ทัวร์ไฮไลน์อียิปต์ จอร์แดน 8 วัน5 คืน ปิรามิด สฟิงซ์ อเล็กซานเดรีย พิพิธภัณฑ์
อัมมาน เพตร้าสิ่งมหัศจรรย์ของโลก เดดซี โดยสายการบินอียิปต์แอร์ MS
กำหนดการเดินทาง 18-25 ต.ค. / 22-29 ต.ค. / 19-26 พ.ย.
26 พ.ย.- 3 ธ.ค. / 2-9 ธ.ค. / 27 ธ.ค.- 3 ม.ค. / 30 ธ.ค.- 6 ม.ค .54
วันแรกของการเดินทาง สนามบินสุวรรณภูมิ
22:00 น. คณะผู้เดินทางพร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 เดินทางออกระหว่างประเทศ แถว (ROW) Q เคาน์เตอร์ 14 - 17 สายการบินอียิปต์แอร์ เจ้าหน้าที่บริษัทฯคอยให้การต้อนรับ
วันที่สองของการเดินทาง กรุงเทพฯ - ไคโร – ปิรามิด – สฟิงซ์ – โรงงานน้ำหอม – โรงงานกระดาษ
00.45 น. เหินฟ้าสู่ ประเทศอียิปต์โดยเที่ยวบินที่ MS961 (ใช้เวลาในการบิน ประมาณ 9 ชม.)
06.00 น. ถึงสนามบินนานาชาติเมืองไคโรประเทศอียิปต์ เมืองหลวงที่ใหญ่ที่สุดในทวีปแอฟริกา
08.00 น. รับประทานอาหารเช้าภายในโรงแรม Barcelo Cairo Hotel หรืเทียบเท่า
นำท่านเดินทางไปชม สฟิงค์ และหมู่มหาปีรามิดแห่งเมืองกีซ่า (GIZA PYRAMID) ซึ่งเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกที่มีชื่อเสียง หมู่มหาปีรามิดนี้มีทั้งหมด 3 องค์ และถูกสร้างมานานกว่า 4,500 ปี เพื่อเป็นสุสานของฟาโรห์ 3 องค์ คือ ฟาโรห์ คีออปส์ ฟาโรห์เคฟเรน และฟาโรห์ไมเครานุส ถ้าท่านสนใจเยี่ยมชมปิรามิดแบบเจาะลึกลงไปอีกเป็นการส่วนตัว ก็สามารถซื้อตั๋วเข้าชมได้ต่างหาก (การเดินขึ้น-ลง เข้าไปข้างในนั้น ควรระวังว่าอาจจะเมื่อยขาได้) และชม สฟิงค์ที่แกะสลักจากเนินหินธรรมชาติ มีส่วนหัวเป็นพระพักตร์ของฟาโรห์และลำตัวเป็นสิงโต นำท่านชมวิวทิวทัศน์รอบๆ โดยที่มีหมู่ปีรามิดแห่งเมือง กีซ่า เป็นฉากหลัง
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารจีน
นำท่านเดินทาง เข้าแวะชมศูนย์กลางการทำ “กระดาษปาปีรุส” ซึ่งเป็นกระดาษชนิดแรกของโลกทำจากต้นกก (PAPYRUS) ใช้บันทึกข้อความสรรเสริญเทพเจ้าและเหตุการณ์ในสมัยอียิปต์โบราณพร้อมกับแวะชมโรงงานผลิตหัวน้ำหอม PERFUME FACTORY ซึ่งกล่าวกันว่าการทำน้ำหอมแบบนี้สืบทอดมาตั้งแต่สมัย พระนางคลีโอพัตรา และยังเป็นศูนย์กลาง แหล่งผลิดหัวน้ำหอมขนาดใหญ่ให้กับยี่ห้อแบรนด์เนมดัง ๆหลายยี่ห้ออีกด้วย
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น จากนั้นนำท่านเข้าพักที่ไคโร
วันที่สามของการเดินทาง ไคโร – อเล็กซานเดรีย – หลุมฝังศพใต้ดิน – ชมเสาปอมเปย์ - สวนมอนตาซ่าร์
08:00 น. รับประทานอาหารเช้า ภายในโรงแรมฯ
