ทัวร์อินเดีย ทัวร์ขชุราโห กวาลิเออร์ ออชา เมืองมรดกโลก ล้ำค่า

 

Thai Airways   มาตรฐานโรงแรม:
6 วัน   4 คืน
yes มีหัวหน้าทัวร์ไทย
yes รวมประกันอุบัติเหตุการเดินทาง
yes ปลอดภัยชำระค่าบริการผ่านบัญชีธนาคารบริษัทฯ
บริษัททัวร์

Tour Highlights

ขอนำท่านเที่ยวชมป้อมที่ใหญ่ที่สุดในอินเดีย ตั้งอยู่ในรัฐมัธยประเทศ เมืองมรดกโลก เริ่มด้วยกรุงนิวเดลี เป็นสถานที่เก็บรวบรวมโบราณวัตถุและศิลปกรรมของอินเดียมากกว่า 150,000 ชิ้น ที่ตกทอดกันมา รวมทั้งศิลปกรรมอันล้ำค่าของเอเชียกลางจากเส้นทางสายไหม ซึ่งนับว่าหาได้ยากที่สุดแห่งหนึ่งในโลก นำท่านชม Akshardham ณ สถานที่แห่งนี้เป็นตัวอย่างของวัฒนะธรรมอินเดีย เป็นเสมือนเป็นหัวใจสำคัญของงานสถาปัตยกรรมอินเดียโบราณอย่างแท้จริง ต่อด้วยชมพระราชวังเจ็ดชั้น ที่สร้างขึ้นบนเนินเขาเป็นพระราชวังที่สวยงามและแข็งแรง เป็นที่ใหญ่ที่สุดและมีชื่อเสียงที่สุดของในจำนวนพระราชวังทั้งหมด 52 แห่ง

วันเดินทางและอัตราค่าบริการ

ทัวร์อินเดีย ทัวร์ขชุราโห กวาลิเออร์ ออชา เมืองมรดกโลก ล้ำค่า (ราคา / ท่าน)
กำหนดการเดินทาง ผู้ใหญ่ พัก 2 ท่าน เด็กพักกับผู้ใหญ่ เด็ก เสริมเตียง พักเดี่ยว เพิ่ม
23 พ.ย. 60 - 28 พ.ย. 60 41,900 41,900 41,900 6,000
จองทัวร์   ลด 1,000 บาท จองก่อน 20 ต.ค. 
9 ธ.ค. 60 - 14 ธ.ค. 60 41,900 41,900 41,900 6,000
จองทัวร์   ลด 1,000 บาท จองก่อน 20 ต.ค. 
20 ม.ค. 61 - 25 ม.ค. 61 41,900 41,900 41,900 6,000
จองทัวร์  
17 ก.พ. 61 - 22 ก.พ. 61 41,900 41,900 41,900 6,000
จองทัวร์  
22 ก.พ. 61 - 27 ก.พ. 61 41,900 41,900 41,900 6,000
จองทัวร์  

 

รายละเอียด: ทัวร์อินเดีย ทัวร์ขชุราโห กวาลิเออร์ ออชา เมืองมรดกโลก ล้ำค่า

วันแรก กรุงเทพฯ – เดลลี

05.00คณะพร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ ROW D หน้าเคาเตอร์การบินไทยเจ้าหน้าที่บริษัทฯ อำนวยความสะดวกในการเช็คอินท์

07.35เครื่องบินออกเดินทางสู่สนามบินอินทิราคานธีร์เมืองเดลลีโดยเที่ยวบิน TG323

10.35ถึงท่าอากาศยานนานาชาติอินทิราคานธีร์ เมืองเดลลี ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและตรวจรับ
สัมภาระเรียบร้อยแล้ว เวลาที่อินเดียช้ากว่าประเทศไทย 1.30 ชั่วโมง

