กำหนดการเดินทาง :/16-23,23-30ต.ค./20-27พ.ย./4-11ธ.ค./
25 ธ.ค.-1 ม.ค./26ธ.ค.-2ม.ค./29ธ.ค.-5ม.ค./30 ธ.ค.-6ม.ค./31ธ.ค.-7ม.ค.
วันแรก กรุงเทพ – เดลลี
07.30 น. คณะพร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตูทางเข้าที่ 10 แถว W สายการบิน อินเดียนแอร์ไลน์ (IC) โดยเจ้าหน้าที่ของทางบริษัทคอยต้อนรับและอำนวยความสะดวกให้กับทุกท่าน
08.55 น. เหิรฟ้า สู่เมืองเดลลี (New Delhi) ประเทศอินเดีย (India) โดยสายการบินอินเดียนแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ IC 854 (ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง) (บริการอาหารกลางวันบนเครื่อง)
12.10 น. ถึงท่าอากาศยานนานาชาติอินทิราคานธีร์ เมืองเดลลี (New Delhi) ตามเวลาท้องถิ่น จากนั้นนำท่านชม อัชดัม (Swaminrayan Akshrdham) ณ สถานที่แห่งนี้เป็นตัวอย่างของวัฒนธรรมอินเดียกว่า 10,000 ปี และ ยังเป็นเสมือนเป็นหัวใจสำคัญของงานสถาปัตยกรรมอินเดียโบราณอย่างแท้จริง ที่แสดงถึงวัฒนธรรมความรุ่งเรืองด้านศิลปะ ตลอดจนแสดงถึงจิตวิญญาณของอินเดีย และยังเป็นสัญลักษณ์ของความสุข ความเจริญ และการปรองดองของมนุษยชาติ
19.00 น. บริการอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร
พักค้างคืน ณ Premir Park Hotel หรือเทียบเท่า อิสระพักผ่อนตามอัธยาศัย
เวลาที่อินเดียช้ากว่าประเทศไทย 1.30 ชั่วโมง
วันที่สอง เดลลี – ศรีนาคา (แคชเมียร์)
เช้า บริการอาหารเช้า ณ โรงแรม
จากนั้นนำท่านเดินทางไปสนามบินภายในประเทศ เพื่อเดินทางสู่แคชเมียร์ (Kashmir)
11.45 น. เหิรฟ้าสู่ เมืองศรีนาคา (Srinagar) เมืองหลวงของแคว้นจามมู (Jammu) และ แคชเมียร์ (Kashmir) โดยสายการบิน อินเดียนแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ IC 825 (ใช้เวลาบินประมาณ 1 ชั่วโมง) (บริการอาหารกลางวันบเครื่อง)
13.00 น. เดินทางถึงสนามบินศรีนาคา (Srinagar)
จากนั้นนำท่านสู่ โรงแรมลอยน้ำ ชื่นชมทัศนียภาพของเทือกเขาที่ล้อมรอบทะเลสาบ เมืองศรีนาคา (Srinagar) เป็นเมืองแห่งทะเลสาบ เป็นเมืองที่เป็นที่หมายของนักท่องเที่ยวผู้รักธรรมชาติที่มาเยือนจากทั่วโลก มาเป็นศตวรรษ ศรีนาคาตั้งอยู่ ณ ใจกลางของหุบเขาแคชเมียร์ที่ระดับความสูง 1,730 เมตร มีทิวทัศน์สวยงามยิ่งสามารถเยี่ยมชมได้ทั้งปี
