Premium Tour Program

ทัวร์รัฐมัธยประเทศ ความยิ่งใหญ่ ของ 3 มรดกโลก ป้อมกวาลิเออร์ โบราณสถานขชุราโห สถูปสาญจี

ทัวร์คุณภาพจาก Planet Worldwide ✓ โรงแรมคัดสรร ✓ ไกด์มืออาชีพ ✓ โปรแกรมไม่รีบเร่งเกินไป ✓ บริษัทฯจัดเอง
886 9 วัน 7 คืน 5 ดาว 6 คืน 4 ดาว 1 คืน
สายการบิน
ThaiAirways+IndiGo ThaiAirways+IndiGo (TG6E)
เริ่มต้น 85,900.- ทัวร์รัฐมัธยประเทศ ความยิ่งใหญ่ ของ 3 มรดกโลก  ป้อมกวาลิเออร์ โบราณสถานขชุราโห สถูปสาญจี

*รูปภาพสำหรับโฆษณาเท่านั้น

ไฮไลท์โปรแกรม

เที่ยวชมรัฐมัธยประเทศ ชมความยิ่งใหญ่ ของ3 มรดกโลก แห่งรัฐมัธยประเทศ เปรียบเสมือนเป็นหัวใจสำคัญของงานสถาปัตยกรรมอินเดียโบราณอย่างแท้จริง ชมป้อมกวาลิเออร์ เป็นป้อมปราการหินทรายขนาดยักษ์ ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในป้อมที่ใหญ่ที่สุดในอินเดีย ชมกลุ่มโบราณสถานขชุราโห เป็นหมู่โบสถ์พราหมณ์และโบสถ์ไชนะ ปัจจุบันเป็นแหล่งมรดกโลก ชมสถูปสาญจี คือหนึ่งในกลุ่มพุทธสถานและสถูปที่เก่าแก่ที่สุดในอินเดีย ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO

จำนวนวัน9 วัน 7 คืน
สายการบินThaiAirways+IndiGo
โรงแรม5 ดาว 6 คืน / 4 ดาว 1 คืน

วันเดินทางและราคา

ราคาต่อท่าน แชร์ห้องพัก 2 ท่านต่อห้อง

20 ต.ค. 69 - 28 ต.ค. 69
85,900.-
พักเดี่ยวเพิ่ม 28,000.-
18 พ.ย. 69 - 26 พ.ย. 69
89,900.-
พักเดี่ยวเพิ่ม 28,000.-
2 ธ.ค. 69 - 10 ธ.ค. 69
89,900.-
พักเดี่ยวเพิ่ม 28,000.-
23 ธ.ค. 69 - 31 ธ.ค. 69
89,900.-
พักเดี่ยวเพิ่ม 30,000.-
30 ธ.ค. 69 - 7 ม.ค. 70
92,900.-
พักเดี่ยวเพิ่ม 92,900.-

*วันเดินทาง ราคา และส่วนลด ใช้อ้างอิง ณ วันที่ 21 ส.ค. 69 เท่านั้น

กำหนดการเดินทาง

1.วันแรก กรุงเทพฯ – เดลลี - กวาลิเออร์

05.00 คณะพร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ ROW D หน้าเคาเตอร์การบินไทย เจ้าหน้าที่บริษัทฯ อำนวยความสะดวกในการเช็คอินท์

07.35 เครื่องบินออกเดินทางสู่สนามบินอินทิราคานธีร์ เมืองเดลลี โดยเที่ยวบิน TG323

10.35 ถึงท่าอากาศยานนานาชาติอินทิราคานธีร์ เมืองเดลลี ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและตรวจรับสัมภาระเรียบร้อยแล้ว (เวลาที่อินเดียช้ากว่าประเทศไทย 1.30 ชั่วโมง)

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

นำท่านออกเดินทางสู่สถานีรถไฟเพื่อเดินทางสู่เมืองกวาลิเออร์ เป็นเมืองป้อมปราการโบราณ ที่กลายเป็นเมืองท่องเที่ยวและเป็นศูนย์กลางประวัติศาสตร์ที่สำคัญเมืองหนึ่งของอินเดีย  (รถไฟปรับอากาศ ใช้เวลา 4 ชั่วโมง)

ค่ำ            รับประทานอาหารค่ำภายในโรงแรมฯ

นำท่านเข้าที่พัก  ........... ⭐⭐⭐⭐⭐ โรงแรมระดับ 5 ดาว หรือเทียบเท่า ภายในเมืองกวาลิเออร์