เที่ยงรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติอินเดีย ตั้งอยู่ที่ถนน Janpath กรุงนิวเดลี เป็นสถานที่เก็บรวบรวมโบราณวัตถุและศิลปกรรมของอินเดียมากกว่า 150,000 ชิ้น ที่ตกทอดมาตั้งแต่อารยะธรรมลุ่มแม่น้ำสินธุ (Indus Valley relics) แสดงความเป็นมาของประวัติศาสตร์อินเดียที่มีอายุกว่า 5000 ปีรวมทั้งศิลปกรรมอันล้ำค่าของเอเชียกลางจากเส้นทางสายไหม ซึ่งนับว่าหาได้ยากที่สุดแห่งหนึ่งในโลก สิ่งสำคัญที่พุทธศาสนิกชนจากทั่วโลกจะต้องเข้าไปสักการะเมื่อมาเยือนพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ คือ พระบรม-สารีริกธาตุ ของพระพุทธเจ้า ซึ่งประดิษฐานอยู่บนบุษบกไม้สักแกะสลักปิดทอง*ที่รัฐบาลไทยได้จัดสร้างถวายเป็นพุทธบูชา โดยได้มอบให้เป็นของขวัญแก่รัฐบาลอินเดียเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2540 ปัจจุบันบุษบก ดังกล่าวประดิษฐานอยู่กลางห้องโถงทางปีกซ้ายของพิพิธภัณฑสถาน พระบรมสารีริกธาตุมีลักษณะเป็นพระบรมอัฐิขนาดค่อนข้างใหญ่ประมาณ 1 .5 – 2 นิ้ว ซึ่งแตกต่างจากพระบรมสารีริกธาตุที่ประดิษฐานอยู่ที่ปูชนียสถานสำคัญๆ ของไทยที่มักจะมีลักษณะเหมือนเมล็ดข้าวหักเล็กๆ หรือเมล็ดงาสีขาว

นำท่านชม Akshardham หรือ Swaminrayan Akshrdham ณ สถานที่แห่งนี้เป็นตัวอย่างของวัฒนะธรรมอินเดียกว่า 10,000 ปี และ ยังเป็นเสมือนเป็นหัวใจสำคัญของงานสถาปัตยกรรมอินเดียโบราณอย่างแท้จริง ที่แสดงถึงวัฒนธรรมความรุ่งเรืองด้านศิลปะ ตลอดจนแสดงถึงจิตวิญญาณของอินเดีย และยังเป็นสัญลักษณ์ของความสุข ความเจริญ และการปรองดองของมนุษยชาติ นำท่านดูโชว์น้ำพุภายในสถานที่แห่งนี้

ค่ำรับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
นำท่านเข้าที่พัก The Park Hotel หรือเทียบเท่า ภายในเมืองเดลลี
วันที่สอง เดลลี – กวาลิเออร์

04.00รับประทานอาหารเช้าแบบกล่อง พร้อมเช็คเอ้าท์

04.30นำท่านออกเดินทางสู่สถานีรถไฟเพื่อเดินทางสู่ เมืองกวาลิเออร์ เป็นเมืองป้อมปราการโบราณ ที่กลายเป็นเมืองท่องเที่ยวและเป็นศูนย์กลางประวัติศาสตร์ที่สำคัญเมืองหนึ่งของอินเดีย ตั้งอยู่ห่าง จากเมืองอัครา ไปทางทิศใต้ประมาณ 122 กิโลเมตร และอยู่ห่างจากเมืองโภปาล เมืองหลวงของรัฐไปทางทิศเหนือประมาณ 423 กิโลเมตร (รถไฟปรับอากาศ ใช้เวลา4ชั่วโมง)

