AMAZING INDIA ทัวร์ทัชมาฮาล อัครา ชัยปุระ ทัวร์อชันตา ถ้ำมรดกโลก มุมไบ
รหัสทัวร์ 1612
ไฮไลท์ทัวร์
กำหนดวันเดินทาง
| ช่วงวันเดินทาง | ราคาต่อท่าน | พักเดี่ยวเพิ่ม |
|---|---|---|
| 20 ก.ย. 69 - 28 ก.ย. 69 | 80,900.- | 25,000.- |
| 11 ต.ค. 69 - 19 ต.ค. 69 | 87,900.- | 28,000.- |
| 18 ต.ค. 69 - 26 ต.ค. 69 | 90,900.- | 28,000.- |
| 25 ต.ค. 69 - 2 พ.ย. 69 | 90,900.- | 28,000.- |
| 8 พ.ย. 69 - 16 พ.ย. 69 | 90,900.- | 28,000.- |
| 22 พ.ย. 69 - 30 พ.ย. 69 | 90,900.- | 28,000.- |
| 2 ธ.ค. 69 - 10 ธ.ค. 69 | 90,900.- | 28,000.- |
| 25 ธ.ค. 69 - 2 ม.ค. 70 | 93,900.- | 30,000.- |
| 30 ธ.ค. 69 - 7 ม.ค. 70 | 93,900.- | 30,000.- |
กำหนดการเดินทาง
** เรียนแจ้งสำหรับรายการทัวร์เดินทางโดยสายการบินไทย ช่วงไฮซีซั่น เดือน ตุลาคม / ปีใหม่ / สงกรานต์ / วันหยุดไทย
บริษัทฯ จะต้องออกตั๋วเร็วที่สุด และจำเป็นต้องปิดกรุ๊ป ก่อนการเดินทาง 40 วัน เนื่องสายสายการบินกำหนด ต้องออกตั๋วหมู่คณะก่อนการเดินทาง 30 วัน **
05.00 คณะพร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตูทางเข้าที่ 4 แถว H โดยการบินไทย
07.35 เหิรฟ้า สู่เมืองเดลลี ประเทศอินเดีย (India) โดยเที่ยวบินที่ TG323 (4.30 ชม.)
10.35 ถึงท่าอากาศยานนานาชาติอินทิราคานธีร์ เมืองเดลลี (New Delhi) ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและตรวจรับสัมภาระเรียบร้อยแล้ว **เวลาที่อินเดียช้ากว่าประเทศไทย 1.30 ชั่วโมง**
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
แวะถ่ายรูป India Gate หรือประตูเมืองอินเดีย เป็นสิ่งก่อสร้างมีลักษณะคล้ายคลึง L Arc de Triomphe ของ ฝรั่งเศส มีความมุ่งหมายให้เป็นอนุสรณ์แก่ทหารที่พลีชีวิตในสงครามครั้งสำคัญๆ ของอินเดีย โดยได้จารึก รายชื่อของทหารที่เสียชีวิตในสนามรบ เช่น ทหารและข้าราชการอินเดียและอังกฤษ จำนวน 13,516 คน ที่ พลีชีวิตในสงครามชายแดนด้านตะวันตกเฉียงเหนือ และรวมทั้งทหารอินเดีย จำนวน 60,000 นาย ที่เสียชีวิตในสงครามโลก ครั้งที่ 1 ส่วนบนยอดของประตูอินเดีย สร้างเป็นอนุสรณ์แก่ทหารนิรนาม วัสดุในการก่อสร้างเป็นหินทรายแดง เป็นแท่งทึบ มีความสูงจากระดับพื้นถนน 42.3 เมตร ส่วนโค้งของซุ้มประตู กว้าง 9.1 เมตร สูง 22.8 เมตร ตรงกลางระหว่างประตูมีกระถางหินทรายแดงขนาดใหญ่ จุดไฟลุกโชนไม่เคยดับมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2475
นำท่านเดินทางสู่ วัดอักชารดาห์ม หรือ วัดสวามีนรายัน อักชารดาห์ม ณ สถานที่แห่งนี้เป็น ตัวอย่างของวัฒนะธรรมอินเดียกว่า 10,00 ปี และ ยังเป็นเสมือนเป็นหัวใจสำคัญของงาน สถาปัตยกรรมอินเดีย โบราณอย่างแท้จริง ที่แสดงถึงวัฒนธรรมความรุ่งเรืองด้านศิลปะ ตลอดจนแสดง ถึงจิตวิญญาณของอินเดียและยังเป็นสัญลักษณ์ของความสุข ความเจริญ และการปรองดองของมนุษยชาติ