จากนั้นนำท่าน ชม สวนดอกไม้ที่สร้างขึ้นสมัยราชวงศ์โมกุลในเมืองศรีนาคา แคชเมียร์เป็นแคว้นที่มีชื่อเสียงในการจัดสวนตามแบบสมัยของราชวงศ์โมกุล เนื่องจากภูมิอากาศเย็นเหมาะสมในการเจริญเติบโตของต้นไม้ดอกไม้ จึงกลายเป็นที่ประทับพักผ่อนของกษัตริย์ราชวงศ์โมกุลในอดีต ชม สวนชาลิมาร์ สวนแห่งความรักสร้างโดยจักรพรรดิ์ชาฮังคี ชมสวนนิชาน เป็นสวนใหญ่ที่สุด มีต้นเมเปิลอายุกว่า 400 ปี ต้นปอปลาร์ ต้นทิวลิป และดอกไม้นานาชนิดตามฤดูกาลได้เวลาสมควร เดินทางกลับที่พัก
เย็น บริการอาหารเย็น ณ โรงแรมเรือ
พักค้างคืน ณ โรงแรมเรือ Deluxe House Boat อิสระพักผ่อนตามอัธยาศัย
วันที่สาม ศรีนาคา - กุลมาร์ค- ศรีนาคา
เช้า บริการอาหารเช้า ณ โรงแรม
จากนั้นออกเดินทางโดยรถจิ๊บสู่ กุลมาร์ค (Gulmarg) (คันละ 4 - 5 ท่าน) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.30-3 ชั่วโมง กุลมาร์ค เป็นภูเขาที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งใน แคชเมียร์ (Kashmir) เดิมเรียกเการิมาร์ค ตั้งโดยสุลต่าน ยูซุปชาร์ ในศตวรรษที่ 16 เนื่องจากที่นี่เป็นทุ่งหญ้าที่เต็มไปด้วยดอกไม้ป่าตามฤดูกาล และในปัจจุบันยังเป็นสถานที่ตั้งของสนามกอล์ฟ 18 หลุมที่สูงที่สุดในโลก (3,000 เมตรจากระดับน้ำทะเล) และมีสถานที่เล่นสกีในฤดูหนาวด้วย ตลอดเส้นทางสู่กุลมาร์คจะผ่านทุ่งนาข้าว หมู่บ้านชาวพื้นเมือง ฝูงแกะตามภูเขา และเทือกเขาหิมะสลับซับซ้อนสวยงาม ชาวแคชเมียร์กล่าวขานว่าทุ่งหญ้าแห่งดอกไม้ เป็นเส้นทางที่มุ่งสู่ชายแดนปากีสถาน กุลมาร์คเป็นแหล่งท่องเที่ยวในฤดูหนาว มีระดับความสูง 2,730 เมตร จากระดับน้ำทะเล ในช่วงฤดูร้อนที่นี่จะเป็นที่ตั้งของสนามกอล์ฟที่สูงที่สุดในโลก โดยรอบท่านจะได้พบเห็นกระท่อมรูปทรงแบบในเทพนิยาย และมีป่าสนเป็นฉากหลัง ที่นี่ยังสถานเป็นที่ถ่ายทำภาพยนตร์อีกด้วย……จากนั้น นำท่านขึ้นเคเบิลคาร์เฟส 1 ไปจนถึง ยอดเขากุลมาร์ค “Gulmarg Hill” ระหว่างทางขึ้นสู่ยอดเขากุลมาร์ค ท่านจะพบเห็นหมู่บ้านยิปซี ในเบื้องล่าง ซึ่งจะอพยพไปอยู่ที่เมืองจัมมูในช่วงฤดูหนาว และจะกลับมาอยู่อาศัยในช่วงฤดูร้อน เมื่อถึงบนยอดเขากุลมาร์คถ้าหากฟ้าเป็นใจไม่มีหมอกจัดท่านได้ถ่ายรูปกับทิวทัศน์ภูเขา รวมถึงยอดเขา K2 ที่สูงเป็นอันดับสองรองจากยอดเขาเอเวอร์เรส จากนั้นอิสระให้ท่านถ่ายรูปทิวทัศน์ของภูเขาซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาหิมาลัย (ค่าขึ้นกระเช้าเฟส 2 ท่านละ 500 รูปี และค่านั่งเลื่อน 350-400 รูปี ไม่รวมทิปและไม่รวมในรายการทัวร์ โปรดสอบถามรายละเอียดจากหัวหน้าทัวร์)
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
