศอังกฤษ

แล้วนำท่านไปชม พระราชวังมัสซานดรา ( Massandra Palace ) สร้างขึ้นในปีคริสต์ศักราช 1881 โดย Semyon Mikhailovich บุตรชายของ Mikhail Semyonovich Vorontsov ตระกูลมหาเศรษฐีในไครเมีย ในช่วงระหว่างการก่อสร้างทางการของจักรวรรดิรัสเซียได้มาเจรจาขอซื้อพระราชวังนี้ต่อ เพื่อถวายให้กับพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราชที่ 3 เพื่อใช้เป็นที่ประทับในช่วงฤดูร้อน พระราชวังแห่งนี้ออกแบบโดยสถาปนิกชาวฝรั่งเศสนามว่า Etienne Bouchard

เที่ยงรับประทานอาหารกลางวันที่ภัตตาคารท้องถิ่น

บ่ายนำท่านไปเที่ยวชมและชิม โรงงานผลิตไวน์มาสซานดรา (Massandra Winery) ก่อตั้งโดยเจ้าชายเลียฟ โกลิตซีน (Knyaz Lev Golitsyn) ในปี 1894 ภายใต้การอุปถัมภ์ของจักรพรรดินิโคลัสที่ 2 โรงงานผลิตไวน์นี้เป็นโรงงานแบบใต้ดิน มีการควบคุมความชื้น อุณหภูมิ เพื่อให้ไวน์ที่ผลิตออกมามีรสชาติที่หวานหอม และคุณภาพดีที่สุดและมีชื่อเสียงในการผลิตฟอร์ติไฟด์ไวน์ (Fortified wines) โดยเฉพาะเชอร์รี่ ( Sherries) แบบสเปนปัจจุบันมีการผลิตไวน์มากกว่า 20 แบบ เคยได้รับการบันทึกลงกินเนสบุ๊กว่าเป็นสถานที่ที่มีการเก็บไวน์มากที่สุดในโลกและที่โรงงานแห่งนี้มีการเก็บไวน์ที่มีราคาแพงเป็นอันดับที่ 9 ของโลก ชื่อว่า Massandra 1775 (มาสซานดรา 1775) เป็นไวน์ที่ถูกผลิตในประเทศสเปน ได้เวลาสมควรนำท่านเดินชมย่านตลาดขายสินค้าพื้นเมืองยัลต้า

ค่ำรับประทานอาหาร ณ ภัตตาคาร แล้วนำเข้าที่พักยังโรงแรม
วันที่เก้า ยัลต้า - ซิมเฟอโรโพล – มอสโคว์

เช้ารับประทานอาหารเช้าที่ห้องอาหารของโรงแรม
นำคณะขึ้นจุดชมวิวบริเวณ The Swallow s nest castle ปราสาทที่ตั้งอยู่ริมหน้าผาตระหง่านดั่งในเทพนิยายที่สวยงามและถือเป็นสัญลักษณ์ของเมืองยัลต้า ดื่มด่ำกับทิวทัศน์ธรรมชาติแห่งทะเลดำ ที่งดงามและโรแมนติก เก็บภาพวิวแห่งความประทับใจไว้เป็นที่ระลึก และอิสระให้ท่านเลือกซื้อสินค้าพื้นเมืองจากแหลมไครเมีย

เที่ยงรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
จากนั่นออกเดินทางสู่สนามบินซิมเฟอโรโพล

16.10 ออกเดินทางสู่เมืองมอสโคว์ โดยเที่ยวบิน SU6176 1640-1925

19.25 ถึงสนามบินมอสโคว์ จากนั่นนำท่านต่อเที่ยวบิน SU272 เพื่อบินกลับกรุงเทพฯ

21.30 ออกเดินทางจากกรุงมอสโคว์ ใช้เวลาบินประมาณ 09.05 ชั่วโมง
วันที่สิบ กรุงเทพฯ

10.35 ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ

************

ขออภัย รายการทัวร์นี้ หยุดการบริการชั่วคราว จึงไม่สามารถระบุวันเดินทาง และราคาได้

อ้างอิงราคา สำหรับวันที่ 20-May-2019 01:31:58: am เท่านั้น บริษัทฯ ขอสงวนสิทธ์ปรับเปลี่ยนวันเดินทาง และราคา โดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า


อัตรานี้รวม

1.ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับชั้นนักท่องเที่ยว สายการบินแอโรฟลอต
2.ค่าโรงแรมที่พักตามที่ระบุ / ค่าอาหารทุกมื้อตามรายการ
3.ค่าเข้าชมสถานที่ต่างๆตามรายการ / ค่ารถรับ-ส่งตามรายการ
4.ค่ามัคคุเทศก์ท้องถิ่น / ค่าหัวหน้าทัวร์ของบริษัทดูแลตลอดการเดินทาง
5.ค่าขนกระเป๋าเดินทางท่านละ 1 ใบน้ำหนักไม่เกิน 23 กิโลกรัม
6.ค่ากรมธรรม์ประกันอุบัติเหตุการเดินทางหมู่คณะ ท่านละ 1,000,000 บาท