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำภายในโรงแรมฯ
นำท่านเข้าที่พักเมืองเดลลี...........⭐⭐️⭐️⭐️⭐️
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม พร้อมเช็คเอ้าท์
นำท่านเดินทางสู่ เมืองอัครา
เมืองเก่าแก่เมืองหนึ่งของประเทศอินเดีย เคยเป็นศูนย์กลางการปกครองของอินเดียสมัยราชวงศ์โมกุล สลับกันกับเมืองเดลี และเป็นสถานที่ตั้งของ ทัชมาฮาล (ระยะทาง 252 กม.ประมาณ4-5ชั่วโมง)เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
จากนั้นนำท่านชม พระราชวังอัคราฟอร์ด ซึ่งเป็นพระราชวังที่สวยงามมีบริเวณกว้างใหญ่ ใช้เวลาในการก่อสร้างถึง 3 รัชสมัย พระเจ้าชาห์จาฮาล กษัตริย์องค์ที่ 5 ของราชวงศ์โมกุล เป็นผู้สร้างต่อจนเสร็จ ภายในอัคราฟอร์ด มีห้องสวยงามที่สร้างด้วยหินอ่อน แกะสลักฝังโดยรอบ โดยเฉพาะห้องมุขแปดเหลี่ยม ซึ่งเป็นห้องที่มีความสำคัญที่สุดภายในพระราชวังแห่งนี้และภายในห้องนี้ท่านจะพบกับสถานที่ ที่กษัตริย์ชาร์จาฮาล ถูกลูกชายจับมาขังไว้จนสิ้นพระชนม์ ตำนานเล่าว่า ชาร์จะฮานดำริที่จะสร้างสุสานของพระองค์ขึ้นอีกแห่งให้เหมือนทัชมาฮาลแต่ให้ใช้หินอ่อนสีดำสร้าง แต่ทว่า พระประสงค์นี้ก็เป็นได้แค่ความฝัน ก่อนถูก ออรังเซบ ชิงบัลลังก์ และกักขังพระองค์ไว้ในป้อมอัครา และพระศพของพระองค์ถูกนำมาวางเคียงพระศพของพระมเหสีผู้เป็นที่รักในทัชมาฮาล
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำภายในโรงแรมฯ
นำท่านเข้าที่พักเมืองอัครา...........⭐⭐️⭐️⭐️⭐️
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม พร้อมเช็คเอ้าท์
นำท่านชม ทัชมาฮาล 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก อนุสรณ์แห่งความรักอันยิ่งใหญ่บริสุทธิ์ และนำบูชาเกินกว่าที่จะเป็นสิ่งก่อสร้างด้วยมือมนุษย์ ตั้งอยู่บนโค้งคุ้งแม่น้ำยมุนา ตระหง่านอยู่กลางสวน ทัชมาฮาลเป็นสุสานของมเหสีของพระเจ้าชาห์ จาฮาล พระนางมุมตัช มาฮาล ทรงอยู่เคียงข้างพระเจ้าชาห์ จาฮาลทั้งในสนามรบและการบริหารงานแผ่นดินพระนางทรงมีโอรสและธิดาให้พระเจ้าชาห์ จาฮาล13พระองค์ ในปี 1631 พระนางทรงสิ้นพระชนม์ระหว่างมีพระประสูติกาลทายาทองค์ที่14ท่านจะได้ชมเครื่องประดับทับทิม นิล อัญมณี อันมีค่านานาชนิดที่แทรกเสริมไว้ในหินอ่อนสลักฉลุเป็นลวดลายวิจิตร ภายในทัชมาฮาล โดยฝีมือของสถาปนิกชั้นเอกของโลกยากที่จะหาใครเปรียบ
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน
นำท่านเดินทางสู่เมืองชัยปุระ แคว้นราชาสถาน ประมาณ 2 ชม.
