ทัวร์รัฐมัธยประเทศ ความยิ่งใหญ่ ของ 3 มรดกโลก ป้อมกวาลิเออร์ โบราณสถานขชุราโห สถูปสาญจี
รหัสทัวร์ 886
ไฮไลท์ทัวร์
กำหนดวันเดินทาง
| ช่วงวันเดินทาง | ราคาต่อท่าน | พักเดี่ยวเพิ่ม |
|---|---|---|
| 3 ธ.ค. 69 - 12 ธ.ค. 69 | 91,900.- | 28,000.- |
กำหนดการเดินทาง
05.00 คณะพร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ ROW D หน้าเคาเตอร์การบินไทย เจ้าหน้าที่บริษัทฯ อำนวยความสะดวกในการเช็คอินท์
07.00 เครื่องบินออกเดินทางสู่สนามบินอินทิราคานธีร์ เมืองเดลลี โดยเที่ยวบิน TG323
09.55 ถึงท่าอากาศยานนานาชาติอินทิราคานธีร์ เมืองเดลลี ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและตรวจรับสัมภาระเรียบร้อยแล้ว (เวลาที่อินเดียช้ากว่าประเทศไทย 1.30 ชั่วโมง)
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำท่านเที่ยวชมภายในเมืองเดลลี
16.00 ได้เวลาเดินทางกลับเข้าสู่สนามบิน
17.00 รับประทานอาหาร ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
18.00 นำท่านสู่สนามบินภายในประเทศ เพื่อเช็คอินท์สู่โภปาล
20.25 เครื่องบินออกเดินทางสู่สนามบินโภปาลโดยอินดิโก้ เที่ยวบิน....
21.50 ถึงสนามบินโภปาล รับกระเป๋า
นำท่านเข้าที่พัก ........... ⭐⭐⭐⭐ โรงแรมระดับ 4 ดาว หรือเทียบเท่า ภายในเมืองโภปาล พักติดกัน 3 คืน
เช้า รับประทานอาหารเช้าภายในโรงแรมฯ
เดินทางออกสู่ทางใต้โภปาล ประมาณ 1 ชั่วโมง
เข้าชมถ้ำภิมเบตกา แสดงภาพเขียนบนผนังถ้ำที่มีอายุย้อนหลังไปเกือบ 30,000 ปี ตั้งบนโขดหินยุคก่อนประวัติศาสตร์ที่เคยเป็นที่อยู่อาศัยของมนุษย์ยุคแรก และระบบนิเวศทางธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ ทำให้ภิมเบตก้าเป็นมรดกอันล้ำค่าจากบรรพบุรุษยุคแรกของเรา ตั้งอยู่ท่ามกลางเนินเขาที่ปกคลุมด้วยป่าไม้ของรัฐมัธยประเทศ ที่แสดงให้เห็นถึงศิลปะบนหินที่เก่าแก่ที่สุดที่รู้จักในอินเดีย และเป็นหนึ่งในแหล่งโบราณคดีที่สำคัญแห่งหนึ่งในโลก
ได้เวลาเดินทางกลับสู่ที่พักในเมืองโภปาล
บ่าย รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถุื่น
ชมทะเลสาบ Lower Upper ทะเลสาบแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1794 เพื่อปรับปรุงภูมิทัศน์ของเมืองให้สวยงาม โดยมี Chote Khan ซึ่งเป็นรัฐมนตรีของ Nawab Hayat Muhammad Khan Bahadur เป็นผู้สั่งการให้ดำเนินการก่อสร้าง ทะเลสาบแห่งนี้เกิดจากการรวมบ่อน้ำหลายแห่งที่มีอยู่เดิมเข้าด้วยกัน ทะเลสาบตอนล่างตั้งอยู่ติดกับสะพานที่ชื่อว่า 'Pul Pukhta' และยังเป็นที่รู้จักในวรรณกรรมอีกชื่อหนึ่งว่า "Pukhta-Pul Talao"
ชมเมืองโภปาล...............