09:00 น. คณะเตรียมออกเดินทางจากโรงแรมฯ เพื่อมุ่งหน้าสู่เมืองอเล็กซานเดรียนำเที่ยวชม เมืองอเล็กซานเดรีย (ALEXANDRIA) ซึ่งเป็นเมืองสำคัญในสมัยโรมันปกครองอียิปต์ เดิมทีเป็นหมู่บ้านประมงเล็กๆ ที่ชื่อว่า ราคอนดาห์ เมื่อ 1,200 ปีก่อนคริสตกาล จนเมื่อ 332 ปีก่อนคริสตกาลหรือประมาณ 2,300 กว่าปีก่อนพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราชมาพบ จึงให้มีการปรับปรุงขยายเมืองเพื่อเป็นเมืองหลวงและตั้งชื่อให้คล้องจองกับชื่อของพระองค์ เมืองอเล็กซานเดรียนี้ยังเป็นสถานที่สำคัญในตำนานรักอันยิ่งใหญ่ของ ราชินีเลอโฉมชื่อก้องโลก พระนางคลีโอพัตรา และนายทหาร มาร์ค แอนโทนี ซึ่งเรารู้จักกันดี และปัจจุบันเมืองนี้ใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศ เป็นเมืองพักผ่อนตากอากาศที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของโลก ชม หลุมฝังศพใต้ดินแห่งอเล็กซานเดรีย Catacomb1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์แห่งโลกยุคกลาง สุสานของขาวโรมันในอดีตมีกว่า 50,000 ศพ สุสานใต้ดินแห่งนี้มีสามชั้น ชั้นที่ 1 มีไว้สำหรับลำเลียงโลงและศพ ชั้นที่ 2 เป็นที่ฝังศพ และชั้นที่ 3 ใช้เป็นที่รวมญาติเพื่อระลึกถึงผู้ตาย โดยมีการเลี้ยงสังสรรค์กันทั้งวัน ซึ่งเล่ากันว่าตอนที่นักโบราณคดีค้นพบที่นี่เป็นครั้งแรก บนโต๊ะยังมีขวดไวน์และจานวางอยู่
เที่ยง นำท่านเดินทางเข้าสู่ตัวเมือง เพื่อไปรับประทานอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหารท้องถิ่น Fish Market
บ่าย ชม เสาปอมเปย์ (POMPEII’S PILLAR) เป็นสิ่งสำคัญโบราณในสมัยโรมันปกครองอียิปต์ เป็นเสาแกรนิตสูง 27 เมตร ปอมเปย์ เป็นชื่อเพื่อนสนิทของ ซีซ่า ซึ่งภายหลังทั้งสองได้กลายเป็นศัตรูกันและปอมเปย์ได้หลบหนีมายังเมืองอเล็กซานเดรียในอียิปต์ สถานที่ที่เขาถูกฆ่าตายและเล่าขานกันว่า ซีซ่าได้เผาศีรษะของปอมเปย์ที่เสานี้ นอกจากนั้นสถานที่นี้ในอดีตยังเคยมี อาโครโปลิส ซึ่งมีชื่อว่า เซราเปียม สร้างขึ้นเพื่อถวาย เทพเซราปิส ในสมัยของ ปโตเลมี แต่ในที่สุดถูกทำลายโดยพวกคริสเตียน ปัจจุบันนี้เหลือเพียงแค่เสาแบบกรีก ตั้งอยู่อย่างโด่ดเด่น และสฟิงซ์อีกสองตัว ชมภายนอกป้อมปราการซิทาเดล(CITADEL) ซึ่งในอดีตนั้นเป็นที่ตั้งของประภาคารฟาโรส ถือว่าเป็นหนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคโบราณ ปัจจุบันเหลือเพียงส่วนที่เป็นฐานและได้มีรับการทะนุบำรุงต่อเติมจากสุลต่านเกย์ตเบย์ โดยรวบรามซากเดิมบางส่วนเข้ามา พร้อมชมทะเลเมดิเตอร์เรเนียนที่สวยงามผ่านชม สวนสาธารณะมอนตาซาร์ (MONTAZA GARDENS) ที่สร้างขึ้นในรัชสมัยของกษัตริย์ฟารุค เป็นสถานที่รวบรวมพันธุ์ไม้ต่างนานาชนิดของทวีปแอฟริกาเตรียมเดินทางกลับเมืองไคโร