เมืองชัยปุระ“เมืองสีชมพู” เป็นเมืองที่มี ความสวยงามและความร่ำรวยทางด้านสถาปัตยกรรม อีกทั้งวัฒนธรรมที่ผสมผสานกลมกลืนรวมกัน จนเป็นเมืองสีชมพูหรือเมืองแห่งชัยชนะมีความงดงามทางด้านวัฒนธรรมของราชาสถาน และมรดกที่ตกทอดกันมา ชัยปุระเป็นเมืองแห่งพระราชวัง เป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ และ วัฒนธรรมมาอย่างยาวนาน เป็นศูนย์กลางของความทันสมัย อีกทั้งยังเป็นเมืองที่ตื่นตัว ด้านค้าขายอีกด้วย การผสมผสานระหว่างความเป็น เอกลักษณ์และความทันสมัยการวางแผนผังเมืองที่ยอดเยี่ยมและความมีสีสันของวิถีคนเมืองที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวมาเที่ยวเมืองแห่งนี้ และยังมีชื่อเสียงที่โด่งดังทางด้านหัตถกรรมและคุณภาพของงานฝีมือก็เป็นที่เลื่องลือกันไปทั่ว
แวะเที่ยวชมสระน้ำขั้นบันไดจันทบาวรี สระน้ำโบราณเก่าแก่ สร้างในช่วง ศตวรรษ ที่ 10 อายุเก่าแก่ราว 1,000 ปี กษัตริย์ในสมัยนั้นสร้างเพื่อกับเก็บน้ำ และเพื่อศาสนา แต่เนื่องจากพิ้นที่เป็นทะเลทราย ทำให้บ่อน้ำแห่งนี้มีความลึกลงไปมาก
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำภายในโรงแรมฯ
นำท่านเข้าที่พักเมืองชัยปุระ .............⭐⭐️⭐️⭐️⭐️
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม พร้อมเช็คเอ้าท์
ผ่านชม พระราชวังแห่งสายลม ซึ่งความจริงแล้วเป็นเพียงส่วนหน้าของตัวอาคารที่มีรูปทรงสะดุดตา มีหน้าต่างมากถึง 935 บานสำหรับให้เหล่านางในนั่งมองทิวทัศน์ของโลกภายนอก โดยที่คนภายนอกไม่สามารถมองเห็นพวกนางได้
นำท่านชม พระราชวังหลวง ซึ่งพระราชวังแห่งนี้เป็นที่ประทับของมหาราชาองค์ปัจจุบัน พิพิธภัณฑ์ ของมหาราชาแห่งชัยปุระในยุคก่อนๆ อาทิ พรม ภาพเขียน และที่โดนเด่นมากที่สุดคือ ฉลองพระองค์ของมหาราชา มโธ สิงห์ที่ 1 ที่มีขนาดใหญ่มากและฉลองพระองค์ปักดิ้นทองของมหาราณีที่หนักเกือบ 10 กิโลกรัม รวมถึงหม้อเงินใบยักษ์ 2 ใบ หนักราว 345 กก. สถาปัตยกรรมของพระราชวังแห่งนี้ผสมผสานกันระหว่างราชวงศ์ชัยปุระกับโมกุล นิยมใช้หินอ่อนแกะสลักลวดลายปราณีตบรรจง อาทิ นกยูง ดอกไม้ ได้อย่างอ่อนช้อย
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
นำท่านชม พระราชวังแอมเบอร์ฟอร์ด ที่สวยงามตระการตาและยิ่งใหญ่อยู่บนยอดเขา รอบด้านมีกำแพงคล้ายเมืองจีน พระราชวังแอมเบอร์ฟอร์ด เป็นเมืองหลวงโบราณของรัฐชัยปุระ สร้างขึ้นโดย มหาราชา มัน สิงห์ เมื่อ พ.ศ. 2135 แต่สร้างเสร็จสมบูรณ์ในสมัย มหาราชา ชัย สิงห์ ก่อนจะย้ายเมืองหลวงลงมาอยู่บนพื้นราบที่ชัยปุระในปี พ.ศ.2270 ป้อมแห่งนี้ สร้างขึ้นเพื่อระวังภัยจากศัตรู เรียกได้ว่าเป็นข้อได้เปรียบทางยุทธศาสตร์เป็นอย่างมากและยังใช้เป็นที่ประทับ เนื่องจากภายในมีพระราชวังขนาดใหญ่ตั้งอยู่จากพระราชวังแอมเบอร์ฟอร์ดสามารถมองเห็นชลมาฮาล หรือพระราชวังน้ำ ซึ่งตั้งเด่นสง่าอยู่กลางน้ำอย่างสวยงาม