ได้เวลาเดินทางกลับสู่ที่พักในเมืองโภปาล
รับประทานอาหารค่ำภายในโรงแรมฯ และพักผ่อนค้างคืนภายในเมืองโภปาล คืนที่2
เช้า รับประทานอาหารเช้าภายในโรงแรมฯ
นำท่านเดินทางสู่เมืองสาญจี ในรัฐมัธยประเทศ และเป็นที่ตั้งของ สถูปสาญจี หรือ กลุ่มพุทธสถานแห่งสาญจี ซึ่งเป็นมรดกโลกที่มีชื่อเสียง เป็นอนุสรณ์สถานทางพุทธศาสนาที่สร้างโดยพระเจ้าอโศกมหาราช เพื่อเก็บรักษาพระบรมสารีริกธาตุ และเป็นศูนย์กลางการเผยแผ่พระพุทธศาสนาที่สำคัญ ตั้งอยู่บนเนินเขาในเขตรายเสน เป็นสถานที่มรดกโลกที่ได้รับการขึ้นทะเบียนโดยองค์การยูเนสโก มีสถาปัตยกรรมพุทธศิลป์ที่งดงาม โดยเฉพาะซุ้มประตูโตรณะที่แกะสลักเรื่องราวเกี่ยวกับพุทธศาสนา
ชมสถูปสาญจี และสถานที่โดยรอบเกี่ยวข้องทางพระพุทธศาสนา
บ่าย รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่นแบบมังสวิรัต
ถ้ำอุทยาคีรี เป็นกลุ่มโบราณสถานประกอบด้วยศาสนสถานแกะสลักจากหิน 20 แห่ง ตั้งอยู่ห่างจากแหล่งโบราณสถานทางพุทธศาสนาแห่งสาญจี รัฐมัธยประเทศ ไปทางตะวันออกเฉียงเหนือเพียง 13-15 กิโลเมตร มีอายุย้อนไปถึงศตวรรษที่ 4-5 (สมัยราชวงศ์คุปตะ) และเป็นที่เก็บรักษาประติมากรรมและจารึกฮินดูและเชนที่เก่าแก่ที่สุดบางส่วนที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในอินเดีย
รับประทานอาหารค่ำภายในโรงแรมฯ และพักผ่อนค้างคืนภายในเมืองโภปาล คืนที่3
เช้า รับประทานอาหารเช้าภายในโรงแรมฯ พร้อมเช็คเอ้าท์
ออกเดินทางสู่เมืองขชุราโห โดยแวะชมวัดมาลาเดวี ในเมืองวิดิชา เมืองเล็กที่เคร่งด้านศาสนา วัดมาลาเทวี (Maladevi Temple) เป็นศาสนสถานอันยิ่งใหญ่จากช่วงศตวรรษที่ 9 ซึ่งตั้งอยู่บนลาดเขาฝั่งตะวันออก โดยสร้างขึ้นบนฐานขนาดใหญ่ที่เกิดจากการตัดแต่งหน้าผาและเสริมความมั่นคงด้วยกำแพงกันดินขนาดมหึมา โครงสร้างอันโอ่อ่าของวัดแห่งนี้มอบทัศนียภาพแบบพาโนรามา
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่นแบบมังสวิรัต
ได้เวลาเดินทางต่อสู่เมืองขชุราโห โดยผ่านเมืองซาการ์ Sagar (หรือที่เดิมสะกดว่า Saugor) เป็นเมืองและศูนย์กลางการบริหารของเขต Sagar ในรัฐมัธยมประเทศ (Madhya Pradesh) ทางตอนกลางของอินเดีย เมืองนี้มีประชากรมากเป็นอันดับที่ 6 ของรัฐ โดยตั้งอยู่บนแนวสันเขาที่ยื่นออกมาจากเทือกเขาวินธยา (Vindhya Range) ที่ระดับความสูง 536 เมตร (1,758 ฟุต) เหนือระดับน้ำทะเล และอยู่ห่างจากเมืองโภปาล (Bhopal) ซึ่งเป็นเมืองหลวงของรัฐ ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือเป็นระยะทางประมาณ 182 กิโลเมตร
