กำหนดการเดินทาง: กันยายน 2553 11-17 // 25-1
ตุลาคม 2553 3-9 // 9-15 // 24-30 // 30-5
พฤศจิกายน 2553 6-12 // 12-18 // 20-26 // 27-3
ธันวาคม 2553 2-8 // 9-15 // 24-30 // 26-1
วันแรกของการเดินทาง กรุงเทพฯ-กัลกัตตา-พาราณสี
14.00 น. คณะเดินทางพร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 บริเวณทางเข้า 3 แถวเอฟ ด้านหน้าเคาน์เตอร์ของสายการบินคิงฟิชเชอร์แอร์ไลน์ พบกับเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกเรื่องกระเป๋าสัมภาระและเอกสารการเดินทางที่หน้าเคาน์เตอร์
16.30 น. ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ สู่เมืองกัลกัตตา โดยสายการบินคิงฟิชเชอร์แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ IT022
17.30 น. เดินทางถึงสนามบินเมืองกัลกัตตา ประเทศอินเดีย หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรแล้ว นำท่านเดินทางสู่ภัตตาคารเพื่อรับประทานอาหารค่ำ
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารจีน
สมควรแก่เวลา นำท่านเดินทางสู่สถานีรถไฟฮาวราห์
22.00 น. ออกเดินทางสู่เมืองพาราณสี โดยรถไฟตู้นอนปรับอากาศ ชั้น 2 พักที่บนรถไฟ
วันที่สองของการเดินทาง พาราณสี-กุสินารา
09.00 น. เดินทางถึงสถานีรถไฟเมืองพาราณสี
จากหลังรับสัมภาระแล้ว นำท่านเดินทางสู่โรงแรมที่พักเพื่อรับประทานอาหารเช้า หลังอาหารนำท่านเดินทางสู่ เมืองสารนาท นำท่านสวดมนต์ไหว้พระนั่งสมาธิที่ ธัมเมกขสถูป ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน เป็นพุทธสังเวชนียสถานแห่งที่ 3 สถานที่แสดงปฐมเทศนาธรรมจักกัปปวัตนสูตรโปรดเบญจวัคคีย์ทั้งห้าในสมัยพุทธกาลเป็นสถานที่สงบและเป็นที่ชุมนุมของเหล่าฤษี นักบวชและนักพรตต่างๆ ที่มาบำเพ็ญตบะและโยคะเพื่อเข้าถึงพรหมัน (ตามความเชื่อของพรามหณ์) ทำให้ปัจจวัคคีย์ที่ปลีกตัวมาจากเจ้าชายสิทธัตถะมาบำเพ็ญตบะที่นี่ นำท่านชม มูลคันธกุฏี สถานที่พระพุทธเจ้าประทับจำพรรษาแรกและพรรษาที่ 12 ชม สถูปเจาคันธี ซึ่งสร้างเป็นอนุสรณ์ที่ปัญจวัคคีย์ได้พบกับพระพุทธเจ้าเป็นครั้งแรก ชม ยสเจดีย์ สถานที่ซึ่งพระพุทธองค์ทรงแสดงธรรมให้กับยสกุลบุตร ชม ธรรมราชิกสถูป เป็นสถูปที่เคยเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุมาก่อน
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านออกเดินทางสู่ เมืองกุสินารา(ระยะทาง 270 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 6-7 ชั่วโมง)
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม
พักที่ IMPERIAL HOTELหรือเทีบบเท่า
วันที่สามของการเดินทาง กุสินารา-ลุมพินี-กุสินารา
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
หลังอาหารนำท่านเดินทางสู่ ลุมพินี (ระยะทาง 190 กม. ใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง)
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ พุทธวิหาร960
หลังอาหารนำท่านกราบนมัสการ สวนลุมพีนีวัน สถานที่ประสูติขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า กราบถาวรวัตถุศักดิ์สิทธิ์บริเวณลุมพินี ดังนี้ วิหารมายาเทวี สร้างขี้นเพื่อเป็นอนุสรณ์แก่พระนางสิริมหามายา