10.00รถไฟถึง เมืองกวาลิเออร์ จากนั่นนำท่านเดินทางเข้าสู่โรงแรมเพื่อเช็คอินท์

12.00รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

บ่ายนำท่านชมป้อมแห่ง เมืองกวาลิเออร์ โครงสร้างของป้อมเพื่อป้องกันพระราชวังหลักสองแห่งคือ Gujari Mahal และ Man Mandir ซึ่งสร้างโดย Man Singh Tomar ป้อมได้รับการควบคุมโดยผู้ปกครองที่แตกต่างกันหลายแห่งในประวัติศาสตร์ พระราชวัง Gujari Mahal ถูกสร้างขึ้นสำหรับพระราชินีมัรยัญญานี ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์โบราณคดี บันทึกที่เก่าแก่ที่สุดของ "ศูนย์" ในโลกพบในวัดเล็ก ๆ ซึ่งตั้งอยู่บนทางขึ้นด้านบน จารึกอยู่ที่ประมาณ 1,500 ปี ป้อมปราการและสถานที่ได้รับการบำรุงรักษาเป็นอย่างดีและมีอนุสาวรีย์ทางประวัติศาสตร์หลายแห่งรวมทั้งพระราชวังวัดและถังเก็บน้ำ ด้านหน้าวังป้อมตั้งอยู่บนโขดหินทราย Vindhyan บนเนินเขาหินที่โดดเดี่ยวเรียกว่า Gopachal คุณลักษณะนี้ยาวบางและสูงชัน ธรณีวิทยาของหินช่วง Gwalior เป็นหินทรายสีเหลืองปกคลุมไปด้วยหินบะซอลต์ ก่อตัวเป็นหน้าผาที่ตั้งฉากใกล้เคียงกัน แม่น้ำ Swarnrekha เล็ก ๆ ไหลลงมาใกล้กับพระราชวัง ด้านหน้าของป้อมเมื่อเดินลงมาจะพบวัดเชนลักษณะเป็นถ้ำมีชื่อว่า Siddhachal Jain Temple ถ้ำถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 7 ถึง 15 มีวัดสิบเอ็ด Jain อยู่ในป้อมของ Gwalior ที่อุทิศให้กับ Jain Tirthankaras ทางด้านใต้มีวัด 21 แห่งที่ถูกตัดเป็นหินที่แกะสลักไว้อย่างประณีตของ Tirthankaras เทวรูปที่สูงที่สุดคือรูป Rishabhanatha หรือ Adinatha ที่ 1 Tirthankara, 58 ฟุต 4 นิ้ว (17.78 m) แต่ละหน้าถ้ำมีพระแกะสลักมากมาย

จากนั่นชม วัดฮินดู Sas Bahu Temple ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1092-93 โดยราชวงศ์Kachchhapaghata อุทิศเพื่อพระวิษณุลักษณะเป็นรูปทรงเหลี่ยมที่สร้างด้วยหินทรายสีแดงที่มีรูปปั้นและการแกะสลักคานและเสาอย่างงดงามแบบวิจิตรบรรจงหาชมได้ยาก แต่ไม่มีซุ้มประตูปิดบัง

ค่ำรับประทานอาหารค่ำภายในโรงแรม
นำท่านเข้าที่พัก Taj Usha Hotel หรือเทียบเท่า ภายในเมืองกวาลิเออร์
วันที่สาม กวาลิเออร์ – ดาเทีย – ออชา

07.00รับประทานอาหารเช้าภายในโรงแรม พร้อมเช็คเอ้าท์

09.00นำท่านเดินทางสู่ เมืองดาเทีย เมืองโบราณดาเทียถูกล้อมรอบด้วยเขตมัธยประเทศ เขตนี้เป็นส่วนหนึ่งของกองกำลังเมืองกวาลิเออร์ ในมหาภารตะเป็น "Daityavakra" เป็นจุดแสวงบุญสำหรับสาวกของ Siddhapeeth Shri Peetambra Devi ชมพระราชวังเจ็ดชั้น สร้างโดยพระราชาเบอสิงห์ ดีโอ หรือเรียกอีกชื่อว่าพระราชวังเก่า ที่สร้างขึ้นบนเนินเขา สร้างในปลายศตวรรษที่16ต้นศตวรรษที่17 ในพื้นที่บันดาลขาน ภายใต้ราชวงศ์บันเดล่า ราชพุท พระราชวังที่ไม่เคยมีเชื้อพระวงศ์มาพำนักเลย พระราชวังเป็น ยาวเกือบ 80 เมตรและยังนี่เป็นพระราชวังที่สวยงามและแข็งแรง ถูกสร้างขึ้นโดยการใช้เงิน 35 รูปี (78 พันเหรียญสหรัฐ) และใช้เวลาสร้างเก้าปี ตั้งอยู่บนโขดหินที่อยู่ทางด้านตะวันตกของเมืองดาเทียแสดงถึงสถาปัตยกรรมของโมกุลพร้อมด้วยสถาปัตยกรรมราชบัท เป็นที่ใหญ่ที่สุดและมีชื่อเสียงที่สุดของในจำนวนพระราชวังทั้งหมด 52 แห่งที่สร้างโดยพระราชาเบอ สิงห์ ดีโอและสามารถมองเห็นได้ง่ายจากระยะไกล