ค่ำ ถึงเมืองขชุราโห ...เมืองคาจูราโฮ เป็นเมืองเล็กๆ ในเขตรัฐมัธยประเทศ รัฐที่ตั้งอยู่ตรงกลางของประเทศอินเดีย ปัจจุบันเมืองขชุราโหเป็นเมืองที่มีชื่อเสียงในเรื่องของแหล่งท่องเที่ยวประเภทโบราณสถานที่ถูกสร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์คันเดลลาในระหว่าง คริสต์ศักราช 950-1050 ซึ่งส่วนใหญ่เป็นวัดโบราณประมาณ 20 แห่ง ซึ่งประกอบไปด้วยวัดในแบบวัดในศาสนาฮินดูยุคกลาง และวัดเชน โดยวัดที่มีชื่อเสียงในเรื่องของประติมากรรมแนวอีโรติค หรือ แนวกามสูตร กลุ่มอนุสรณ์สถานแห่งขชุราโห ที่มีเสน่ห์ทางสถาปัตยกรรมการแกะสลักและประติมากรรมที่งดงามและน่าหลงใหลโดยกลุ่มอนุสรณ์สถานแห่งขชุราโห ได้รับการจดทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก (Unesco) ในปี 1986 และจะถือเป็นหนึ่งใน"เจ็ดสิ่งมหัศจรรย์" ของอินเดีย
นำท่านเข้าที่พัก ........... ⭐⭐⭐⭐ โรงแรมระดับ 4 ดาว หรือเทียบเท่า ภายในเมืองขชุราโห
รับประทานอาหารค่ำภายในโรงแรมฯ และพักผ่อนค้างคืนภายในเมืองขชุราโห คืนที่4
เช้า รับประทานอาหารเช้าภายในโรงแรม
นำท่านชมกลุ่มอนุสรณ์สถาน คือ กลุ่มตะวันตก ตะวันออก โดยวัดทั้งหมดสร้างขึ้นด้วยหินทรายและได้รับการประดับประดาไปด้วยประติมากรรมจากเทพปกรณัมของศาสนาฮินดู ศาสนาเชน และภาพสลักอีโรติคที่มีเสน่ห์และงดงาม โบราณสถานที่ถูกสร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์คันเดลลาในระหว่าง คริสต์ศักราช 950-1050 ซึ่งส่วนใหญ่เป็นวัดโบราณประมาณ 20 แห่ง ซึ่งประกอบไปด้วยวัดในแบบวัดในศาสนาฮินดูยุคกลาง และวัดเชน โดยวัดเหล่านี้ล้วนแล้วแต่มีชื่อเสียงในเรื่องของประติมากรรมแนวอีโรติค หรือ แนวกามสูตร
เริ่มต้นนำท่านเข้าชมกลุ่มตะวันตก ที่วัดสวยที่สุดในกลุ่มตะวันตก คือวัดกานดาริยะมหาเทพ ประกอบด้วยโครงสร้างที่สำคัญคือ มหามณฑพ (Maha Mandapa) ซึ่งมีเสาหินที่สลักลายตกแต่งอย่างงดงาม และสิงขร (Shikhara) สูง 30 เมตร มีรูปทรงสิงขรขนาดเล็กรายรอบลดหลั่นสูงขึ้นไปตามความสูงถึง 84 ยอด เป็นสัญลักษณ์แทนเขาไกรลาศ ที่ประทับของพระศิวะ เทพสูงสุดของศาสนาฮินดู ด้านในสุดภายในวัดมีห้องที่สำคัญที่สุดเรียกว่า “ครรภคฤหะ” ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานของศิวลึงค์ และมีลวดลายสลักรอบกรอบประตูหินอย่างงดงามมาก โครงสร้างขนาดใหญ่ที่เป็นที่นิยมและสวยงามที่สุด แสดงถึงความสงบงดงามของงานประติมากรรม เป็นวัดที่นิยมมากสำหรับภาพแกะสลักที่แสดงอารมณ์เร้าร้อน ส่วนใหญ่ของภาพทั้งหมดคือเทพเจ้าในศาสนาฮินดู, เทพธิดา, นางไม้ ความเว้าโค้งที่สวยงามเกินคำบรรยาย
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