.........ออกเดินทางสู่สนามบินชัยปุระ..เพื่อบินสู่เมืองมุมไบ
19.35 นำท่านเดินทางสู่สนามบินมุมไบเพื่อบินสู่เมืองมุมไบ โดยเที่ยวบินแอร์อินเดีย AI.... (รับประทานอาหารบนเครื่่องบิน-กระเป๋าโหลดได้1ชิ้นไม่เกิน23กิโลกรัม-เก้าอี้ไม่สามารถระบุได้)
21.50 เครื่องบินถึงสนามบินมุมไบ นำท่านรับกระเป๋าและเข้าโรงแรมที่พัก
นำท่านเข้าที่พักในเมืองมุมไบ .............⭐⭐️⭐️⭐️⭐️
07.00 รับประทานอาหารเช้าภายในโรงแรมฯ พร้อมเช็คเอ้าท์
ออกเดินทางสู่ เกาะเอเลเฟ่นต้า เพื่อนั่งเรือประมาณ45นาที เพื่อชมเทวาลัยถ้ำอันอลังการ ถ้ำเอเล่เฟ่นต้า Elephanta Caves (มรดกโลก) เทวาลัยเหล่านี้ขุดเจาะในศตวรรษที่7 และ 8 งานประติมากรรมชิ้นเอกเป็นเทวรูปพระศิวะครึ่งองค์ สูง 5 เมตร มีสามเศียร แสดงปางผู้สร้าง ผู้รักษา และผู้ทำลาย
บ่าย รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น(บ่าย 2-3)
นำท่านเดินทางกลับสู่ เมืองมุมไบ โดยเรือประมาณ 45 นาที
นำท่านเที่ยวชม เมืองมุมไบ หรือที่เคยรู้จักกันในชื่อ “บอมเบย์ เมืองท่าเก่าแก่ของอินเดียตอนใต้ และเป็นเมืองเอกของ รัฐมหาราษฏร์ ( Maharashtra ) รัฐที่ร่ำรวยด้วยแหล่งโบราณสถานวัดถ้ำมรดกโลกอันวิจิตรตระการตา มุมไบยังเป็นศูนย์รวม ของศรัทธาความเชื่อและวัฒนธรรมหลากหลายมีฐานะเป็นฮอลีวู้ด (บอลลีวู้ด) ของอินเดียมานาน มีทะเลอาระเบียนโอบล้อมอยู่สามด้าน เป็นศูนย์กลางด้านการค้าพาณิชย์ของอินเดีย จึงดึงดูดให้คนมากมายมาที่เมืองแห่งนี้
นำท่านถ่ายรูปกับ ประตูชัย Gateway of India สัญลักษณ์ของ เมืองมุมไบ เป็นสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับประเทศอังกฤษโดยตรง สถานที่นี้สร้างเพื่อใช้ต้อนรับKing George ที่ 5 และ Queen Marry คราวเสด็จไปอินเดียเมื่อครั้งพระองค์ยังทรงตำแหน่งมกุฎราชกุมาร ( Crown Prince) เมื่อปี ค.ศ. 1911 นำท่านถ่ายรูปด้านนอกสถานีรถไฟ Victoria Terminus (UNESCO World Heritage Site )ออกแบบโดยสถาปนิกชาวอังกฤษ Frederick William Stevens สร้างเสร็จในปีค.ศ.1888 เป็นสถาปัตยกรรมแบบโกธิค ปัจจุบัน ใช้ชื่อว่า Chhatrapati Shivaji Terminus กรณีมีเวลาให้ท่านอิสระช้อปปิ้งภายในห้าง
.......... นำท่านเดินทางสู่สนามบินมุมไบเพื่อบินสู่เมืองออรังกาบัด (รับประทานอาหารบนเครื่่องบิน)
20.15 เครื่องบินออกเดินทางสู่เมืองออรังกาบัด โดยสายการบิน Indigo (กระเป๋าโหลด 20 กิโลกรัมต่อท่าน มีเสริฟอาหาร ระบุเก้าอี้ธรรมดา) เที่ยวบิน.....