2.วันที่สอง กวาลิเออร์

เช้า  รับประทานอาหารเช้าภายในโรงแรมฯ

นำท่านชมป้อมแห่งเมืองกวาลิเออร์ เมืองกวาลิเออร์ เป็นเมืองป้อมปราการโบราณ ที่กลายเป็นเมืองท่องเที่ยวและเป็นศูนย์กลางประวัติศาสตร์ที่สำคัญเมืองหนึ่งของอินเดีย เป็นสถานที่ที่มีความสำคัญและมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ของเมืองกวาลิเออร์ ป้อมกวาลิเออร์ เป็นหนึ่งในป้อมที่ใหญ่ที่สุดในประเทศอินเดีย โดยตามตำนานเล่าขานป้อมกวาลิเออร์เคยถูกปกครองโดยกษัตริย์ชื่อ Suraj Sen เวลามาถึงเมื่อเขาเป็นโรคเรื้อนซึ่งรักษาไม่หาย นักปราชญ์ชื่อ Gwalipa ได้นำน้ำจากสระศักดิ์สิทธิ์ให้กษัตริย์ดื่มซึ่งสามารถรักษาโรคให้กษัตริย์ Suraj หายเป็นปกติและเพื่อเป็นเกียรติแก่นักปราชญ์

กษัตริย์ Suraj ได้สร้างป้อมแห่งนี้เพื่ออยู่ในความครอบครองของนักปราชญ์ต่อไป แต่ในยุคต่อๆมากษัตริย์ไม่สามารถปกป้องป้อมแห่งนี้ได้ทำให้ป้อมแห่งนี้ถูกยึดครองจากบุคลลหลากหลายเผ่าพันธ์ ไม่ห่างไกลจากป้อม

ถ้ำสิทธจัลเป็นกลุ่มโบราณสถานทางศาสนาเชนที่แกะสลักจากหินอย่างงดงามบนหน้าผาหินทรายของป้อมกวาลิออร์ในรัฐมัธยประเทศ สร้างขึ้นเป็นหลักระหว่างศตวรรษที่ 7 ถึง 15 สถานที่แห่งนี้มีรูปปั้นขนาดใหญ่และภาพสลักนูนต่ำที่ละเอียดอ่อนซึ่งแสดงถึงพระติรถังการะของศาสนาเชน

นำท่านชมวัดฮินดู วัดสหัสราบาหู  ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1092-93 โดยราชวงศ์ Kachchhapaghata  อุทิศเพื่อพระวิษณุลักษณะเป็นรูปทรงเหลี่ยมที่สร้างด้วยหินทรายสีแดงที่มีรูปปั้นและการแกะสลักคานและเสาอย่างงดงามแบบวิจิตรบรรจงหาชมได้ยาก แต่ไม่มีซุ้มประตูปิดบัง

กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น   

บ่าย นำท่านเข้าชม พระราชวังไจ วิลาส ที่ได้ชื่อว่างดงามที่สุดในอินเดีย สร้างโดยพระมหาราชา Jayajirao สร้างขึ้นในรูปแบบสไตล์ยุโรปผสมผสานกับอินเดีย เพื่อเฉลิมฉลองให้กับการมาเยือนของเจ้าชายแห่งเวลส์ในปี พ.ศ. 2419 ได้รับการออกแบบโดยพันโทเซอร์ไมเคิล ฟิโลส ในสไตล์ที่ได้รับแรงบันดาลใจคลาสสิกโดยผสมผสานองค์ประกอบของดอริก ทัสคัน โครินเธียน และพัลลาเดียน และถูกสร้างขึ้น เป็นหินทรายทาสีขาว ความหรูหราของพระราชวัง และของสะสมที่มีคุณค่า นำถูกมารวบรวม และปัจจุบันพระราชวังได้กลายเป็นพิพิธภัณฑ์ ชื่อว่า พิพิธภัณฑ์ ซินเดีย ประกอบด้วยห้องต่างๆ มากมาย

ค่ำ    รับประทานอาหารค่ำภายในโรงแรม 

นำท่านเข้าที่พัก  ........... ⭐⭐⭐⭐⭐ โรงแรมระดับ 5 ดาว หรือเทียบเท่า ภายในเมืองกวาลิเออร์ 