เย็น บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่นในเมืองไคโร
นำท่านเดินทางกลับโรงแรมเดิม เพื่อพักผ่อนค้างคืนในเมืองไคโร
วันที่สี่ของการเดินทาง ไคโร - พิพิธภัณฑ์แห่งชาติอียิปต์ - ตลาดข่านแอลคาลิลี่ – Dinner Cruise
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม ฯ
ชม พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติอียิปต์ อันเลื่องชื่อ เป็นสถานที่ที่รวมศิลปะวัตถุโบราณมากมายที่สุด ชมโลงศพทองคำแท้พร้อมหน้ากากทองคำของฟาโรห์ตุตันคาเมนอันดังก้องโลก และสมบัติส่วนตัวอีกมากมายของ พระองค์ อาทิเช่น เตียงบรรทม พัด ของเล่นต่าง ๆ รถศึกและเก้าอี้บรรลังก์ทองคำ ซึ่งภาพบนพนักเก้าอี้ที่โรแมนติกมากเป็นภาพของฟาโรห์ตุตันคาเมนประทับอยู่บนเก้าอี้และมีพระมเหสีของพระองค์กำลังทาน้ำมันหอมให้ ทั้งคู่ใส่รองเท้าแตะคนละข้างอันแสดงถึงความรักความเผื่อแผ่อันลึกซึ้ง นอกจากนี้ท่านยังจะได้ชมสมบัติอันล้ำค่าอื่นๆ อีกจำนวนมากเช่น แหวน สร้อยข้อมือ สร้อยคอ ฝีมือประณีต สิ่งของทั้งหมดล้วนมีอายุเก่าแก่กว่า3,000 ปี ค่าเข้าชมมัมมี่ของพระมหากษัตริย์ทั้ง 11 พระองค์ไม่รวมอยู่ในรายการ
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ห้องภัตตาคารอาหารท้องถิ่น
บ่าย จากนั้นนำท่านไปช้อปปิ้งสิ้นค้าพื้นเมืองอันงดงามที่ “ตลาดข่านเอลคาลีลี” ตลาดสำคัญทางการค้าขายของพื้นเมืองและ สินค้าที่ระลึกที่ใหญ่ที่สุดในกรุงไคโร ท่านสามารถเลือกซื้อของพื้นเมืองสวยๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นขวดน้ำหอมที่ทำด้วยมือ สินค้าต่างๆ เครื่องทองรูปพรรณและเพชรพลอยลวดลายแบบอาหรับ พรม และของที่ระลึกพื้นเมืองต่างๆ
เย็น บริการอาหารค่ำบุฟเฟต์บนเรือล่องไปตามแม่น้ำไนล์ ชมบรรยากาศอันงดงามยาม ค่ำคืนสองฟากฝั่งแม่น้ำ พร้อมชม และร่วมสนุกกับการแสดง ระบำหน้าท้อง(Belly Dance) อันเลื่องชื่อและการแสดงพื้นเมืองต่างๆประกอบดนตรี
นำท่านเข้าที่พักค้างคืนที่โรงแรมเดิมในเมืองไคโร
วันที่ห้าของการเดินทาง ไคโร-อัมมาน-เม้าท์เนโบ-มาดาบา-เดดซี-เพตร้า
05.00 น. รับประทานอาหารเช้าภายในโรงแรมฯ พร้อมนำท่านเช็คเอ้าท์ ออกเดินทางสู่สนามบิน
08.30 น. นำท่านเหิรฟ้าอีกครั้งสู่เมืองอัมมานประเทศจอร์แดน โดยสายการบิน MS719 CAI AMM 0830 1005