บ่าย นำท่านเที่ยวกลุ่มวัดทางทิศตะวันออกค่อนข้างแตกต่างจากวัดอื่นเพราะว่าถูกควบคุมโดยวัดเชนปาสวานาถ วัดเชนที่ใหญ่ที่สุดในเมืองขชุราโหตั้งอยู่ในกลุ่มวัดทางทิศตะวันออก ได้แก่ วัดอาดินาธา วัดชานไต และวัดพรหม ที่สร้างอุทิศให้กับพระวิษณุด้วยหินแกรนิต
ค่ำ ได้เวลาเดินทางกลับสู่โรงแรมและรับประทานอาหารค่ำภายในโรงแรม คืนที่ 5
เช้า รับประทานอาหารเช้าภายในโรงแรมพร้อมเช็คเอ้าท์
นำท่านเดินทางต่อสู่เมืองออชา เมืองเล็กๆเงียบสงบและสวยงามบนเกาะกลาง แม่น้ำเบตวา สถาปนาขึ้นในศตวรรษที่ 15 โดยผู้ปกครองเมืองบันเดลา (ผู้ปกครองที่มีอำนาจปกครองอินเดียตอนกลางมากมายหลากหลายเมืองในช่วงศตวรรษที่ 16 ) ชื่อว่ารูด้า ประทีปสิงห์ ซึ่งต่อมาได้ราชาภิเษกเป็นพระราชาองค์แรกของเมืองออชา ราวปี1501-1531 และยังสร้างป้อมออชากับวัดชาเตอร์พฤกษ์ วัดนี้ถูกสร้างขึ้นในรัชสมัยของจักรพรรดิ อัคบาร์ โดยสมเด็จพระราชินีแห่งออชาการ์เนชไบ ในขณะราชมานเดอร์ ถูกสร้างขึ้นโดยกษัตริย์ Madhukar ในช่วงปี 1554-1591 การสร้างป้อมนอกจากจะแสดงให้เห็นถึงที่พำนักของมหาราชาและแสดงความยิ่งใหญ่ของกษัตริย์ในขณะนั่นแล้วยังแสดงถึงว่าไม่มีเจ้าเมืองใดสามารถเข้ามาสู้รบหรือยึดครองได้ง่ายๆ
บ่าย รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
นำท่านชม ออชาฟอร์ท ด้านในมีพระราชวังราชมาฮาล ที่สร้างโดยพระเจ้าบีร์ซิงห์เดโอ มีห้องภายในถึง132 ห้องรวมทั้งห้องพระมเหสี 6 ห้อง 6 พระองค์และห้องต่างๆ ล้วนประดับตกแต่งด้วยภาพเขียนสีต่างๆศิลปะแบบราชปุต-ภัณฑาละ
ชมพระราชวังชาร์หังกรี มาฮาล ที่สร้างขึ้นอย่างหรูหราอลังการเพื่อต้อนรับพระเจ้าชาร์หังกรี แห่งราชวงศ์โมกุลเพียงเพื่อพัก1ราตรี วิธีทางการทูตของกษัตริย์นครภัณฑลขัณฑ์ที่ต้องการให้ได้รับคำชมที่สมพระเกียรติ ของพระเจ้าบีร์ซิงห์เดโอ การสร้างกำแพงเชิงเทินขนาดใหญ่ล้อมรอบ ป้อม พระราชวัง ป้อมประกอบด้วยอาคารที่เชื่อมต่อหลายที่สร้างขึ้นในช่วงเวลาที่แตกต่างกัน แต่ที่สำคัญที่สุดคือสร้างในสมัยของราชา Mahal
วัดวัดจตุรภุช สร้างอุทิศให้กับพระวิษณุ ลักษณะมุมมองโครงสร้างที่ซับซ้อนหลายชั้น ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างป้อมปราการ และพระราชวัง เดิมทีวัดแห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อบูชารูปพระรามซึ่งเป็นเทพองค์ใหญ่ ซึ่งได้รับการติดตั้งในวัดพระรามราชาภายในป้อม Orchha
