ท่องเที่ยวซีอาน เมืองหลวงมณฑลส่านซี ประเทศจีน

เดินทางย้อนเวลาสู่ราชธานียุคแรกแห่งแดนมังกร ค้นหาเรื่องราวในสุสานราชวงศ์ ย่างก้าวผ่านรอยอดีตบนกำแพงเมือง และนมัสการพระพุทธรูปที่วัดอายุพันปี
ซีอาน นครโบราณแห่งภาคตะวันตกเฉียงเหนือของแดนมังกรคือราชธานี13ราชวงศ์ นับรวมอายุได้กว่า 3,100 ปี กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ มีจุดกำเนิดหลังการก่อร่างสร้างอาณาจักรจีนประมาณหนึ่งพันปี ตัวเมืองในปัจจุบัน มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องในช่วง 300 ปีที่ผ่านมา มีพื้นที่ 129 ตารางกิโลเมตร ใหญ่กว่า ฉางอาน ในสมัยราชวงศ์ถังถึงร้อยละ 50 มีจำนวนประชากรประมาณ 1 ล้าน 5 แสนคน ด้วยความที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมานับพันปี ซีอานจึงมีรอยประวัติศาสตร์จารึกไว้มากมายทั้งในตัวเมืองและบริเวณโดยรอบที่เคยเป็นเขตเมืองหลวงเก่า อย่าง สุสานกองทัพทหารดินเผา หรือสุสานจิ๋นซี อันลือลั่น กำแพงเมืองที่มีระบบการป้องกันภัยอันชาญฉลาด หรือสิ่งสร้างซึ่งแสดงถึงยุครุ่งเรืองแห่งพุทธศาสนา อย่าง เจดีย์ห่านป่าใหญ่ สถานที่เก็บพระไตรปิฎกที่พระถังซำจั๋งอัญเชิญมาจากเมืองจีน ขณะที่ความเจริญภายในตัวเมือง ได้เพิ่มเติมความสะดวกสบาย ทั้งการเดินทางด้วยรถไฟฟ้า ศูนย์การค้าขนาดใหญ่ที่มีของทุกอย่างตั้งแต่เสื้อผ้าแบรนด์เนมจนถึงสินค้าไอที หรืออยากซึมซับความเป็นท้องถิ่นต้องไปที่ถนนมุสลิม ซึ่งมีทั้งของที่ระลึกและของอร่อยแปลกลิ้น ทั้งเกี๊ยวไส้แกะ ก๋วยเตี๋ยวผัด และสัมผัสความโรแมนติกแห่งรักอันวาบหวามของเสวียนจงฮ่องเต้กับนางสนมหยางกุ้ยเฟย สาวงามแห่งประวัติศาสตร์จีน ที่อุทยานน้ำพุร้อนหัวชิงฉือ
สถานที่ท่องเที่ยวแนะนำ
หอนาฬิกากลางเมือง
ถูกสร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์หมิง บรรดาเมืองหลวงในประวัติศาสตร์หลายๆ แห่งต่างมีหอนาฬิกา แต่ไม่มีที่ไหนจะมีชื่อเสียงอย่างของซีอาน สิ่งก่อสร้างสำคัญอีกแห่งหนึ่งทางด้านใต้ของหอนาฬิกาที่ถนนชื่อ ซานเซวี๋ย เป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์ของมณฑลส่านซี ภายในมีแท่งศิลาจารึกที่มีชื่อเสียงซึ่งถูกทำขึ้นในสมัยราชวงศ์ซ่ง (ซ้อง) จำนวนมากกว่า 1 พันแท่ง ด้านใต้ของซีอานยังมีสถูปห่านป่าใหญ่ กับสถูปห่านป่าเล็กเป็นสิ่งก่อสร้างในสมัยราชวงศ์ถัง
สุสานจิ๋นซีฮ่องเต้ (Museum of Qin Terra Cotta Warriors and Horses)