เที่ยงรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
นำท่านแวะชม วัดเชนสีขาว แห่งเมืองโซนากีรี วัดเชนศักดิ์สิทธิ์ที่สร้าง ออกเดินทางสู่ เมืองออชา เมืองเล็กๆเงียบสงบและสวยงามบนเกาะกลาง แม่น้ำเบตวา สถาปนาขึ้นในศตวรรษที่ 15 โดยผู้ปกครองเมืองบันเดลา (ผู้ปกครองที่มีอำนาจปกครองอินเดียตอนกลางมากมายหลากหลายเมืองในช่วงศตวรรษที่ 16 ) ชื่อว่ารูด้า ประทีปสิงห์ ซึ่งต่อมาได้ราชาภิเษกเป็นพระราชาองค์แรกของเมืองออชา ราวปี1501-1531 และยังสร้างป้อมออชากับวัดชาเตอร์พฤกษ์ วัดนี้ถูกสร้างขึ้นในรัชสมัยของจักรพรรดิ อัคบาร์ โดยสมเด็จพระราชินีแห่งออชาการ์เนชไบ ในขณะราชมานเดอร์ ถูกสร้างขึ้นโดยกษัตริย์ Madhukar ในช่วงปี 1554-1591 การสร้างป้อมนอกจากจะแสดงให้เห็นถึงที่พำนักของมหาราชาและแสดงความยิ่งใหญ่ของกษัตริย์ในขณะนั่นแล้วยังแสดงถึงว่าไม่มีเจ้าเมืองใดสามารถเข้ามาสู้รบหรือยึดครองได้ง่ายๆ

ค่ำรับประทานอาหารค่ำภายในโรงแรม
นำท่านเข้าที่พัก Mahal Hotel หรือเทียบเท่า ภายในเมืองออชา
วันที่สี่ เมืองออชา - เมืองขชุราโห

เช้ารับประทานอาหารเช้าภายในโรงแรม
นำท่านชม ออชาฟอร์ท ด้านในมี พระราชวังราชมาฮาล ที่สร้างโดยพระเจ้าบีร์ซิงห์เดโอ มีห้องภายในถึง132ห้องรวมทั้งห้องพระมเหสี6ห้อง6พระองค์และห้องต่างๆล้วนประดับตกแต่งด้วยภาพเขียนสีต่างๆศิลปะแบบราชปุต-ภัณฑาละ ชม พระราชวังชาร์หังกรี มาฮาล ที่สร้างขึ้นอย่างหรูหราอลังการเพื่อต้อนรับพระเจ้าชาร์หังกรี แห่งราชวงศ์โมกุลเพียงเพื่อพัก1ราตรี วิธีทางการทูตของกษัตริย์นครภัณฑลขัณฑ์ที่ต้องการให้ได้รับคำชมที่สมพระเกียรติ ของพระเจ้าบีร์ซิงห์เดโอ ได้เวลาเดินทางกลับสู่โรงแรมเพื่อเช็คเอ้าท์