ได้เวลาสมควรเดินทางกลับเมืองศรีนาคา แวะชมสินค้าพื้นเมืองเช่น พรมแคชเมียร์ ผ้าคลุมไหล่ ก่อนกลับเข้าสู่ศรีนาคานำท่านชม จามามัสยิด “Jama Masjid” ซึ่งสร้างเป็นครั้งแรกสมัยสุลต่านสิคานเดอร์ และบูรณะต่อมาอีกหลายสมัย เป็นมัสยิดที่สร้างด้วยรูปแบบของสถาปัตยกรรมแบบจีนและเนปาล ด้วยหลังคาทรงสี่เหลี่ยม ภายในมีเสาที่ตัดจากต้นซีดาลทั้งต้นกว่า 300 ต้น เรียงรายอยู่ ได้เวลาสมควรก่อนกลับที่พัก ให้ท่านได้ช้อปปิ้งสินค้าพื้นเมือง ตลาดใกล้ๆ กับมัสยิด เช่น ผ้าพันคอ รองเท้าสไตล์อินเดีย ฯลฯ
เย็น บริการอาหารเย็น ณ โรงแรมเรือ
พักค้างคืน ณ โรงแรมเรือ Deluxe House Boat อิสระพักผ่อนตามอัธยาศัย
วันที่สี่ ศรีนาคา – โซนามาร์ค – ศรีนาคา
เช้า บริการอาหารเช้า ณ โรงแรม
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ โซนามาร์ค (Sonamarg) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง เส้นทางนี้จะเป็นเส้นทางที่มีทิวทัศน์สวยตลอดเส้นทางจึงเป็นเส้นทางที่ให้ขับรถไป ถ่ายรูปไปตลอดทั้งเส้น ผ่านชมป่าวอลนัตใหญ่ที่ปลูกเรียงรายตลอดสองข้างทาง และภูเขาหิมะที่ใหญ่โตและ มีรูปทรงแปลกตาตลอดสองข้างทาง ท่านจะพบทิวทัศน์ของชาวชนบทแคชเมียร์ความสูงไล่ขึ้นไปถึงระดับ 3,000 เมตร จากระดับน้ำทะเล และมีเทือกเขาหิมาลัยเป็นฉากหลัง ที่เรียกขานตามท้องถิ่นว่า ทาจิวาส ภูเขาซึ่งปกคลุมไปด้วยหิมะตลอดปี มีแม่น้ำสินธุ ลดเลี้ยวผ่านหุบเขาในอีกฟากของถนน “โซนามาร์ค” เป็นสถานีเริ่มต้นที่จะมุ่งหน้าไปยังลาดัคห์ หรือเป็นรู้จักกันดีในชื่อว่า ประตูสู่ลาดัคห์” เส้นทางนี้จะเป็นเส้นทางที่มีทิวทัศน์สวยงาม ตลอดเส้นทางจึงเป็นเส้นทางที่ให้ขับรถไปถ่ายรูปไป
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน แบบปิกนิก กลางภูเขาหิมะ ชมวิวที่กว้างไกลชนิดกล้องเก็บไม่หมดเดินชมธรรมชาติสัมผัสอากาศสบายๆ ชมวิวภูเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะและสองฟากฝั่งถนนที่เต็มไปด้วยธารน้ำแข็ง ถนนบางช่วงต้องตัดผ่านช่องน้ำแข็งขนาดใหญ่ ที่นี่จะมีกิจกรรมแบบแคชเมียร์ให้ท่านได้ลองหาประสบการณ์ (ในช่วงฤดูหนาว ธ.ค. – เม.ย.) การนั่งเลื่อน (มีคนลาก) สู่เนินหิมะด้านบนจากนั้นปล่อยให้ลื่นไหลลงมา หรือท่านที่หลงใหลในธรรมชาติ สามารถขี่ม้าชมความงามของกลาเซียร์อย่างไกล้ชิดมากขึ้น (ค่านั่งเลื่อน 350-400 รูปี และค่าขี่ม้า 400-500 รูปี ไม่รวมทิปและไม่รวมในค่าทัวร์ โปรดสอบถามรายละเอียดจากหัวหน้าทัวร์) ได้เวลาพอสมควร นำท่านเดินทางกลับสู่ศรีนาคา