ไม่กี่ปีที่ผ่านมา ได้ปรากฏสิ่งมหัศจรรย์ที่ตะลึงคนทั่วโลก คือการค้นพบกองทัพหุ่นทหารและม้าประจำสุสานของจอมจักรพรรดิแห่งราชวงศ์ฉิน (จิ๋นซีฮ่องเต้) เป็นสิ่งมหัศจรรย์หนึ่งของโลก เช่นเดียวกับกำแพงเมืองจีน สุสานของจอมจักรพรรดิตั้งอยู่ที่อำเภอหลินถง ทางตะวันออกของซีอาน กล่าวกันว่าเมื่อจอมจักรพรรดิขึ้นครองราชย์ ก็ได้เริ่มสร้างสุสานทันที มีประชาชนร่วมก่อสร้างมากกว่า 7 แสนคน
ใครจะไปนึกละว่าใต้พื้นดินลงไปไม่กี่สิบเมตร จะมีมหาสุสานของจักรพรรดิ์ราชวงศ์ฉินผู้ยิ่งใหญ่ซ่อนอยู่ การเปิดอีกหน้าหนึ่งของประวัติศาสตร์จีนนี้เริ่มต้นจากมีชาวนาบังเอิญพบกองทัพทหารดินเผาอยู่ใต้ดิน ขณะขุดดินเพื่อทำบ่อน้ำ สุสานที่เต็มไปด้วยหุ่นดินเผาของทหารและม้านับหมื่นคือส่วนหนึ่งของสุสาน “จิ๋นซีฮ่องเต้” ที่มีพระบัญชาให้สร้างมหาสุสานเพื่อเป็นที่พักผ่อนชั่วนิรันดร โดยใช้ช่างฝีมือและคนงานกว่าเจ็ดแสนคนปั้นหุ่นทหารจากแบบที่เป็นคนจริง เมื่อปั้นเสร็จคนที่เป็นแบบจะถูกสังหารให้วิญญาณมาสถิตในหุ่นเพื่อพิทักษ์สุสาน ทุกวันนี้ก็ยังไม่มีใครพบที่ฝังพระศพของจิ๋นซีฮ่องเต้ และที่นี่ก็กลายมาเป็นมรดกโลกที่ไม่ควรพลาดชม ปัจจุบันพื้นที่นี้ปรับเป็นพิพิธภัณฑ์ แบ่งเป็นหลุมขุดค้น 3 อาคาร ประกอบไปด้วยกองทัพทหารติดอาวุธครบมือ พร้อมขบวนรถม้าสำริด ภายใต้เพดานสุสานที่ยังหลงเหลือหลักฐานว่าประดับด้วยเพชรพลอย พาให้จินตนาการถึงกองทัพที่พร้อมด้วยไพร่พล และรถม้าศึกตกแต่งงดงามกำลังเคลื่อนขบวนใต้ท้องฟ้าดารดาษด้วยดวงดาว
City Wall
อิฐก้อนแรกของกำแพงเมืองอันแข็งแกร่งแห่งนครซีอานถูกเรียงบนผืนดินในราชวงศ์ฮั่น จนได้ชื่อว่าเป็นนครแห่งแรกของอาณาจักรจีนที่มีกำแพงเมือง ผ่านไปหลายศตวรรษการต่อเติมสืบกันมาทำให้กำแพงเมือง
ซีอานกลายเป็นกำแพงเมืองเก่าที่สมบูรณ์ที่สุดของจีน และเป็นหนึ่งในปราการป้องกันทางทหารที่ใหญ่ที่สุดในโลก กำแพงเมืองแห่งนี้สูง 12 เมตร ทางเดินกว้าง 12 – 18 เมตร ความยาวโดยรวม 13.7 กิโลเมตร มีป้อมปราการนับได้ทั้งหมด 98 ป้อม ด้วยระยะทางยาวไกล บางคนอาจยินดีที่จะยืดเส้นยืดสายด้วยการเดินเท้าชมกำแพงเมืองไปเรื่อยๆ โดยเฉพาะในวันอากาศเย็นสบาย หรือชวนคนข้างกายขี่จักรยานสองตอน (200 หยวน/1 ชั่วโมง) ไปบนถนนที่ปูด้วยอิฐ ท่ามกลางแสงอาทิตย์อัสดง ก็ดูโรแมนติกและเป็นประสบการณ์ที่น่าประทับใจไม่น้อยทีเดียว
Bell Tower