21.55 ถึงสนามบินออรังกาบัตรัฐมหาราษฏระประเทศอินเดีย จากนั้นนำท่านรับกระเป๋า
จากนั้นเดินทางสู่ที่พักโรงแรมฯ.........ระดับ 5 ดาว หรือเทียบเท่า
07.00 รับอาหารเช้า ภายในโรงแรมฯ
นำท่านเดินทางสู่ ถ้ำเอลโลร่า Ellora ( UNESCO World Heritage ) สร้างในปีค.ศ.600-1000 หรือ พ.ศ.1100 –ประมาณ พ.ศ.1400 หมู่ถ้ำนี้เป็นวัด และศาสนาสถานเจาะเข้าไปในภูเขา เช่นเดียวกับอชันต้า แต่สร้างขึ้นในสมัยหลัง หมู่ถ้ำนี้มีถึง 3 ศาสนา คือ พุทธ ฮินดู และเชน มีทั้งหมด 34 ถ้ำ และเป็นถ้ำพุทธอยู่ชุดแรก เริ่มจากทิศใต้ ถ้ำ 1 ถึง12 ถ้ำ13 ถึง 29 เป็นถ้ำของศาสนาฮินดู รวม17 ถ้ำ และถ้ำ 30-34 อีก 5 ถ้ำ เป็นถ้ำของศาสนาเชน หรือศาสนามหาวีระในบรรดาหมู่ถ้ำทั้งหมด เทวาลัยถ้ำเขาไกรลาส (Kailasanatha Temple )นับเป็นเพชรน้ำเอก (ถ้ำ 16 ) การแกะสลักจะทำจากด้านบนสุด แล้ว ค่อยๆไล่ลงมา นับเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลก
ชมภาพแกะสลักอย่างวิจิตรงดงามของเหล่าทวยเทพทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นรูปองค์พระศิวะ พระพรหม พระนารายณ์ พระพิฆเนศ ช้างเอราวัณตลอดทั้งเหล่านางเทพ อัปสร และอีกมากมาย
15.00 รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร(รับประทานอาหารช้าเพราะว่าต้องเดินในถ้ำ)
16.00 ได้เวลาอันสมควร นำท่านสู่เดินทางกลับสู่เมือง ออรังกาบัด
แวะชม บีบี กา มักบารา (Bi Bi Ka Maqbara) สร้างเพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งความรัก สร้างโดยพระโอรสของออรังเซบ ทรงสร้างเพื่อรำลึกถึงพระมารดา (พระนาง บีกัมราเบีย อุเด ดาราณี)สถาปัตยกรรมลักษณะคล้ายทัชมาฮาล
นำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรมเดิม.........ระดับ 5ดาวหรือเทียบเท่า
รับประทานอาหารค่ำภายในโรงแรมฯ
06.00 รับประทานอาหารเช้าภายในโรงแรมฯ และเช็คเอ้าท์
07.00 ออกเดินทางเพื่อชม ถ้ำอชันต้า ระยะทาง 105 กิโลเมตร ทางตะวันออกเฉียงเหนือ นั่งรถประมาณ 2 – 3 ชั่วโมง ( มรดกโลก ) หมู่ถ้ำอชันต้า ซึ่งที่จริงก็คือวัดในพุทธศาสนา ที่เจาะและแกะสลักเข้าไปในภูเขาอยู่เรียงกันเป็นหมู่รวม 30 ถ้ำ เป็นถ้ำยุคแรก เก่าแก่มาก มีกำเนิดเริ่มแต่ก่อนคริสต์ศักราช ประมาณ 200 หรือ 150 ปี คือราวพ.ศ. 350 หรือ 400 และคาดว่าสร้างมาถึงปี พ.ศ. 1200 และถูกทอดทิ้งกลายเป็นป่ารกชัฏประมาณ 700- 800ปี จนมาถูกค้นพบอีกครั้งโดยบังเอิญในปี พ.ศ.2362 (ค.ศ.1819 ) โดยทหารอังกฤษที่มาล่าสัตว์ ซึ่งเท่ากับ ได้ค้นพบสิ่งมหัศจรรย์ของโลก หมู่ถ้ำอชันต้าเป็นถ้ำพุทธศาสนาล้วนๆ แบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกเป็นสาย หีนยาน หรือ เถรวาท พุทธศาสนาที่ไปสู่เมืองไทย มีอยู่ 6 ถ้ำคือ ถ้ำที่ 8,9,10,12,13 และ 15 ซึ่งเป็นหมู่ถ้ำที่เก่าแก่ที่สุด ประมาณ พ.ศ.400-600 ส่วนที่เหลือจากนั้น อีก 24 ถ้ำเป็นสาย มหายาน หลายถ้ำก็เป็นแบบผสมคือเป็นของหีนยานแต่เดิม แล้วฝ่ายมหายานมาเติมแต่งทีหลัง ความแตกต่างที่เห็นได้ชัดระหว่าง ถ้ำเถรวาท กับ ถ้ำมหายาน ก็คือ ในพุทธศาสนาเถรวาทยุคแรกนั้นไม่มีพระพุทธรูป มีแต่พระสถูป ต่อมาตอนหลังๆ ก็มีพระพุทธรูปชัดเจนขึ้น