10.05 น. คณะเดินทางถึง สนามบินนานาชาติ QUEEN ALIA ณ กรุงอัมมาน ประเทศจอร์แดน หลังผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองและรับสัมภาระเรียบร้อยแล้ว (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 5 ชั่วโมง)
นำท่านเดินทางสู่เมือง มาดาบาหรือ เมืองแห่งโมเสก ชม โบสถ์กรีก-ออโธดอกซ์แห่งเซนต์จอร์จถูกสร้างในราวปี ค.ศ. 600 ยุคของไบแซนไทน์ ชม ภาพแผนที่ดินแดนศักดิสิทธิ์แห่งเยรูซาเลม ตกแต่งโดยโมเสกสีต่างๆ ประมาณ 2.3 ล้านชิ้นแสดงถึงพื้นที่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ในแถบรอบทะเลเมดิเตอร์เรเนียน, เยรูซาเลม, แม่น้ำจอร์แดน, ทะเลเดดซี, เขาไซนาย, อียิปต์ ฯลฯ นำท่านเดินทางลงทางทิศใต้เพื่อชม เมาท์ เนโบ ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่ตั้งอยู่บนเขาซึ่งเชื่อกันว่าน่าจะเป็นบริเวณที่เสียชีวิตและฝังศพของโมเสส ผู้นำชาวยิวส์เดินทางจากประเทศอิยิปต์มายังเยรูซาเล็ม ชม โบสถ์แห่งเมาท์เนโบ สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในราวปี ค.ศ.300 -400 ในช่วงยุคไบแซนไทน์ เพื่อเป็นที่ระลึกถึงโมเสส ภายในโบสถ์ประกอบไปด้วยภาพโมเสกสีบนพื้นโบสถ์อันล้ำค่ำ แสดงถึงภาพชีวิตสัมพันธ์ระหว่างคน, สัตว์ และธรรมชาติ, รูปคน ฯลฯ และยังมีแท่นพิธี ม้านั่ง ตามรูปแบบของศาสนาคริสต์ไว้ประกอบพิธีต่าง ๆ และอนุญาตให้ใช้ในปัจจุบัน, รูปภาพและรายละเอียดต่างๆ แสดงถึงการบูรณะโบสถ์, บ่อศีลจุ่ม ฯลฯ ในปี ค.ศ. 2000 โป๊ป จอห์น ปอลที่ 2 เสด็จมาแสวงบุญที่นี่และได้ประกาศให้เป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ชม อนุสรณ์ไม้เท้าศักดิ์สิทธ์แห่งโมเสส ออกแบบเป็นลักษณะเป็นไม้เท้าในรูปแบบไม้กางเขน โดยอุทิศเป็นสัญลักษณ์ของโมเสส และพระเยซู เชิญถ่ายรูป ณ จุดชมวิว โดยในวันที่ท้องฟ้าแจ่มใส ท่านสามารถมองเห็น แม่น้ำจอร์แดน, ทะเลเดดซี, เมืองเบธเลเฮม และประเทศอิสราเอล ได้จากจุดนี้อย่างชัดเจน
เที่ยง รับประทานอาหาร ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
บ่าย นำท่านเดินทางสู่ ทะเลเดดซี ทะเลที่ถูกบันทึกลงในหนังสือ กินเนสส์ ว่า เป็นจุดที่ต่ำทีสุดในโลก มีความต่ำกว่าระดับน้ำทะเลถึง 400 เมตร และ มีความเค็มที่สุดในโลกมากกว่า 20 เปอร์เซนต์ของน้ำทะเลทั่วไป ทำให้ไม่มีสิ่งมีชีวิตใดเลยอาศัยอยู่ได้ในท้องทะเลแห่งนี้ เชิญท่านอิสระในการลงเล่นน้ำทะเล และ พิสูจน์ ความจริงว่าท่านลอยตัวได้จริงหรือไม่