3.วันที่สาม กวาลิเออร์ - ดาเทีย - ออชา

08.00 รับประทานอาหารเช้าภายในโรงแรมฯพร้อมเช็คเอ้าท์

นำท่านเดินทางสู่เมืองดาเทีย เมืองโบราณดาเทียถูกล้อมรอบด้วยเขตมัธยประเทศ เขตนี้เป็นส่วนหนึ่งของกองกำลังเมืองกวาลิเออร์ ในมหาภารตะเป็น "Daityavakra" เป็นจุดแสวงบุญสำหรับสาวกของ Siddhapeeth Shri Peetambra Devi

ชมพระราชวังเจ็ดชั้น สร้างโดยพระราชาเบอสิงห์ ดีโอ หรือเรียกอีกชื่อว่าพระราชวังเก่า ที่สร้างขึ้นบนเนินเขา สร้างในปลายศตวรรษที่16ต้นศตวรรษที่17 ในพื้นที่บันดาลขาน ภายใต้ราชวงศ์บันเดล่า ราชพุท พระราชวังที่ไม่เคยมีเชื้อพระวงศ์มาพำนักเลย พระราชวังเป็น ยาวเกือบ 80 เมตรและยังนี่เป็นพระราชวังที่สวยงามและแข็งแรง ถูกสร้างขึ้นโดยการใช้เงิน 35 รูปี (78 พันเหรียญสหรัฐ) และใช้เวลาสร้างเก้าปี ตั้งอยู่บนโขดหินที่อยู่ทางด้านตะวันตกของเมืองดาเทียแสดงถึงสถาปัตยกรรมของโมกุลพร้อมด้วยสถาปัตยกรรมราชบัท เป็นที่ใหญ่ที่สุดและมีชื่อเสียงที่สุดของในจำนวนพระราชวังทั้งหมด 52 แห่งที่สร้างโดยพระราชาเบอสิงห์ ดีโอและสามารถมองเห็นได้ง่ายจากระยะไกล

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

บ่าย   นำท่านเดินทางต่อสู่เมืองออชา เมืองเล็กๆเงียบสงบและสวยงามบนเกาะกลาง แม่น้ำเบตวา  สถาปนาขึ้นในศตวรรษที่ 15 โดยผู้ปกครองเมืองบันเดลา (ผู้ปกครองที่มีอำนาจปกครองอินเดียตอนกลางมากมายหลากหลายเมืองในช่วงศตวรรษที่ 16 ) ชื่อว่ารูด้า ประทีปสิงห์ ซึ่งต่อมาได้ราชาภิเษกเป็นพระราชาองค์แรกของเมืองออชา ราวปี1501-1531 และยังสร้างป้อมออชากับวัดชาเตอร์พฤกษ์ วัดนี้ถูกสร้างขึ้นในรัชสมัยของจักรพรรดิ อัคบาร์ โดยสมเด็จพระราชินีแห่งออชาการ์เนชไบ  ในขณะราชมานเดอร์ ถูกสร้างขึ้นโดยกษัตริย์ Madhukar ในช่วงปี 1554-1591 การสร้างป้อมนอกจากจะแสดงให้เห็นถึงที่พำนักของมหาราชาและแสดงความยิ่งใหญ่ของกษัตริย์ในขณะนั่นแล้วยังแสดงถึงว่าไม่มีเจ้าเมืองใดสามารถเข้ามาสู้รบหรือยึดครองได้ง่ายๆ

ค่ำ            รับประทานอาหารค่ำภายในโรงแรม

นำท่านเข้าที่พัก  ........... ⭐⭐⭐⭐ โรงแรมระดับ 4 ดาว หรือเทียบเท่า ภายในเมืองออชา

4.วันที่สี่ เมืองออชา - เมืองขชุราโห

เช้า รับประทานอาหารเช้าภายในโรงแรมพร้อมเช็คเอ้าท์

นำท่านชม ออชาฟอร์ท ด้านในมีพระราชวังราชมาฮาล ที่สร้างโดยพระเจ้าบีร์ซิงห์เดโอ มีห้องภายในถึง132ห้องรวมทั้งห้องพระมเหสี 6 ห้อง 6 พระองค์และห้องต่างๆ ล้วนประดับตกแต่งด้วยภาพเขียนสีต่างๆศิลปะแบบราชปุต-ภัณฑาละ