ค่ำ บริการอาหารเย็น ณโรงแรมเรือ เพลิดเพลินกับวิวของทะเลสาบและสนุกสนานกับพ่อค้าชาวบ้านแคชเมียร์ที่นำสินค้าพื้นเมืองมาให้ท่านได้เลือกซื้อถึงบนบ้านเรือกันเลยทีเดียว ราคาตามความสามารถนะคะ
พักค้างคืน ณ โรงแรมเรือ Deluxe House Boat อิสระพักผ่อนตามอัธยาศัย
วันที่ห้า ศรีนาคา (แคชเมียร์)- เดลลี-อัครา
เช้า บริการอาหารเช้า ณ โรงแรม
จากนั้นนำท่านล่องเรือสิคารา (เรือพายแบบแคชเมียร์) ชมความงดงามทะเลสาบ ให้ท่านได้ชื่นชมทัศนียภาพของเทือกเขาหิมะที่ล้อมรอบ ชมวิถีชีวิตชาวบ้านริมน้ำ (ใช้เวลาในการล่องเรือประมาณ 1 ชม.) รอบทะเลสาบ นกนานาชนิด พืชดอกไม้น้ำ ทะเลสาบใสสวยงาม สนุกสนานกลางทะเลสาบเลือกซื้อสินค้าพื้นเมืองของชาวแคชเมียร์ที่นำของมาขายให้ท่านได้เลือกซื้อในราคาตามความสามารถ ได้เวลาสมควรพายเรือกลับที่พัก จนได้เวลาอันสมควรนำท่านเดินทางสู่สนามบินภายในประเทศ เพื่อเดินทางกลับสู่เมืองเดลลี (New Delhi)
13.40 น. เหิรฟ้าสู่เมืองเดลลี (New Delhi) โดยสายการบินอินเดียนแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ IC 826 (บริการอาหารกลางวันบนเครื่อง)
15.05 น. ถึง เมืองเดลลี (New Delhi) ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง และพร้อมรับสัมภาระแล้ว นำท่านเดินทางสู่ เมืองอัครา (Agra) เมืองเก่าแก่เมืองหนึ่งของประเทศอินเดีย เคยเป็นศูนย์กลางการปกครองของอินเดียสมัยราชวงศ์โมกุล สลับกันกับเมืองเดลี และเป็นสถานที่ตั้งของทัชมาฮาล (Taj Mahal) เดินทางโดยรถโค้ชปรับอากาศ (ใช้เวลาเดินทาง 5 ชั่วโมง) (ระยะทางประมาณ 230 กิโลเมตร)
ค่ำ ถึงเมืองอัครา (Agra) บริการอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร
พักค้างคืน ณ โรงแรม Mansigh Palace Gar Hotel หรือ เทียบเท่า อิสระพักผ่อนตามอัธยาศัย
วันหก อัครา (ทัชมาฮาล –พระราชวังอัคราฟอร์ด) -ชัยปุระ
เช้า บริการอาหารเช้า ณ โรงแรม
จากนั้นนำท่านชม อนุสรณ์สถานแห่งความรักที่ยิ่งใหญ่ ทัชมาฮาล “Taj Mahal” ซึ่งตั้งอยู่ริมน้ำยมุนา สร้างขึ้นด้วยหินอ่อนสีขาว และหินทรายสีแดง ประดับประดาด้วยรัตนชาติหลากหลายชนิด ใช้เวลาในการสร้างถึง 22 ปี เพื่อแสดงถึงความรักอันยิ่งใหญ่ของกษัตริย์ซาจาร์ฮาล ต่อพระมเหสีมุมตัส มาฮาล ที่สวรรคตเนื่องจากการให้กำเนิดบุตรคนที่ 14 ภายในทัชมาฮาลนั้นเป็นที่บรรจุร่างของพระนางมุมตัส และกษัตริย์ซาจาร์ฮาล ที่สวยงามโดดเด่น