ชม ภาพหินแกะสลัพระนางสิริมหามายาประสูติพระกุมารพระพุทธรูปปางประสูติและรอยพระพุทธบาทน้อยที่สันนิษฐานว่า พระเจ้าอโศกมหาราช ทรงสลักไว้เป็นสัญลักษณ์ของสถานที่ประสูติอายุกว่า2,300ปีสระโบกขรณี ที่สรงน้ำพระนางสิริมหามายาและพระกุมาร เสาหินพระเจ้าอโศกที่มีขนาดความสูง 22 ฟุต 4 นิ้ว และมีข้อความอย่างสมบูรณ์เขียนด้วยภาษาพราหม์ว่าเป็นสถานที่ประสูติของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และพระเจ้าอโศกเสด็จมาบูชาในปีที่20แห่งรัชสมัยของพระองค์ จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ วัดไทยลุมพินี ในความอุปถัมภ์ของรัฐบาลควบคุมการก่อสร้างโดยพระวิเทศโพธิคุณ เชิญร่วมทำบุญ ตามกำลังศรัทธาถวาย ณ วัดไทยลุมพินี สมควรแก่เวลา นำท่านเดินทางกลับสู่เมืองกุสินารา
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม
พักที่ IMPERIAL HOTELหรือเทียบเท่า
วันที่สี่ของการเดินทาง กุสินารา-พาราณสี
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
นำท่านนมัสการสถานที่ปรินิพพาน ณ สาลวโนทยาน นำชมปูชนียวัตถุที่สำคัญ คือ มหาปรินิพพานสถูป สถูปใหญ่มีลักษณะเป็นเจดีย์ทรงบาตรคว่ำสูงใหญ่ มีฉัตร 3 ชั้นตอนบนสุด ซึ่งเชื่อกันว่าองค์เดิมนั้นสร้างขึ้นโดยพระเจ้าอโศกมหาราชและเป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ วิหารปรินิพพาน ตั้งอยู่หน้าพระสถูป ภายในมีพระพุทธรูปปางปรินิพพาน ฝีมือช่างชาวมถุรา อายุกว่า 1,900 ปี ที่งดงามยิ่ง โดยรอบยังปรากฏซากวัดวาอารามที่เคยเจริญรุ่งเรืองนับเป็นพันปี ก่อนที่พระพุทธศาสนาจะเสื่อมไปจากอินเดีย ต้นสาละ ปลูกไว้เพื่อเป็นอนุสสติว่า พระพุทธองค์ปรินิพพานภายใต้ต้นสาละ มกุฏพันธนเจดีย์ เป็นสถานที่ถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระ ซึ่งปัจจุบันเป็นซากเจดีย์ทรงกลมขนาดใหญ่สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยพระเจ้าอโศกมหาราชตั้งอยู่ห่างจากสาลวโนทยานประมาณ 1 กม. จากนั้นนำชม วัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ นมัสการพระมหาเจดีย์ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงออกแบบด้วยพระองค์และพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์เองมาสร้างและพระราชทานพระบรมสารีริกธาตุให้มาบรรจุ ชม พระอุโบสถที่งดงามมาก ชม คลีนิค 8 บาท รักษาได้ทุกโรค เชิญร่วมทำบุญ ตามกำลังศรัทธาถวาย ณ วัดไทยกุสินารา
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านออกเดินทางสู่เมืองพาราณสี (ระยะทาง 270 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 6-7 ชั่วโมง)
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม
วันที่ห้าของการเดินทาง พาราณสี-พุทธคยา
04.00 น. นำท่านเดินทางสู่ท่าเรืออัศวเมศเพื่อ ล่องเรือชมแม่น้ำคงคา แม่น้ำศักดิ์สิทธิ์ของชาวฮินดูซึ่งเชื่อว่าแม่น้ำนี้ไหลมาจาก ภูเขาไกรลาสบนสรวงสวรรค์ ชม พิธีบูชาพระอาทิตย์ และการอาบน้ำล้างบาป และการเผาศพที่ท่ามณีกรรณิการ์ ริมฝั่งแม่น้ำคงคา ที่ 4,000 กว่าปี ไฟที่ไม่เคยดับมอดลงเลย จากนั้นเดินทางกลับสู่โรงแรมที่พักเพื่อรับประทานอาหารเช้า
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
หลังอาหาร นำท่านเดินทางสู่เมืองพุทธคยา (ระยะทาง 220กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5-6 ชั่วโมง)
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหารของโรงแรม
บ่าย นำท่านชม แม่น้ำเนรัญชรา สถานที่พระพุทธองค์ทรงอธิษฐานลอยถาด หลังจากรับถวายข้าวมธุปายาสจากนางสุชาดา ชมสุชาดาสถูปที่สร้างโดยพระเจ้าอโศกมหาราช บริเวณสถานที่ซึ่งเคยเป็นบ้านนางสุชาดา ชม วัดพุทธนานาชาติ อาทิ วัดจีน วัดญี่ปุ่น วัดทิเบต วัดสิกขิม วัดภูฎาน วัดศรีลังกา ฯลฯ นมัสการหลวงพ่อโตพระพุทธรูปหินทรายแดงปางสมาธิสูง 80 ฟุต ที่ชาวพุทธญี่ปุ่นสร้างถวาย จากนั้นนำท่านสวดมนต์ นั่งสมาธิที่ พระมหาเจดีย์พุทธคยา สถานที่ตรัสรู้ของพระพุทธเจ้าและนำท่าน นมัสการพระศรีมหาโพธิ์ และ พระพุทธเมตตา ซึ่งเป็นพระพุทธปางมารวิชัย ที่สร้างด้วยหินแกรนิตสีดำ อายุกว่า 1,400 ปี จากนั้นนำท่านสู่วัดไทยพุทธคยา ซึ่งรัฐบาลไทยได้สร้างขึ้น เมื่อคราวฉลองพุทธยันตี25พุทธศตวรรษเชิญร่วมทำบุญตามกำลังศรัทธาถวาย ณ วัดไทยพุทธคยา