ชมพระราชวังชาร์หังกรี มาฮาล ที่สร้างขึ้นอย่างหรูหราอลังการเพื่อต้อนรับพระเจ้าชาร์หังกรี แห่งราชวงศ์โมกุลเพียงเพื่อพัก1ราตรี วิธีทางการทูตของกษัตริย์นครภัณฑลขัณฑ์ที่ต้องการให้ได้รับคำชมที่สมพระเกียรติ ของพระเจ้าบีร์ซิงห์เดโอ การสร้างกำแพงเชิงเทินขนาดใหญ่ล้อมรอบ ป้อม พระราชวัง ป้อมประกอบด้วยอาคารที่เชื่อมต่อหลายที่สร้างขึ้นในช่วงเวลาที่แตกต่างกัน แต่ที่สำคัญที่สุดคือสร้างในสมัยของราชา Mahal

วัดวัดจตุรภุช สร้างอุทิศให้กับพระวิษณุ ลักษณะมุมมองโครงสร้างที่ซับซ้อนหลายชั้น ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างป้อมปราการ และพระราชวัง เดิมทีวัดแห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อบูชารูปพระรามซึ่งเป็นเทพองค์ใหญ่ ซึ่งได้รับการติดตั้งในวัดพระรามราชาภายในป้อม Orchha ปัจจุบันมีรูปของพระกฤษณะเป็นที่สักการะในวัด วัดแห่งนี้ขึ้นชื่อว่ามีวิมานที่สูงที่สุดแห่งหนึ่งในบรรดาวัดฮินดู โดยมีความสูงถึง 344 ฟุต วัดนี้สร้างโดย Bundela Rajputs แห่งอาณาจักร Orchha ในรัชสมัยของจักรพรรดิอัคบาร์แห่งโมกุล การก่อสร้างเริ่มโดย Madhukar Shah และสร้างเสร็จโดย Vir Singh Deo ลูกชายของเขาในศตวรรษที่ 16 Madhukar Shah ได้สร้างวิหารแห่งนี้ให้กับ Rani Ganeshkuwari ภรรยาของเขา

บ่าย รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

จากนั้นเดินทางเข้าสู่เมืองคาจูราโฮ ประมาณ 4 ชั่วโมง

เมืองคาจูราโฮ เป็นเมืองเล็กๆ ในเขตรัฐมัธยประเทศ  รัฐที่ตั้งอยู่ตรงกลางของประเทศอินเดีย ปัจจุบันเมืองขชุราโหเป็นเมืองที่มีชื่อเสียงในเรื่องของแหล่งท่องเที่ยวประเภทโบราณสถานที่ถูกสร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์คันเดลลาในระหว่าง คริสต์ศักราช 950-1050 ซึ่งส่วนใหญ่เป็นวัดโบราณประมาณ 20 แห่ง ซึ่งประกอบไปด้วยวัดในแบบวัดในศาสนาฮินดูยุคกลาง และวัดเชน โดยวัดที่มีชื่อเสียงในเรื่องของประติมากรรมแนวอีโรติค หรือ แนวกามสูตร กลุ่มอนุสรณ์สถานแห่งขชุราโห ที่มีเสน่ห์ทางสถาปัตยกรรมการแกะสลักและประติมากรรมที่งดงามและน่าหลงใหลโดยกลุ่มอนุสรณ์สถานแห่งขชุราโห ได้รับการจดทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก (Unesco) ในปี 1986 และจะถือเป็นหนึ่งใน"เจ็ดสิ่งมหัศจรรย์" ของอินเดีย

ค่ำ  รับประทานอาหารค่ำภายในโรงแรม

นำท่านเข้าที่พัก  ........... ⭐⭐⭐⭐⭐ โรงแรมระดับ 5 ดาว หรือเทียบเท่า ภายในเมืองขชุราโห พัก 2 คืนติดกัน

5.วันที่ห้า เมืองขชุราโห 

เช้า รับประทานอาหารเช้าภายในโรงแรมพร้อมเช็คเอ้าท์

นำท่านชมกลุ่มอนุสรณ์สถานที่แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มเด่นๆ คือ กลุ่มตะวันตก ตะวันออก และ ใต้ โดยวัดทั้งหมดสร้างขึ้นด้วยหินทรายและได้รับการประดับประดาไปด้วยประติมากรรมจากเทพปกรณัมของศาสนาฮินดู ศาสนาเชน และภาพสลักอีโรติคที่มีเสน่ห์และงดงาม โบราณสถานที่ถูกสร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์คันเดลลาในระหว่าง คริสต์ศักราช 950-1050 ซึ่งส่วนใหญ่เป็นวัดโบราณประมาณ 20 แห่ง ซึ่งประกอบไปด้วยวัดในแบบวัดในศาสนาฮินดูยุคกลาง และวัดเชน โดยวัดเหล่านี้ล้วนแล้วแต่มีชื่อเสียงในเรื่องของประติมากรรมแนวอีโรติค หรือ แนวกามสูตร