ปัจจุบันมีรูปของพระกฤษณะเป็นที่สักการะในวัด วัดแห่งนี้ขึ้นชื่อว่ามีวิมานที่สูงที่สุดแห่งหนึ่งในบรรดาวัดฮินดู โดยมีความสูงถึง 344 ฟุต วัดนี้สร้างโดย Bundela Rajputs แห่งอาณาจักร Orchha ในรัชสมัยของจักรพรรดิอัคบาร์แห่งโมกุล การก่อสร้างเริ่มโดย Madhukar Shah และสร้างเสร็จโดย Vir Singh Deo ลูกชายของเขาในศตวรรษที่ 16 Madhukar Shah ได้สร้างวิหารแห่งนี้ให้กับ Rani Ganeshkuwari ภรรยาของเขา
นำท่านเข้าที่พัก ........... ⭐⭐⭐⭐ โรงแรมระดับ 4 ดาว หรือเทียบเท่า ภายในเมืองออชา คืนที่ 6
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำภายในโรงแรม
เช้า รับประทานอาหารเช้าภายในโรงแรมพร้อมเช็คเอ้าท์
นำท่านเดินทางสู่เมืองดาเทีย ประมาณ 1.30 ชั่วโมง เมืองโบราณดาเทียถูกล้อมรอบด้วยเขตมัธยประเทศ เขตนี้เป็นส่วนหนึ่งของกองกำลังเมืองกวาลิเออร์ ในมหาภารตะเป็น "Daityavakra" เป็นจุดแสวงบุญสำหรับสาวกของ Siddhapeeth Shri Peetambra Devi
ชมพระราชวังเจ็ดชั้น สร้างโดยพระราชาเบอสิงห์ ดีโอ หรือเรียกอีกชื่อว่าพระราชวังเก่า ที่สร้างขึ้นบนเนินเขา สร้างในปลายศตวรรษที่16ต้นศตวรรษที่17 ในพื้นที่บันดาลขาน ภายใต้ราชวงศ์บันเดล่า ราชพุท พระราชวังที่ไม่เคยมีเชื้อพระวงศ์มาพำนักเลย พระราชวังเป็น ยาวเกือบ 80 เมตรและยังนี่เป็นพระราชวังที่สวยงามและแข็งแรง ถูกสร้างขึ้นโดยการใช้เงิน 35 รูปี (78 พันเหรียญสหรัฐ) และใช้เวลาสร้างเก้าปี ตั้งอยู่บนโขดหินที่อยู่ทางด้านตะวันตกของเมืองดาเทียแสดงถึงสถาปัตยกรรมของโมกุลพร้อมด้วยสถาปัตยกรรมราชบัท เป็นที่ใหญ่ที่สุดและมีชื่อเสียงที่สุดของในจำนวนพระราชวังทั้งหมด 52 แห่งที่สร้างโดยพระราชาเบอสิงห์ ดีโอและสามารถมองเห็นได้ง่ายจากระยะไกล
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
นำท่านออกเดินทางสู่เมืองกวาลิเออร์ เป็นเมืองป้อมปราการโบราณ ที่กลายเป็นเมืองท่องเที่ยวและเป็นศูนย์กลางประวัติศาสตร์ที่สำคัญเมืองหนึ่งของอินเดีย ใช้เวลาประมาณ 2 ขั่วโมง
นำท่านเข้าที่พัก ........... ⭐⭐⭐⭐ โรงแรมระดับ 4 ดาว หรือเทียบเท่า ภายในเมืองกวาลิเออร์ คืนที่ 7
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำภายในโรงแรม
เช้า รับประทานอาหารเช้าภายในโรงแรมฯ
นำท่านชมป้อมแห่งเมืองกวาลิเออร์ เมืองกวาลิเออร์ เป็นเมืองป้อมปราการโบราณ ที่กลายเป็นเมืองท่องเที่ยวและเป็นศูนย์กลางประวัติศาสตร์ที่สำคัญเมืองหนึ่งของอินเดีย เป็นสถานที่ที่มีความสำคัญและมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ของเมืองกวาลิเออร์ ป้อมกวาลิเออร์ เป็นหนึ่งในป้อมที่ใหญ่ที่สุดในประเทศอินเดีย โดยตามตำนานเล่าขานป้อมกวาลิเออร์เคยถูกปกครองโดยกษัตริย์ชื่อ Suraj Sen เวลามาถึงเมื่อเขาเป็นโรคเรื้อนซึ่งรักษาไม่หาย นักปราชญ์ชื่อ Gwalipa ได้นำน้ำจากสระศักดิ์สิทธิ์ให้กษัตริย์ดื่มซึ่งสามารถรักษาโรคให้กษัตริย์ Suraj หายเป็นปกติและเพื่อเป็นเกียรติแก่นักปราชญ์