(การลงเล่นน้ำในทะเลนั้นมีวิธีขั้นตอนการลงเล่น และข้อควรระวังต่างๆ ควรฟังคำแนะนำจากมัคคุเทศก์ท้องถิ่นและหัวหน้าทัวร์)
ค่ำ รับประทานอาหารภายในโรงแรมที่พัก PANORAMA HOTEL 4*หรือเทียบเท่า
วันที่หกของการเดินทาง เพตร้า – อัมมาน
เช้า รับประทานอาหาร ณ ห้องอาหารเช้าของโรงแรม และเตรียมเช็คเอ้าท์ออกจากโรงแรมฯชมเมืองเพตร้า (ได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโกปี ค.ศ. 1985 และ 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของแห่งโลกใหม่ จากการตัดสินโดยการโหวตจากบุคคลนับล้านทั่วโลกในวันมหัศจรรย์ 07/ 07/ 07) มหานครสีดอกกุหลาบที่ซ่อนตัวอยู่ในหุบเขาแห่งโมเสส (WADI MUSA) มีประวัติศาสตร์อันยาวนานหลายพันปีเคยเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยทั้งชาวอีโดไมท์ จวบจนกระทั่งถึงยุครุ่งเรืองเฟื่องฟูในการเข้ามาครอบครองดินแดนของชาวอาหรับเผ่าเร่ร่อนนาบาเทียน ในช่วงระหว่าง 100 ปี ก่อนคริสตกาล – ปี ค.ศ 100 และได้เข้ามาสร้างอาณาจักร, บ้านเมือง ฯลฯ จนกระทั่งในปีค.ศ. 106 นครแห่งนี้ตกอยู่ภายใต้การปกครองของอาณาจักรโรมันที่นำโดย กษัตริย์ทราจัน และได้ผนึกเมืองแห่งนี้ให้เป็นหนึ่งในอาณาจักรโรมันแห่งแหลมอาระเบียตะวันออก นครเพตร้าถึงคราวล่มสลายเมื่อหมดยุคของอาณาจักรโรมันทำให้ชาวเมืองนั้นละทิ้งบ้านเมืองจากกันไปหมดทิ้งให้เมืองแห่งนี้รกร้างไปพร้อมกับการพังทลายของเมืองหลังจากเกิดแผ่นดินไหวหลายครั้งจนสูญหายนับพันปีจวบจนในปี ค.ศ. 1812 นักสำรวจเส้นทางชาวสวิส นาย โจฮันน์ ลุดวิก เบิร์กฮาดท์ ได้ค้นพบนครศิลาแห่งนี้ และนำไปเขียนในหนังสือชื่อ“TRAVEL IN SYRIA”จนทำให้เริ่มเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายจนถึงปัจจุบัน นำท่านขี่ม้า (รวมอยู่ในค่าบริการแล้ว แต่ไม่รวมค่าขี่ลา, ขี่อูฐ, รถม้าลาก ฯลฯ สนในกรุณาติดต่อที่หัวหน้าทัวร์)ประมาณ 800 เมตรบนถนนทรายเพื่อตรงเข้าสู่หน้าเมือง พร้อมชมทัศนียภาพรอบข้างที่เป็นภูเขาทั้งสองฝั่ง นำท่านเดินเท้าเข้าสู่ถนนเข้าเมือง SIQ เส้นทางมหัศจรรย์กว่า 1.5 กิโลเมตรที่เกิดจากการแยกตัวของเปลือกโลกและการซัดเซาะของน้ำเมื่อหลายล้านปีก่อน เดินชมความสวยงามของผาหินสีชมพูสูงชันทั้ง 2 ข้างคล้ายกับแคนยอนน้อย ๆ และ สิ่งก่อสร้าง รูปปั้นแกะสลัก ต่างๆ เช่น รูปปั้นเทพเจ้าต่างๆ, รูปกองคาราวานอูฐ, รูปชาวนาบาเทียน, ท่อส่งลำเลียงน้ำเข้าสู่เมือง ฯลฯ สุดปลายทางของช่องเขาพบกับความสวยงามของ มหาวิหารศักดิ์สิทธิ์ เอล-คาซเนท์ ( EL-KHAZNEH / TREASURY) สันนิษฐานว่าจะสร้างในราวศตวรรษที่1-2 