เที่ยงรับประทานอาหารกลางวันภายในโรงแรมฯ
จากนั่นเดินทางสู่ เมืองขชุราโห ประมาณ4ชั่วโมงหรือ เมืองคาจูราโฮ เป็นเมืองเล็กๆในเขตรัฐมัธยประเทศ รัฐที่ตั้งอยู่ตรงกลางของประเทศอินเดีย อยู่ห่างจากกรุงนิวเดลีเมืองหลวงของประเทศไปทางตะวันออกเฉียงใต้ ประมาณ 620 กิโลเมตร ปัจจุบันเมืองขชุราโหเป็นเมืองที่มีโบราณสถานแกะสลักประติมากรรมบนหินทรายในแนวกามสูตรแสดงอารมณ์บนลวดลายสลักนูนที่ปราณีตเกินคำบรรยายทำให้นักท่องเที่ยวต้องการมาชมงานแกะสลักแห่งนี้อย่างมากมาย

ค่ำรับประทานอาหารค่ำภายในโรงแรม
นำท่านเข้าที่พัก Clark Hotel หรือเทียบเท่า ภายในเมืองขชุราโห
วันที่ห้า เมืองขชุราโห – เดลลี – กรุงเทพฯ

07.00รับประทานอาหารเช้าภายในโรงแรม พร้อมเช็คเอ้าท์
นำท่านชมกลุ่มอนุสรณ์สถานที่แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มเด่นๆ คือ กลุ่มตะวันตก ตะวันออก และ ใต้ โดยวัดทั้งหมดสร้างขึ้นด้วยหินทรายและได้รับการประดับประดาไปด้วยประติมากรรมจากเทพปกรณัมของศาสนาฮินดู ศาสนาเชน และภาพสลักอีโรติคที่มีเสน่ห์และงดงาม โบราณสถานที่ถูกสร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์คันเดลลาในระหว่าง คริสต์ศักราช 950-1050 ซึ่งส่วนใหญ่เป็นวัดโบราณประมาณ 20 แห่ง ซึ่งประกอบไปด้วยวัดในแบบวัดในศาสนาฮินดูยุคกลาง และวัดเชน โดยวัดเหล่านี้ล้วนแล้วแต่มีชื่อเสียงในเรื่องของประติมากรรมแนวอีโรติค หรือ แนวกามสูตร กลุ่มอนุสรณ์สถานแห่งขชุราโห หรือ วัดแห่งเมือง ขชุราโห ซึ่งมีวัดลักษมันวิศวนาถ มหาเทวาลัยที่สร้างถวายพระวิษณุสร้างจากหินทรายสลักเสลารูปประติมากรรมเทพเจ้า นางอัปสร วิถีชีวิตของชาวเมืองในยุคนั้น ตั้งแต่สาวน้อยแต่งหน้า เขียนจดหมายถึงคนรักพ่อแม่ลูก และรูปกามสูตรอันลือเลื่อง “วัดคัณฑาริยมหาเทพ” และ “ วัดเทวีชัคธัมภะ” ซึ่งสร้างถวายพระศิวะและพระนางทุรคา “วัดจิตรคุปต์” ที่สร้างถวายพระสุริยเทพอันน่าตื่นตาตื่นใจในภาพสลักท่ามกลางความงาม โดยเฉพาะยามอาทิตย์อัสดงที่แต่ละรูปสลักนูนลอยงดงามแสดงอารมณ์อันประณีตเกินคำบรรยาย จากนั่นชมพิพิธภัณฑ์โบราณคดี ซึ่งรวบรวม รูป ปั้นหินแกะสลักในสมัย ราชวงศ์จันทรดิล่า

เที่ยงรับประทานอาหารกลางวันภายในโรงแรมฯ
นำท่านเดินทางสู่สนามบินเพื่อบินกลับสู่เมืองเดลลี

15.15เครื่องบินออกเดินทางสู่สนามบินเดลลี โดยเที่ยวบิน AI405

18.30ถึงสนามบินเดลลี จากนั่นนำท่านต่อเครื่องบินเพื่อบินกลับกรุงเทพฯ

23.30นำท่านต่อเที่ยวบินการบินไทยเพื่อบินกลับกรุงเทพฯ โดยเที่ยวบิน TG316
วันที่หก กรุงเทพฯ