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม
พักที่ LOTUS NIKKO HOTEL หรือเทียบเท่า
วันที่หกของการเดินทาง พุทธคยา-ราชคฤห์-นาลันทา-กัลกัตตา
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
นำท่านออกเดินทางสู่ เมืองราชคฤห์ (ใช้เวลาเดินทางประมาณ2.30ชั่วโมง) มหานครของแคว้นมคธ เป็นแหล่งรุ่งเรืองด้วยอำนาจและการค้าขาย เป็นเมืองที่ล้อมรอบด้วยกำแพงธรรมชาติ คือเบญจคีรีนคร หรือภูเขา 5 ลูกได้แก่ เวภาระ เวปุละ คิชฌกูฏ อิสิคิลิ และปัณฑวะ ในสมัยพุทธกาล พระราชาผู้ครองนครนี้คือ พระเจ้าพิมพิสาร นำท่านเดินขึ้น เขาคิชกูฏ หนึ่งในเบญจคีรี ชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม นมัสการ ถ้ำพระโมคคัลลานะ ชม ถ้ำสุกรขาตา สถานที่ที่พระสารีบุตรสำเร็จเป็นพระอรหันต์ ชม กุฏีของพระอานนท์ นมัสการ มูลคันธกุฏี สถานที่ประทับของพระพุทธเจ้า ไหว้พระสวดมนต์ที่ยอดเขาคิชกูฎ จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ พุทธคยา พุทธสังเวชนียสถานที่สำคัญที่สุดใน1 ใน 4 สังเวชนียสถานและถือว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของชาวพุทธทั่วโลก
(การขึ้นเขาคิชกุฏ เป็นการเดินทางขึ้นสู่ที่สูงลาดชันแบบขั้นบันได ระยะทางประมาณ 750 เมตร รถยนต์ไม่สามารถขึ้นไปได้ สำหรับท่านที่ไม่สะดวกในการเดินขึ้น ท่านสามารถใช้บริการ “เสลี่ยง” ทั้งขาขึ้นและขาลง ค่าบริการประมาณ 700 รูปี ซึ่งไม่รวมอยู่ในค่าทัวร์)
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ RAJGIR RESIDENCY
หลังอาหาร นำท่านชม มหาวิทยาลัยนาลันทา มหาวิทยาลัยที่ใหญ่ที่สุดในโลก เป็นศูนย์การศึกษาในสมัยพุทธกาล ต่อมาในปีพ.ศ. 1742 กองทัพมุสลิมเติรกส์ได้ยกทัพมารุกรานรบชนะกษัตริย์แห่งชมพูทวีปฝ่ายเหนือ กองทัพมุสลิมเติรกส์ได้เผาผลาญทำลายวัด และปูชนียสถานในพุทธศาสนาลงแทบทั้งหมด และสังหารผู้ที่ไม่ยอมเปลี่ยนศาสนา นาลันทามหาวิหารก็ถูกเผาผลาญทำลายลงในช่วงระยะเวลานั้น ว่ากันว่าไฟที่ลุกโชนเผานาลันทานานถึง 3 เดือนกว่าจะเผานาลันทาได้หมด จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ วัดเวฬุวนารามมหาสังฆยิกาวาส วัดแห่งแรกในพระพุทธศาสนา และเป็นสถานที่แสดงโอวาทปาฏิโมกข์แก่พระอริยสงฆ์ 1250 องค์ มีสถูปที่บรรจุพระอัฐิธาตุของพระโมคคัลลานะและพระอัญญาโกญฑัญญะ จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองกัลกัตตาโดยรถโค้ชปรับอากาศ
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ (อาหารกล่อง)
พักที่ บนรถโค้ชปรับอากาศ
วันที่เจ็ดของการเดินทาง กัลกัตตา-กรุงเทพฯ
เช้าตรู่ เดินทางถึงสนามบินเมืองกัลกัตตา
11.20 น. ออกเดินทางกลับสู่...กรุงเทพฯ โดยสายการบินคิงฟิชเชอร์ แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ IT021
15.15 น. เดินทางถึง...ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ
*******************************
(เวลาที่อินเดีย ช้ากว่าเมืองไทย 1 ชั่วโมงครึ่ง)
อัตราค่าบริการ (ราคาต่อท่านมีหน่วยเป็นบาท)
ราคาต่อท่าน (บาท)
ผู้ใหญ่พักห้องคู่ ท่านละ 32,900 บาท
ผู้ใหญ่พักห้องเดี่ยว ท่านละ 38,900 บาท
24-30 ต.ค. 53 และ เดือน ธ.ค 53
ผู้ใหญ่พักห้องคู่ ท่านละ 34,500 บาท
ผู้ใหญ่พักห้องเดี่ยว ท่านละ 40,500 บาท