เริ่มต้นนำท่านเข้าชมกลุ่มตะวันตก ที่วัดสวยที่สุดในกลุ่มตะวันตก คือวัดกานดาริยะมหาเทพ ประกอบด้วยโครงสร้างที่สำคัญคือ มหามณฑพ (Maha Mandapa) ซึ่งมีเสาหินที่สลักลายตกแต่งอย่างงดงาม และสิงขร (Shikhara) สูง 30 เมตร มีรูปทรงสิงขรขนาดเล็กรายรอบลดหลั่นสูงขึ้นไปตามความสูงถึง 84 ยอด เป็นสัญลักษณ์แทนเขาไกรลาศ ที่ประทับของพระศิวะ เทพสูงสุดของศาสนาฮินดู ด้านในสุดภายในวัดมีห้องที่สำคัญที่สุดเรียกว่า “ครรภคฤหะ”  ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานของศิวลึงค์ และมีลวดลายสลักรอบกรอบประตูหินอย่างงดงามมาก โครงสร้างขนาดใหญ่ที่เป็นที่นิยมและสวยงามที่สุด แสดงถึงความสงบงดงามของงานประติมากรรม เป็นวัดที่นิยมมากสำหรับภาพแกะสลักที่แสดงอารมณ์เร้าร้อน ส่วนใหญ่ของภาพทั้งหมดคือเทพเจ้าในศาสนาฮินดู, เทพธิดา, นางไม้ ความเว้าโค้งที่สวยงามเกินคำบรรยาย

จากนัhนชม วัดลักษมันวิศวนาถ มหาเทวาลัยที่สร้างถวาย พระวิษณุ สร้างจากหินทรายสลักเสลารูปประติมากรรมเทพเจ้า นางอัปสร วิถีชีวิตของชาวเมืองในยุคนั้นตั้งแต่สาวน้อยแต่งหน้าเขียนจดหมายถึงคนรักพ่อแม่ลูกและรูปกามสูตรอันลือเลื่องที่ถูกถ่ายถอดออกมาเป็นประติมากรรมได้อย่างสวยงาม 

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

บ่าย     นำท่านเที่ยวกลุ่มวัดทางทิศตะวันออกค่อนข้างแตกต่างจากวัดอื่นเพราะว่าถูกควบคุมโดยวัดเชนปาสวานาถ วัดเชนที่ใหญ่ที่สุดในเมืองขชุราโหตั้งอยู่ในกลุ่มวัดทางทิศตะวันออก ได้แก่  วัดอาดินาธา วัดชานไต และวัดพรหม ที่สร้างอุทิศให้กับพระวิษณุด้วยหินแกรนิต 

จากนั่นเดินทางต่อสู่กลุ่มวัดภาคใต้ กลุ่มภาคใต้เป็นที่รู้จักกันในวัดเดียวที่ไม่มีประติมากรรมเร้าอารมณ์และวัดที่ถวายเกียรติแด่พระศิวะประกอบด้วยสามวัดที่แยกกันอย่างกว้างขวาง วัดดูลาเดล วัด บีจามานดาล และวัดชาตาพฤกษ์ อิสระให้ท่านช้อปปิ้งภายในตลาดท้องถิ่น

ค่ำ ได้เวลาเดินทางกลับสู่โรงแรมและรับประทานอาหารค่ำภายในโรงแรม 

6.วันที่หก เมืองขชุราโห – เดลลี - โภปาล

เช้า รับประทานอาหารเช้าภายในโรงแรมพร้อมเช็คเอ้าท์

นำท่านเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์โบราณคดีแห่งเมืองขชุราโห ปัจจุบันพิพิธภัณฑ์โบราณคดีเป็นที่เก็บรักษาโบราณวัตถุ ประตูทางเข้าและระเบียงของพิพิธภัณฑ์จัดแสดงประติมากรรมต่างๆ เช่น สิงโตนั่งสองตัวที่อยู่สองข้างบันได ประตูที่แกะสลักอย่างประณีต รูปปั้นพระแม่คงคาและพระแม่ยมุนา พระพิฆเนศในท่ารำ (นฤตยคเณศ) เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีห้องจัดแสดงที่น่าสนใจอีกห้องหนึ่งคือ ห้องจัดแสดงศาสนาเชน ซึ่งจัดแสดงประติมากรรมของศาสนาเชน