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ โรงแรม
ชม พระราชวังอัคราฟอร์ด “Agra Fort Palace” พระราชวังที่ยิ่งใหญ่สร้างขึ้นโดยใช้เวลาที่ยาวนานถึงสามยุคของกษัตริย์แห่งราชวงศ์โมกุล มีลักษณะเป็นกำแพงสองชั้น และป้อมอาคารทางเข้าสี่ทิศ ภายในประกอบด้วยพระราชวัง มัสยิด สวนดอกไม้ สนาม และอาคารทางเดินโดยรอบทั้ง อาคารหินทรายสีแดงสร้างโดยกษัตริย์อัคบาร์ ที่นี่ยังเป็นที่คุมขังกษัตริย์ซาจาร์ฮาล โดยบุตรชายของพระองค์เอง พระองค์ใช้เวลาช่วงสุดท้ายของชีวิต โดยการมองผ่านแม่น้ำยมุนาไปยังทัชมาฮาลที่ซึ่งมเหสีสุดที่รักของพระองค์ประทับอยู่อย่างนิรันดร์ เป็นพระราชวังที่สวยงามมีบริเวณกว้างใหญ่ พระเจ้าชาร์จาฮาล กษัตริย์องค์ที่ 5 ของราชวงศ์โมกุล เป็นผู้สร้างต่อจนเสร็จ ภายในอัคราฟอร์ด มีห้องสวยงามที่สร้างด้วยหินอ่อน แกะสลักฝังโดยรอบ โดยเฉพาะห้องมุขแปดเหลี่ยม ซึ่งเป็นห้องที่มีความสำคัญที่สุดภายในพระราชวังแห่งนี้และภายในห้องนี้ท่านจะพบกับสถานที่ ที่กษัตริย์ชาร์จาฮาล ถูกลูกชายจับมาขังไว้จนสิ้นพระชนม์ ตำนานเล่าว่า ชาร์จะฮานดำริที่จะสร้างสุสานของพระองค์ขึ้นอีกแห่งให้เหมือนทัชมาฮาลแต่ให้ใช้หินอ่อนสีดำสร้าง แต่ทว่า พระประสงค์นี้ก็เป็นได้แค่ความฝัน ก่อนถูก ออรังเซบ ชิงบัลลังก์ และกักขังพระองค์ไว้ในป้อมอัคระ และพระศพของพระองค์ถูกนำมาวางเคียงพระศพของพระมเหสีผู้เป็นที่รักในทัชมาฮาล จากนั้นเดินทางสู่ เมืองชัยปุระ (Jaipur) (ระยะทาง 232 กม.) (ประมาณ 3 ชม.) ระหว่างทางนำท่านชม ฟาร์เตห์ปุระสิกรี เป็นเมืองหลวงของพระเจ้าอักบาร์ ซึ่งเป็นที่ฝังศพของนักบุญเชก ซาลีบ จิษฎีในนิกายซูนี เล่ากันว่าเมื่อครั้งที่พระเจ้าอักบาร์ร้อนพระทัยใคร่ได้ทายาท พระองค์ได้เสด็จมาหานักบุญผู้นี้และนักบุญผู้นี้ได้ถวายคำพยากรณ์ว่าพระองค์จะมีพระโอรสสามองค์ เมื่อปรากฏเป็นจริงดั่งคำทำนาย ฟาร์เตห์ปุระสิกรี (เมืองแห่งชัยชนะ) เป็นเมืองที่ตั้งอยู่บนเนินเขา สร้างขึ้นจากหินทราย พระราชวังส่วนใหญ่เป็นศิลปะแบบอินเดียแท้
ค่ำ ถึง..เมืองชัยปุระ (Jaipur) บริการอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร
พักค้างคืน ณ โรงแรม Ramada Hotel หรือเทียบเท่า อิสระพักผ่อนตามอัธยาศัย
วันที่เจ็ด ชัยปุระ – พระราชวังแอมเบอร์ฟอร์ด - พระราชวังหลวง – เดลลี
เช้า บริการอาหารเช้า ณ โรงแรม