โดยผู้ปกครองเมืองในเวลานั้น เป็นวิหารที่แกะสลักโดยเจาะเข้าไปในภูเขาสีชมพูทั้งลูก มีความสูง 40 เมตร และ มีความกว้าง 28 เมตร วิหารแห่งนี้ได้ถูกออกแบบโดยได้รับอิทธิพลศิลปะของหลายชาติเข้าด้วยกัน เช่น อิยิปต์, กรีก, นาบาเทียน ฯลฯ ภายในประกอบด้วย 3 ห้อง คือ ห้องโถงใหญ่ตรงกลาง และ ห้องเล็กทางด้านซ้ายและขวาเดิมทีถูกเชื่อว่าเป็นที่เก็บขุมทรัพย์สมบัติของฟาโรห์อิยิปต์ แต่ภายหลังได้มีการขุดพบทางเข้าหลุมฝังศพที่หน้าวิหารแห่งนี้ ทำให้นักประวัติศาสตร์และนักโบราณคดี ได้ลงความเห็นตรงกันว่า น่าจะสร้างขึ้นเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองให้กับผู้ปกครองเมือง, ใช้เป็นสถานที่ทำพิธีกรรมทางศาสนา และเป็นสุสานฝังศพของผู้ปกครองเมืองและเครือญาติ เดิมชมสุสานต่างๆ ของชาวนาบาเทียน, สุสานกษัตริย์ ฯลฯ ชมโรงละครโรมัน (ROMAN THEATRE) ที่แกะสลักจากภูเขาโดยมีแนวราบที่นั่งเท่ากันและมีความสมดุลย์ได้อย่างน่าทึ่ง สันนิษฐานเดิมทีสร้างโดยชาวนาบาเทียน ต่อมาในสมัยที่โรมันเข้ามาปกครอง ได้ต่อเติมและสร้างเพิ่มเติม มีที่นั่ง 32 แถว จุผู้ชมได้ประมาณ 3,000 คน อิสระในการเดินชมและถ่ายรูปภายในเมืองเพตร้า
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร BASIN ภายในเมืองเพตร้า
บ่าย ให้ท่านได้เดินเล่นชมเมืองเพตร้า ก่อนที่จะเดินทางกลับสู่เมืองอัมมาน และแวะชมสินค้าพื้นเมืองเตรียมเดินทางกลับเมืองอัมมาน
ค่ำ รับประทานอาหาร ณ ภัตตาคารท้องถิ่น / เดินทางกลับสู่กรุงอัมมาน
นำท่านเข้าพักโรงแรมระดับ 4* DANA PLAZA Amman Hotel หรือเทียบเท่า
วันที่เจ็ดของการเดินทาง เจอราช - เที่ยวกรุงอัมมาน – ไคโร – กรุงเทพฯ
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม และเตรียมเช็คเอ้าท์ออกจากโรงแรมฯ
นำท่านเดินทางขึ้นสู่ทางเหนือของประเทศจอร์แดน เพื่อชม นครเจอราช (JERASH) หรือ “เมืองพันเสา” เป็นอดีต 1 ใน 10 หัวเมืองเอกตะวันออกอันยิ่งใหญ่ของอาณาจักรโรมัน สันนิษฐานว่าเมืองนี้น่าจะถูกสร้างในราว 200 – 100 ปีก่อนคริสตกาล เดิมทีในอดีตเมืองแห่งนี้ชื่อว่า ในปี ค.ศ. 749 นครแห่งนี้ได้ถูกแผ่นดินไหว ครั้งใหญ่ทำลาย และถูกฝังกลบโดยทรายหลังจากนั้นก็ได้สูญหายไปเป็นนับพันปี ชม ซุ้มประตูกษัตริย์เฮเดรียน และ สนามแข่งม้าฮิปโปโดรม นำท่านเดินเข้าประตูทางทิศใต้ ชม โอวัลพลาซ่า สถานที่ชุมนุม พบปะ สังสรรค์ของชาวเมือง, วิหารเทพซีอุส ฯลฯ โรงละครทางทิศใต้ (สร้างในราวปี ค.