05.25ถึงสนามบินสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ


อัตรานี้รวม

1.ค่าตั๋วเครื่องบินการบินไทยและแอร์อินเดีย น้ำหนักไม่เกิน20กิโลกรัมต่อท่าน
2.ค่าภาษีสนามบินทุกแห่ง
3.ค่าเข้าชมโบราณสถานทุกแห่ง ค่าเข้าพิพิธภัณฑ์ทุกแห่งที่ระบุในรายการ
4.ค่าวีซ่าอินเดียแบบออนไลน์
5.ค่าโรงแรมระดับ 4* ค่าอาหาร พร้อมน้ำดื่ม
6.ค่าประกันการเดินทางเฉพาะอุบัติเหตุ คนละ 1,000,000 บาทพร้อมค่ารักษาพยาบาลคนละ500,000บาท
7.ค่าทิปไกด์ 3USD และคนขับรถ 2USD /วัน รวม 20 ดอลล่าร์ต่อท่าน

อัตรานี้ไม่รวม

1.ค่าใช้จ่ายส่วนตัว อาทิ ค่าโทรศัพท์ ค่าเครื่องดื่ม ค่าซักรีด ฯลฯ
2.ค่าน้ำหนักกระเป๋าที่เกิน 20 กิโลกรัม ( ถ้าเกินทางสายการบินคิดเงินเพิ่ม)
3.ค่านำกล้องถ่ายรูป และกล้องวีดีโอ เข้าไปในสถานที่บางแห่ง (หากมีการเรียกเก็บ)