อัตรานี้ไม่รวม

1.ค่าทิปไกด์ท้องถิ่นและคนขับรถ ...ประมาณ50USD ต่อท่าน
2.ค่าทิปหัวหน้าทัวร์ไทยขึ้นอยู่กับความพอใจ
3.ค่าใช้จ่ายต่างๆที่เกี่ยวกับหนังสือเดินทาง
4.ค่าใช้จ่ายส่วนตัว อาทิ ค่าโทรศัพท์ ค่าซักรีด ค่าเครื่องดื่ม อื่นๆ นอกเหนือจากที่ระบุไว้ในรายการ

หมายเหตุ

1.ตั๋วเครื่องบินสายการบินแอร์โรฟลอตซื้อเป็นตั๋วเดี่ยวหรือตั๋วกรุ๊ป ชั้นประหยัดไม่สามารถยกเลิกรีฟันท์ใดๆ ได้เลยคะ รบกวนลูกค้าพิจารณาทุกท่านมั่นใจก่อนการซื้อทัวร์คะ
2.บริษัททัวร์ฯ ไม่มีแถมกระเป๋า
3.ในกรณีที่ท่านมีซื้อบินภายในประเทศมาจากต่างจังหวัดขากลับกรณีเที่ยวบินดีเลย์ทางสายการบินแอร์โรฟลอตจะไม่รับผิดชอบกรณีเที่ยวบินดีเลย์คะ
4.การขอที่นั่งพิเศษ เช่น ริมทางเดิน ริมหน้าต่าง เป็นการจัดที่นั่งของสายการบิน บริษัทฯ ไม่การันตีและไม่สามารถรับผิดชอบ กรณีไม่ได้ที่นั่งตามที่ลูกค้าต้องการ เนื่องจากเป็นการจัดการของสายการบิน บริษัทฯไม่สามารถแทรกแซงได้

การขอที่นั่งพิเศษ เช่น ริมทางเดิน ริมหน้าต่าง เป็นการจัดการของสายการบิน บริษัทฯ ไม่การันตี และไม่สามารถรับผิดชอบ กรณีไม่ได้ที่นั่งตรงตามลูกค้าต้องการได้ เนื่องจากป็นการจัดการของสายการบิน บริษัทฯ ไม่สามารถแทรกแซงได้

เอกสารสำหรับยื่นวีซ่า

-

การจองทัวร์ /เงื่อนไขการจองทัวร์
1.แจ้งจองทัวร์ผ่านฟอร์มติดต่อด้านล่าง หรือส่งอีเมล์มาที่ rsvn @planetworldwide.com
2.พร้อมทั้งส่งสำหน้าหน้าแรกของพาสปอร์ต มาที่อีเมล์ rsvn @planetworldwide.com หรือแฟกซ์ที่เบอร์ 02 744 4955
3.ชำระเงินมัดจำค่าทัวร์

 

1.ชำระมัดจำการเดินทางท่านละ 30,000 บาท ณ วันจอง พร้อมส่งเอกสารให้กับบริษัทฯ
2.ชำระค่าใช้จ่ายในการเดินทางส่วนที่เหลือทั้งหมดก่อนการเดินทาง 25 วัน
3.ในกรณีที่ลูกค้าจองไม่ชำระค่ามัดจำการเดินทาง ทางบริษัทฯ ถือว่าท่านสละสิทธิ์

เงื่อนไขการยกเลิก
1.ยกเลิกก่อนการเดินทาง 45 วัน คืนค่าใช้จ่ายทั้งหมด ยกเว้นในกรณีที่มีค่ามัดจำกับทางสายการบิน หรือโรงแรมที่พัก ไม่ว่าจะโดยตรง หรือโดยการผ่านตัวแทนในประเทศ หรือต่างประเทศ ซึ่งไม่สามารถขอคืนเงินได้
2.ยกเลิกก่อนการเดินทางน้อยกว่าหรือเท่ากับ 30 วัน เก็บค่าใช้จ่าย 30,000 บาท
3.ยกเลิกก่อนการเดินทางน้อยกว่าหรือเท่ากับ 25วัน เก็บค่าใช้จ่าย 50 % ของราคาทัวร์ทั้งหมด
4.ยกเลิกก่อนการเดินทางน้อยกว่า 15 วัน ทางบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์เก็บค่าใช้จ่ายทั้งหมด 100 %
5.การถูกปฏิเสธการเข้าเมืองไม่ว่ากรณีใดๆ บริษัทฯ จะไม่มีการคืนเงินทั้งหมด หรือบางส่วน


สอบถาม

สอบถามทัวร์รัสเซีย ล่าแสงเหนือ ไครเมีย ยัลต้า แบคชิซาราย เมอร์มังส์
ชื่อลูกค้า: อีมเล์:  เบอร์โทร:

คำค้นหา:  ทัวร์รัสเซีย ล่าแสงเหนือ เมอร์มังส์
TOP