กษัตริย์ Suraj ได้สร้างป้อมแห่งนี้เพื่ออยู่ในความครอบครองของนักปราชญ์ต่อไป แต่ในยุคต่อๆมากษัตริย์ไม่สามารถปกป้องป้อมแห่งนี้ได้ทำให้ป้อมแห่งนี้ถูกยึดครองจากบุคลลหลากหลายเผ่าพันธ์ ไม่ห่างไกลจากป้อม
ถ้ำสิทธจัล เป็นกลุ่มโบราณสถานทางศาสนาเชนที่แกะสลักจากหินอย่างงดงามบนหน้าผาหินทรายของป้อมกวาลิออร์ในรัฐมัธยประเทศ สร้างขึ้นเป็นหลักระหว่างศตวรรษที่ 7 ถึง 15 สถานที่แห่งนี้มีรูปปั้นขนาดใหญ่และภาพสลักนูนต่ำที่ละเอียดอ่อนซึ่งแสดงถึงพระติรถังการะของศาสนาเชน
นำท่านชมวัดฮินดู วัดสหัสราบาหู ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1092-93 โดยราชวงศ์ Kachchhapaghata อุทิศเพื่อพระวิษณุลักษณะเป็นรูปทรงเหลี่ยมที่สร้างด้วยหินทรายสีแดงที่มีรูปปั้นและการแกะสลักคานและเสาอย่างงดงามแบบวิจิตรบรรจงหาชมได้ยาก แต่ไม่มีซุ้มประตูปิดบัง
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
บ่าย นำท่านเข้าชม พระราชวังไจ วิลาส ที่ได้ชื่อว่างดงามที่สุดในอินเดีย สร้างโดยพระมหาราชา Jayajirao สร้างขึ้นในรูปแบบสไตล์ยุโรปผสมผสานกับอินเดีย เพื่อเฉลิมฉลองให้กับการมาเยือนของเจ้าชายแห่งเวลส์ในปี พ.ศ. 2419 ได้รับการออกแบบโดยพันโทเซอร์ไมเคิล ฟิโลส ในสไตล์ที่ได้รับแรงบันดาลใจคลาสสิกโดยผสมผสานองค์ประกอบของดอริก ทัสคัน โครินเธียน และพัลลาเดียน และถูกสร้างขึ้น เป็นหินทรายทาสีขาว ความหรูหราของพระราชวัง และของสะสมที่มีคุณค่า นำถูกมารวบรวม และปัจจุบันพระราชวังได้กลายเป็นพิพิธภัณฑ์ ชื่อว่า พิพิธภัณฑ์ ซินเดีย ประกอบด้วยห้องต่างๆ มากมาย
นำท่านเข้าที่พัก ........... ⭐⭐⭐⭐ โรงแรมระดับ 4 ดาว หรือเทียบเท่า ภายในเมืองกวาลิเออร์ คืนที่ 8
07.00 รับประทานอาหารเช้าภายในโรงแรมพร้อมเช็คเอ้าท์
.......นำท่านเดินทางสู่สถานีรถไฟฟ้าเมืองกวาลิเออร์ เพื่อเข้าสู่เมืองเดลลี
.......รถไฟออกจากเมืองกวาลิเออร์ สู่เมืองเดลลี ใช้เวลาประมาณ 4.30 ชั่วโมง
.......อาหารกลางวันบนรถไฟ
.......ถึงเมืองเดลลี .................
นำท่านเที่ยวชมในเมืองเดลี .........
เย็น รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
21.00 นำท่านเดินทางสู่สนามบินเดลลี เพื่อบินกลับกรุงเทพฯ
00.20 เครื่องบินออกเดินทางจากสนามบินเดลลี โดยสายการบินไทย TG316
06.05 ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ
ข้อมูลวันเดินทางและราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลง กรุณาตรวจสอบกับบริษัทอีกครั้งก่อนจอง