หมายเหตุ

1.บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนโปรแกรม แต่คำนึงถึงผลประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ
2.บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงรายการท่องเที่ยว กรณีที่เกิดเหตุจำเป็นสุดวิสัย อาทิ การล่าช้าของสายการบิน การนัดหยุดงาน การประท้วง ภัยธรรมชาติ การก่อจราจล อุบัติเหตุ ปัญหาการจราจร ฯลฯ ทั้งนี้จะคำนึงและรักษาผลประโยชน์ของผู้เดินทางไว้ให้ได้มากที่สุด
3.เนื่องจากการท่องเที่ยวนี้เป็นการชำระแบบเหมาจ่ายกับบริษัทตัวแทนในต่างประเทศ ท่านไม่สามารถที่จะเรียกร้องเงินคืน ในกรณีที่ท่านปฎิเสธหรือสละสิทธิ์ ในการใช้บริการที่ทางทัวร์จัดให้ ยกเว้นได้ทำการตกลงหรือ แจ้งให้ทราบ ก่อนเดินทางบริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น หากท่านถูกปฎิเสธการตรวจคนเข้าเมือง และจะไม่คืนเงินค่าทัวร์ที่ท่านชำระมาแล้ว หากท่านถูกปฎิเสธการเข้าเมือง อันเนื่องจากการกระทำที่ส่อไปในทางผิดกฎหมาย หรือการหลบหนีเข้าเมืองในกรณีที่ท่านจะใช้หนังสือเดินทางราชการ (เล่มสีน้ำเงิน) เดินทางกับคณะ บริษัทฯ สงวนสิทธิ์ที่จะไม่รับผิดชอบ หากท่านถูกปฎิเสธการเข้าหรือออกนอกประเทศใดประเทศหนึ่ง เพราะโดยปกตินักท่องเที่ยวใช้หนังสือเดินทางบุคคลธรรมดา เล่มสีเลือดหมู
4.ตั๋วเครื่องบินในการเดินทางเป็นหมู่คณะผู้โดยสารจะต้องเดินทางไป-กลับ หากท่านต้องการเลื่อนวันเดินทางกลับ ท่านจะต้องชำระ ค่าใช้จ่ายส่วนต่างที่สายการบินเรียกเก็บโดยสายการบิน เป็นผู้กำหนด ซึ่งทางบริษัทฯ ไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงได้ และในกรณีที่ยกเลิกการเดินทาง ถ้าทางบริษัทได้ออกตั๋วเครื่องบินไปแล้ว ผู้เดินทางต้องรอ Refund ตามระบบของสายการบินเท่านั้น (ในกรณีที่ตั๋วเครื่องบินสามารถทำการ Refund ได้เท่านั้น) ท่านที่จะออกตั๋วเครื่องบินภายในประเทศ เช่น เชียงใหม่ ภูเก็ต หาดใหญ่ ฯลฯ โปรดแจ้งฝ่ายขายก่อนเพื่อขอคำยืนยันว่าทัวร์นั้นๆ ยืนยันการเดินทาง แน่นอน หากท่านออกตั๋วภายในประเทศโดยไม่ได้รับการยืนยันจากพนักงาน แล้วทัวร์นั้นยกเลิก บริษัทฯไม่สามารถรับผิดชอบค่าใช้จ่ายใดๆที่เกี่ยวข้องกับตั๋วเครื่องบินภายในประเทศได้เมื่อท่านจองทัวร์และชำระมัดจำแล้ว หมายถึงท่านยอมรับในข้อความและเงื่อนไขที่บริษัทฯแจ้งแล้วข้างต้น
5.โรงแรมและห้อง ห้องพักในโรงแรมเป็นแบบห้องพักคู่ ( TWN/DBL ) ในกรณีที่ท่านมีความประสงค์จะพักแบบ 3 ท่าน / 3 เตียง ( TRIPLE ROOM ) ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของห้องพักและรูปแบบของห้องพักของแต่ละโรงแรม ซึ่งมักมีความแตกต่างกัน ซึ่งอาจจะทำให้ท่านไม่ได้ห้องพักติดกันตามที่ต้องการ หรือ อาจไม่สามารถจัดห้องที่พักแบบ 3 เตียงได้โรงแรมหลายแห่งในยุโรป จะไม่มีเครื่องปรับอากาศเนื่องจากอยู่ในแถบที่มีอุณหภูมิต่ำ เครื่องปรับอากาศที่มีจะให้บริการในช่วงฤดูร้อนเท่านั้นในกรณีที่มีการจัดประชุมนานาชาติ TRADE FAIRกรุณางดนำของมีคม ทุกชนิด ใส่ในกระเป๋าใบเล็กที่จะถือขึ้นเครื่องบิน เช่น มีดพับ กรรไกรตัดเล็บทุกขนาด ตะไบเล็บ เป็นต้น กรุณาใส่ในกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ห้ามนำติดตัวขึ้นบนเครื่องบินโดยเด็ดขาดวัตถุที่เป็นลักษณะของเหลว อาทิ ครีม โลชั่น น้ำหอม ยาสีฟัน เจล สเปรย์ และเหล้า เป็นต้น จะถูกทำการตรวจอย่างละเอียดอีกครั้ง โดยจะอนุญาตให้ถือขึ้นเครื่องได้ไม่เกิน 10 ชิ้น ในบรรจุภัณฑ์ละไม่เกิน 100 ml. แล้วใส่รวมเป็นที่เดียวกันในถุงใสพร้อมที่จะสำแดงต่อเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตามมาตราองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ ( ICAO )หากท่านซื้อสินค้าปลอดภาษีจากสนามบิน จะต้องปิดผนึกถุงโดยระบุ วันเดินทาง เที่ยวบิน จึงสามารถนำขึ้นเครื่องได้ และห้ามมีร่องรอยการเปิดปากถุงโดยเด็ดขาด