หอระฆังเป็นดุจดั่งหัวใจของเมืองซีอาน เพราะตั้งอยู่ตรงศูนย์กลางของถนนทั้งสี่ทิศที่กระจายตัวออกไปยังตะวันออก ตะวันตก เหนือ และใต้ รวมทั้งเป็นจุดเชื่อมของประตูเมืองทั้งสี่แห่งราชวงศ์หมิง สร้างในปี ค.ศ. 1384 โดยจูหยวนจางฮ่องเต้ เพื่อให้เป็นศูนย์บังคับบัญชาการปกครองภูมิภาคโดยรอบ และเตรียมพร้อมป้องกันการจู่โจมของข้าศึก ด้วยเสียงกังวานก้องของระฆังจิ่งหยุนที่เคยทำหน้าที่สม่ำเสมอในราชวงศ์ถัง ก่อนจะแทนที่ด้วยระฆังขนาดเล็กกว่าที่หนักราว 5 ตัน ในราชวงศ์หมิง
อาคารที่เต็มไปด้วยตำนานหลังนี้นับว่าเป็นหอคอยไม้โบราณที่ใหญ่ที่สุด และมีสภาพสมบูรณ์ที่สุดในประเทศจีน ตัวหอคอยสูง 36 เมตร ฐานหอคอยที่ก่อด้วยอิฐแต่ละด้านนั้นมีความยาว 35.5 เมตร และสูง 8.6 เมตร ด้วยขนาดและความสำคัญในประวัติศาสตร์ของสถานที่แห่งนี้ สะท้อนได้เป็นอย่างดีว่าเพราะเหตุใดซีอานจึงได้ชื่อว่าเป็นเมืองทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีนในยุคราชวงศ์หมิงที่มีความสำคัญด้านการทหาร
Drum Tower
หอกลองอยู่ห่างจากหอระฆังไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ตรงข้ามกับจัตุรัสหอระฆังและจัตุรัสหอกลอง หอคอยทั้งสองได้ชื่อว่าเป็น “ตึกสองพี่น้อง” หรือ “ระฆังรุ่งอรุณและกลองรัตติกาล” เนื่องจากประเทศจีนในอดีต โดยเฉพาะราชวงศ์หยวนนั้น จะมีการตีกลองเพื่อบอกเวลาและเตือนภัยยามมีสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยการให้สัญญาณบอกเวลานั้น ยามเช้าใช้เสียงระฆัง และยามค่ำใช้เสียงกลอง
หอกลองเมืองซีอานสร้างในปี ค.ศ. 1380 ซึ่งเป็นยุคการปกครองของฮองวูฮ่องเต้แห่งราชวงศ์หมิง ผ่านการบูรณะสองครั้งสองคราในราชวงศ์ชิง อาคารสองชั้นที่รับน้ำหนักด้วยผนังหลังนี้สูง 34 เมตร มีความยาวจากตะวันออกจรดตะวันตก 52.6 เมตร และความกว้างจากเหนือจรดใต้ 38 เมตร สถาปัตยกรรมของหอกลองเป็นการผสมผสานระหว่างรูปแบบศิลปะราชวงศ์ถังและราชวงศ์ชิง รวมทั้งมีรายละเอียดของนวัตกรรมบางอย่างแต้มเติมอยู่ด้วย อย่างเช่น มีการอ้างว่าในหอกลองไม่มีการใช้ตะปูเหล็กสักตัวเดียว จุดเด่นของที่นี่คือกลองทั้ง 24 ใบบริเวณลานด้านทิศเหนือและทิศใต้ของลานระเบียงชั้นสอง กลองเหล่านี้ตั้งไว้เพื่อเป็นการบอกเวลาด้วยแสงอาทิตย์ในระยะ 24 โมงยาม ซึ่งเป็นปฏิทินแสดงสภาพอากาศแบบหนึ่งของจีนโบราณที่คิดค้นขึ้นมาเพื่อใช้ในการเกษตร จากลานกว้างนี้มองลงไปเห็นทัศนียภาพใจกลางเมืองของถนนรอบด้าน ชมบรรยากาศของถนนมุสลิมและสวนสวย

 

 

 

 

บทความท่องเที่ยว ข่าวประชาสัมพันธ์ท่องเที่ยว

TOP