11.00 รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

12.00 นำท่านออกเดินทางสู่สนามบินขชุราโห เพื่อบินต่อเข้าเมืองเดลลี

14.35 เครื่องบินออกโดยสายการบินอินดิโก้ 6E 

16.00 ถึงเมืองเดลลี  อิสระรับประทานอาหารเย็นภายในสนามบิน

20.10 เครื่องบินออกโดยสายการบินอินดิโก้ 6E เข้าสู่เมืองโภปาล

21.30 ถึงสนามบินโภปาล

นำท่านเข้าที่พัก  ........... ⭐⭐⭐⭐⭐ โรงแรมระดับ 5 ดาว หรือเทียบเท่า 

7.วันที่เจ็ด  โภปาล -  สาญจี - อุทัยคีรี - โภปาล

เช้า รับประทานอาหารเช้าภายในโรงแรมฯ 

นำท่านเดินทางสู่เมืองสาญจี ในรัฐมัธยประเทศ และเป็นที่ตั้งของ สถูปสาญจี  หรือ กลุ่มพุทธสถานแห่งสาญจี ซึ่งเป็นมรดกโลกที่มีชื่อเสียง เป็นอนุสรณ์สถานทางพุทธศาสนาที่สร้างโดยพระเจ้าอโศกมหาราช เพื่อเก็บรักษาพระบรมสารีริกธาตุ และเป็นศูนย์กลางการเผยแผ่พระพุทธศาสนาที่สำคัญ ตั้งอยู่บนเนินเขาในเขตรายเสน เป็นสถานที่มรดกโลกที่ได้รับการขึ้นทะเบียนโดยองค์การยูเนสโก มีสถาปัตยกรรมพุทธศิลป์ที่งดงาม โดยเฉพาะซุ้มประตูโตรณะที่แกะสลักเรื่องราวเกี่ยวกับพุทธศาสนา

ชมสถูปสาญจี และสถานที่โดยรอบเกี่ยวข้องทางพระพุทธศาสนา

ถ้ำอุทยาคีรี เป็นกลุ่มโบราณสถานประกอบด้วยศาสนสถานแกะสลักจากหิน 20 แห่ง ตั้งอยู่ห่างจากแหล่งโบราณสถานทางพุทธศาสนาแห่งสาญจี รัฐมัธยประเทศ ไปทางตะวันออกเฉียงเหนือเพียง 13-15 กิโลเมตร มีอายุย้อนไปถึงศตวรรษที่ 4-5 (สมัยราชวงศ์คุปตะ) และเป็นที่เก็บรักษาประติมากรรมและจารึกฮินดูและเชนที่เก่าแก่ที่สุดบางส่วนที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในอินเดีย

บ่าย รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

ได้เวลาเดินทางกลับสู่เมืองโภปาล

ค่ำ   รับประทานอาหารค่ำภายในโรงแรมฯ

นำท่านเข้าที่พัก  ........... ⭐⭐⭐⭐⭐ โรงแรมระดับ 5 ดาว หรือเทียบเท่า 

8.วันที่แปด โภปาล – เดลลี

09.00 รับประทานอาหารเช้าภายในโรงแรมพร้อมเช็คเอ้าท์

นำท่านนั่งเรือชมทะเลสาปของเมืองโภปาล และเดินเที่ยวชมภายในเมืองโภปาล

11.00 ประทานอาหาร ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

12.00 ออกเดินทางสู่สนามบินโภปาล เพื่อบินกลับสู่เมืองเดลลี

13.45 เครื่องบินออกเดิน โดยสายการบินอินดิโก้ 6E

15.10 ถึงสนามบินเดลลี

เย็น  รับประทานอาหารเย็น

21.00  นำท่านเดินทางสู่สนามบินเดลลี เพื่อบินกลับกรุงเทพฯ

9.วันที่เก้า กรุงเทพฯ (สนามบินสุวรรณภูมิ)

00.20 เครื่องบินออกเดินทางจากสนามบินเดลลี โดยสายการบินไทย TG316

06.05 ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ

สนใจโปรแกรมนี้?

ให้ทีม Planet Worldwide ช่วยตรวจสอบวันเดินทาง ที่นั่งว่าง และรายละเอียดล่าสุดก่อนตัดสินใจ

รหัสทัวร์ 886

จองทางไลน์