ชมความมหัศจรรย์ อลังการ สร้างจากศรัทธาของ ชาวอินเดียภายในถ้ำสลักเสลาเป็นเสาประดับลวดลายอันงดงาม พระพุทธรูป และเจดีย์ศิลาที่สกัด และตบแต่งขึ้น จากหินชิ้นเดียวกับพื้น และผนังถ้ำภาพจิตรกรรมฝาผนังอายุกว่า 1,200 ปี มีความงดงามสมบูรณ์ด้วย เทคนิคการเขียนภาพสามมิติอันน่าอัศจรรย์ พระพุทธรูปศิลา ที่แสดงอารมณ์พระพักตร์ต่างกันเมื่อแสงตกสะท้อนจากต่างมุม
15.00 รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น (รับประทานอาหารช้า)
16.00 ได้เวลาอันสมควร นำท่านสู่เดินทางกลับสู่เมืองออรังกาบัด
เย็น .....รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
20.30 ถึงสนามบินเมืองออรังกาบัด นำท่านเช็คอินท์เพื่อบินกลับสู่เมืองมุมไบ
21.55 เครื่องบินออกเดินทางสู่เมืองมุมไบ โดยสายการบิน Indigo (น้ำหนัก 20กิโลกรัมต่อท่าน มีเสริฟอาหาร สามารถระบุเก้าอี้ธรรมดา)เที่ยวบิน.....
10.00 รับประทานอาหารเช้าภายในโรงแรมฯ และเช็คเอ้าท์
นำท่านเที่ยวชม เมืองมุมไบ หรือที่เคยรู้จักกันในชื่อ “บอมเบย์ เมืองท่าเก่าแก่ของอินเดียตอนใต้ และเป็นเมืองเอกของ รัฐมหาราษฏร์ ( Maharashtra ) รัฐที่ร่ำรวยด้วยแหล่งโบราณสถานวัดถ้ำมรดกโลกอันวิจิตรตระการตา มุมไบยังเป็นศูนย์รวม ของศรัทธาความเชื่อและวัฒนธรรมหลากหลายมีฐานะเป็นฮอลีวู้ด (บอลลีวู้ด) ของอินเดียมานาน มีทะเลอาระเบียนโอบล้อมอยู่สามด้าน เป็นศูนย์กลางด้านการค้าพาณิชย์ของอินเดีย จึงดึงดูดให้คนมากมายมาที่เมืองแห่งนี้
นำท่านถ่ายรูปกับ ประตูชัย Gateway of India สัญลักษณ์ของ เมืองมุมไบ เป็นสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับประเทศอังกฤษโดยตรง สถานที่นี้สร้างเพื่อใช้ต้อนรับKing George ที่ 5 และ Queen Marry คราวเสด็จไปอินเดียเมื่อครั้งพระองค์ยังทรงตำแหน่งมกุฎราชกุมาร ( Crown Prince) เมื่อปี ค.ศ. 1911 นำท่านถ่ายรูปด้านนอกสถานีรถไฟ Victoria Terminus (UNESCO World Heritage Site )ออกแบบโดยสถาปนิกชาวอังกฤษ Frederick William Stevens สร้างเสร็จในปีค.ศ.1888 เป็นสถาปัตยกรรมแบบโกธิค ปัจจุบัน ใช้ชื่อว่า Chhatrapati Shivaji Terminus กรณีมีเวลาให้ท่านอิสระช้อปปิ้งภายในห้าง
บ่าย รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
กรณีมีเวลาให้ท่านอิสระช้อปปิ้งภายในห้างในเมืองมุมไบ
เย็น รับประทานอาหาร ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
20.00 นำท่านเดินทางสู่สนามบินเพื่อบินกลับสู่กรุงเทพฯ
23.20 เครื่องบินออกจากสนามบินมุมไบ โดยเที่ยวบิน TG318
05.25 ถึงสนามบินสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ
หมายเหตุ
บินภายในมีสายการบินเดียว และอาจมีการเปลี่ยนแปลงเวลา ไม่สามารถจัดเก้าอี้ได้ ,รีเควสอาหารได้
ข้อมูลวันเดินทางและราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลง กรุณาตรวจสอบกับบริษัทอีกครั้งก่อนจอง