จากนั้นนำท่านชม พระราชวังแอมเบอร์ฟอร์ด “Amber Fort Palace” ที่สวยงามตระการตาและยิ่งใหญ่อยู่บนยอดเขารอบด้านมีกำแพงคล้ายเมืองจีน พระราชวังแอมเบอร์ฟอร์ด เป็นเมืองหลวงโบราณของรัฐชัยปุระ สร้างขึ้นโดย มหาราชา มัน สิงห์ “Maharaja Man Singh” เมื่อ พ.ศ. 2135 แต่สร้างเสร็สมบูรณ์ในสมัย มหาราชา ชัย สิงห์ “Maharaja Man Singh” ก่อนจะย้ายเมืองหลวงลงมาอยู่บนพื้นราบที่ชัยปุระในปี พ.ศ. 2270 ป้อมแห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อระวังภัยจากศัตรู เรียกได้ว่าเป็นข้อได้เปรียบทางยุทธศาสตร์เป็นอย่างมากและยังใช้เป็นที่ประทับ เนื่องจากภายในมีพระราชวังขนาดใหญ่ตั้งอยู่จากพระราชวังแอมเบอร์ฟอร์ดสามารถมองเห็น ชลมาฮาล “Jal Mahal” หรือ พระราชวังน้ำ “ Water Palace” ซึ่งตั้งเด่นสง่าอยู่กลางน้ำอย่างสวยงาม
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ โรงแรม
นำท่านชม พระราชวังหลวง “City Palace” ซึ่งพระราชวังแห่งนี้เป็นที่ประทับของมหาราชาองค์ปัจจุบัน ซึ่งภายในมีหอดาราศาสตร์ ยันตระ มันตระของมหาราชา ไสว สิงห์ที่ 2 ผู้สร้างเมืองชัยปุระแลพิพิธภัณฑ์ ของมหาราชาแห่งชัยปุระในยุคก่อนๆ อาทิ พรม ภาพเขียน และที่โดนเด่นมากที่สุดคือ ฉลองพระองค์ของมหาราชา มโธ สิงห์ที่ 1 ที่มีขนาดใหญ่มากและฉลองพระองค์ปักดิ้นทองของมหาราณีที่หนักเกือบ 10 กิโลกรัม รวมถึงหม้อเงินใบยักษ์ 2 ใบ หนักราว 345 กม. สถาปัตยกรรมของพระราชวังแห่งนี้ผสมผสานกันระหว่างราชวงศ์ชัยปุระกับโมกุล นิยมใช้หินอ่อนแกะสลักลวดลายปราณีตบรรจง อาทิ นกยูง ดอกไม้ และพระพิฆเนศได้อย่างอ่อนช้อย ชม พระราชวังแห่งสายลม “Hawa Mahal” ซึ่งความจริงแล้วเป็นเพียงส่วนหน้าของตัวอาคารที่มีรูปทรงสะดุดตามีหน้าต่างมากถึง 935 บานสำหรับให้เหล่านางในนั่งมองทิวทัศน์ของโลกภายนอก โดยที่คนภายนอกไม่สามารถมองเห็นพวกนางได้ สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางกลับเดลี ออกเดินทางสู่ เมืองเดลลี (New Delhi) (ระยะทาง 256 กม.) (ใช้เวลาประมาณ 5 ชม.) ซึ่งเป็นเมืองเดิมตั้งแต่โบราณ เป็นนครหลวงของวีระบุรุษสงครามภารตะ และ กลายเป็นนิวเดลลี นครหลวงใหม่ที่สวยงามในปัจจุบัน จากนั้นนำท่านอิสระ ช้อปปิ้ง ที่ ตลาดจันปาท “Janpath” อันมีชื่อเสียง แห่งรวมสินค้าพื้นเมืองหลากหลาย ให้ท่านได้เลือกซื้อตามอัธยาศัย
ค่ำ บริการอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร
พักค้างคืน ณ Permir Park Hotel หรือเทียบเท่า อิสระพักผ่อนตามอัธยาศัย
วันที่แปด เดลลี-กรุงเทพฯ<SPAN style="mso-spacer