สัมภาระและค่าพนักงานยกสัมภาระ
สำหรับน้ำหนักของสัมภาระที่ทางสายการบินอนุญาตให้โหลดใต้ท้องเครื่องบิน คือ 20-30 กิโลกรัม (สำหรับผู้โดยสารชั้นประหยัด/ Economy Class Passenger ซึ่งขึ้นกับแต่ละสายการบิน) การเรียกเก็บค่าระวางน้ำหนักเพิ่มเป็นสิทธิ์ของสายการบินที่ท่านไม่อาจปฎิเสธได้ หาก น้ำหนักกระเป๋าเดินทางเกินกว่าที่สายการบินกำหนด สำหรับกระเป๋าสัมภาระที่ทางสายการบินอนุญาตให้นำขึ้นเครื่องได้ ต้องมีน้ำหนักไม่เกิน 7 กิโลกรัมและมีความกว้าง ( 9.75 นิ้ว ) + ยาว ( 21.5 นิ้ว ) + สูง ( 18 นิ้ว ) ในบางรายการทัวร์ ที่ต้องบินด้วยสายการบินภายในประเทศ น้ำหนักของกระเป๋าอาจจะถูกกำหนดให้ต่ำกว่ามาตราฐานได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของแต่ละสายการบิน บริษัทขอสงวนสิทธิ์ไม่รับภาระ ความรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในน้ำหนักส่วนที่เกินกระเป๋าและสัมภาระที่มีล้อเลื่อนและมีขนาดใหญ่เกินไป ไม่เหมาะกับการเป็นกระเป๋าถือขึ้นเครื่องบิน (Hand carry)การชดเชยค่ากระเป๋าในกรณีเกิดการสูญหาย ของมีค่าทุกชนิด ขอแนะนำไม่ควรใส่เข้าไปในกระเป๋าใบใหญ่ที่เช็คไปกับเครื่อง เพราะหากเกิดการสูญหาย สายการบินจะรับผิดชอบชดใช้ตามกฎไออาต้าเท่านั้น ซึ่งจะชดใช้ให้ประมาณ กิโลกรัมละ 20 USD คูณด้วยน้ำหนักกระเป๋าจริง ทั้งนี้จะชดเชยไม่เกิน USD 400 กรณีเดินทางชั้นธรรมดา (Economy) หรือ USD 600 กรณีเดินทางชั้นธุรกิจ (Business) ดังนั้นจึงไม่แนะนำให้โหลดของมีค่าทุกประเภทลงกระเป๋าใบใหญ่

กรณีกระเป๋าใบใหญ่เกิดการสูญหายระหว่างการท่องเที่ยว (ระหว่างทัวร์ไม่ใช่ระหว่างบิน) ซึ่งอยู่ในความความรับผิดชอบของหัวหน้าทัวร์ โดยปกติประกันภัยการเดินทางที่บริษัททัวร์ได้จัดทำให้ลูกค้าจะไม่ครอบคลุมค่าชดเชยในกรณีกระเป๋าใบใหญ่สูญหาย อย่างไรก็ตาม บริษัทฯจะพิจารณาชดเชยค่าเสียหายให้ท่าน โดยชดใช้ตามกฎของสายการบินเท่านั้น นั่นหมายถึงจะชดเชยตามน้ำหนักกระเป๋า คูณ ด้วยค่าชดเชย USD 20 ต่อกิโลกรัมเท่านั้น ดังนั้นท่านจึงไม่ควรโหลดของมีค่าทุกประเภทในกระเป๋าใบใหญ่ เพราะหากเกิดการสูญหาย ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์การชดเชยค่าเสียหายตามรายละเอียดข้างต้นเท่านั้นกรณีกระเป๋าใบเล็ก (Hand Carry) เกิดการสูญหาย บริษัทฯ ไม่สามารถรับผิดชอบชดเชยค่าเสียหายให้ท่านได้ ดังนั้นท่านต้องระวังทรัพย์สินส่วนตัวของท่าน

 

1.ส่งสำเนาหนังสือเดินทาง พร้อมชำระเงินท่านละ 10,000 บาท
2.ค่าทัวร์ส่วนที่เหลือ ชำระก่อนการเดินทางประมาณ 20 วันทำการ


สอบถามรายการทัวร์นี้:

สอบถามทัวร์อินเดีย ทัวร์ขชุราโห กวาลิเออร์ ออชา เมืองมรดกโลก ล้ำค่า
ชื่อลูกค้า: อีมเล์:  เบอร์โทร:

คำค้นหา:  ทัวร์อินเดีย ทัวร์ขชุราโห
TOP