ศ. 90-92 จุผู้ชมได้ถึง 3,000 คน มีจุดเสียงสะท้อนตรงกลางโรงละคร เชิญทดสอบกับความอัศจรรย์ เพียงพูดเบา ๆ ก็จะมีเสียงสะท้อนก้องเข้ามาในหูของเรา ชม วิหารเทพีอาร์เทมิส เป็นเทพีประจำเมืองเจอราช สร้างในราวปี ค.ศ. 150 สร้างขึ้นพื่อใช้เป็นสถานที่สำหรับทำพิธีบวงสรวง และบูชายัญต่อเทพีองค์นี้ แบ่งเป็น 3 ชั้น คือ ชั้นนอก ชั้นกลาง ชั้นใน นำท่านเดินเข้าสู่ ถนนคาร์โด หรือ ถนนโคลอนเนด ถนนสายหลักที่ใช้เข้า-ออกเมืองแห่งนี้ บนถนนนั้นยังมีริ้วรอยทางของล้อรถม้า, ฝาท่อระบายน้ำ, ซุ้มโคมไฟ, บ่อน้ำดื่มของม้า ชม น้ำพุใจกลางเมือง (NYMPHAEUM) สร้างในราวปี ค.ศ. 191 เพื่ออุทิศแด่เทพธิดาแห่งขุนเขา ซึ่งเป็นที่นับถือของชาวเมืองแห่งนี้ มีที่พ่นน้ำเป็นรูปหัวสิงโตทั้งเจ็ด และตกแต่งด้วยเทพต่างๆ ประจำซุ้มด้านบนของน้ำพุ ฯลฯ
เที่ยง รับประทานอาหาร ณ ภัตตาคาร JERASH REST HOUSE ภายในเมืองเจอราช
บ่าย นำท่านเดินทางกลับสู่กรุงอัมมาน นำท่านชมรอบเมืองหลวงกรุงอัมมานเมืองหลวงที่ตั้งอยู่บนภูเขา 7 ลูก และมีประวัติศาสตร์ยาวนานมากกว่า 6,000 ปี ผ่านชมย่านเมืองเก่า , เมืองใหม่, ย่านธุรกิจ, ตลาดใจกลางเมือง, ย่านคนรวย ฯลฯ ขึ้นชม ป้อมปราการแห่งกรุงอัมมาน (CITDAEL) ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นจุดสังเกตเหตุบ้าน การเมืองต่าง ๆรอบเมือง เชิญอิสระถ่ายรูปตรงจุดชมวิวที่สวยที่สุดของเมืองแห่งนี้ โดยมีฉากหลังเป็นโรงละครโรมันที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศจอร์แดน จุผู้ชมได้ถึง 6,000 คน และ ตึกรามบ้านช่องที่ตั้งอยู่บนภูเขาสูง อันแปลกตายิ่งนัก ชมวิหารเฮอร์คิวลิส ที่สันนิษฐานว่าน่าจะถูกสร้างขึ้นระหว่างปี ค.ศ. 161–180 ในสมัยโรมัน พระราชวังเก่าอุมเมยาด สร้างขึ้นในประมาณปี ค.ศ. 720 โดยผู้นำชาวมุสลิม ของราชวงศ์ ในสมัยมุสลิมได้เข้ามาปกครองประเทศจอร์แดน ซึ่งภายในประกอบห้องทำงาน, ห้องรับแขก ฯลฯ ผ่านชม พระราชวังของพระมหากษัตริย์อับดุลลาห์ที่สอง (RAGHADAN PALACE), ที่ตั้งอยู่บนภูเขามีทำเลที่สวยงามมากที่สุดในกรุงอัมมาน และมีทหารคอยเฝ้าดูแลตรวจตราอย่างเข้มงวด
17.30 นำท่านเดินทางกลับสนามบินเพื่อบินกลับกรุงเทพฯ ด้วยเที่ยวบิน MS702 AMMCAI 1935 2105
21.05 ถึงสนามบินไคโร และนำท่านต่อเครื่องอีกเครื่องเพื่อบินกลับกรุงเทพฯ ด้วย MS958 CAI AMM 2240 1200+1
22.40 เหิรฟ้าอีกครั้งเพื่อบินกลับกรุงเทพฯ
วันที่แปดของการเดินทาง สนามบินสุวรรณภูมิ
12.00 น. เดินทางกลับถึง สนามบินสุวรรณภูมิ ด้วยความสวัสดิภาพและความประทับใจ มิรู้ลืมเลือน
วันเดินทาง