ทัวร์อุซเบกิสถาน เยือนเส้นทางสายไหมในเอเชียกลาง 8 วัน 6 คืน โดยสายการบินอุซเบกิสถานแอร์เวย์

 

Uzbekistan Airways   บินภายใน: 3 รอบ
  มาตรฐานโรงแรม:
8 วัน   6 คืน
yes มีหัวหน้าทัวร์ไทย
yes รวมประกันอุบัติเหตุการเดินทาง
yes ปลอดภัยชำระค่าบริการผ่านบัญชีธนาคารบริษัทฯ
บริษัททัวร์

Tour Highlights

เอเซียกลางหรือเอเซียไมเนอร์เป็นแหล่งอารยธรรมเก่าแก่ของโลกมาช้านาน ผู้ที่เคยศึกษาประวัติศาสตร์จะทราบดีว่า อารยธรรมยุคแรก ๆ ของโลกได้แก่บริเวณลุ่มแม่น้ำไทกริสและยูเฟรติส ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของอารยธรรมในเอเซียกลาง ดินแดนที่เป็นประเทศอุซเบกิสถานในปัจจุบันนี้ มีประวัติความเป็นมาที่ยาวนานวัฒนธรรมอันหลากหลายได้หลั่งไหลเข้ามายังดินแดนแถบนี้อย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลาหลายพันปีมาแล้ว ดินแดนนี้เคยตกอยู่ภายใต้การปกครองของอาณาจักรมองโกลและแผ่นดินจีน ได้รับเอาวัฒนธรรมฮินดูและพุทธศาสนาจากอินเดีย ต่อมาศาสนาอิสลามก็ได้เข้ามามีบทบาทในสังคมตราบจนถึงทุกวันนี้ และท้ายสุดยังเป็นส่วนหนึ่งในระบบสังคมนิยมของอาณาจักรโซเวียต ดังนั้นอุซเบกิสถานจึงเป็นดินแดนที่ร่ำรวยมากด้วยวัฒนธรรมที่ควรค่าแก่การไปเยือนอย่างยิ่ง

วันเดินทางและอัตราค่าบริการ

ทัวร์อุซเบกิสถาน เยือนเส้นทางสายไหมในเอเชียกลาง 8 วัน 6 คืน โดยสายการบินอุซเบกิสถานแอร์เวย์ (ราคา / ท่าน)
กำหนดการเดินทาง ผู้ใหญ่ พัก 2 ท่าน เด็กพักกับผู้ใหญ่ เด็ก เสริมเตียง พักเดี่ยว เพิ่ม
27 ก.พ. 61 - 6 มี.ค. 61 69,900 69,900 69,900 8,000
จองทัวร์  
20 มี.ค. 61 - 27 มี.ค. 61 69,900 69,900 69,900 8,000
จองทัวร์  
10 เม.ย. 61 - 17 เม.ย. 61 69,900 69,900 69,900 8,000
จองทัวร์  
8 พ.ค. 61 - 15 พ.ค. 61 69,900 69,900 69,900 8,000
จองทัวร์  

 

รายละเอียด: ทัวร์อุซเบกิสถาน เยือนเส้นทางสายไหมในเอเชียกลาง 8 วัน 6 คืน โดยสายการบินอุซเบกิสถานแอร์เวย์

วันแรก กรุงเทพฯ – ทัชเคนท์

08.00พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ เคาน์เตอร์สายการบินอุซเบกิสถานแอร์เวย์ ประตูที่ 10 แถวW6

10.40ออกเดินทางสู่ เมืองทัชเคนท์ โดยสายการบินอุซเบกิสถานแอร์เวย์ เที่ยวบินที่ HY 532

15.30ถึง ทัชเคนท์ เมืองหลวงของประเทศ อุซเบกิสถาน หลังจากผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร เมืองหลวงทัชเคนท์ที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของประเทศ มีความหมายว่า เมืองแห่งศิลา (The City of Stone) เป็นเมืองที่ใหญ่ประกอบไปด้วยโรงงานอุตสาหกรรมและเป็นศูนย์กลางของ วัฒนะธรรมในเอเชียกลางมีประชากรประมาณ3 ล้านคนเป็นเมืองที่ถูกล้อมรอบด้วยประเทศที่ไม่มีทางออกสู่ทะเล

นำท่านชมพิพิธภัณฑ์ MUSEUM OF HISTORY ซึ่งมีวัตถุโบราณมากมายตั้งแต่ก่อนยุคประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจมากที่สุดคือ พระพุทธรูปที่มีอายุเก่าแก่ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 1-2 ที่ยังสมบูรณ์มากและประวัติเส้นทางสายไหมที่ยิ่งใหญ่ในอดีตที่หาดูได้ยาก

เย็นรับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
นำท่านเข้าพักที่โรงแรม TASHKENT CITY HOTEL 4* หรือเทียบเท่า
วันที่สอง ทัชเค้นท์ - บุคาร่า

08.00รับประทานอาหารเช้าภายในโรงแรมฯพร้อมเช็คเอ้าท์
นำท่านออกเดินทางสู่สนามบินเพื่อบินสู่ เมืองบุคาร่า ออกเดินทางสู่สนามบินทัชเค้นท์ โดย HY1337

10.25ชม พระราชวังซิโนราน โมคี โคซา (Sitoran Mokhi-Khosa Palace)ซึ่งเป็นของ ข่านอาเมียร์ อักคาด
(Amir Akhadkhan )ถูกสร้างขึ้นในราวศตวรรษที่ 19 เป็นการผสมผสานระหว่างศิลปะตะวันตกกับศิลปะร่วมสมัย โดยการส่งช่างสถาปัตยกรรมของเมืองนี้ไปยังเมืองเซ้นต์ปีเตอร์สเบิร์ก เพื่อศึกษาดูงานการก่อสร้างที่สวยที่สุด

เที่ยงรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
นำท่านชม เมืองบูคาร่า (Bukhara) เป็นเมืองศูนย์กลางการปกครองของจังหวัดบูคาร่า ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ ในอดีตเป็นเมืองโบราณที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งที่ถูกสร้างขึ้นบนเนินเขา สำหรับประกอบพิธีทาง ศาสนาในฤดูใบไม้ผลิ และยังเป็นเมืองที่กำเนิดงานเขียนของผู้ที่นับถือศาสนาโซโรแอสเตอร์ เป็นที่อยู่ของบุคคล สำคัญ มีสุเหร่า อนุสาวรีย์ อนุสรณ์สถาน โรงเรียนสอนศาสนา ฯ และยังได้ชื่อว่าเป็นเมืองในเทพนิยาย และที่ สำคัญเป็นเมืองที่ตั้งอยู่บนเส้นทางการค้าขายที่มีชื่อว่า เส้นทางสายไหม และได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดก โลกในปี ค.ศ.1993 เมืองนี้มีโบราณสถานมากมายสำหรับเยี่ยมชม เช่น

ป้อมดิอาร์ค (The Ark Fortress) ซึ่งเป็นป้อมเก่าแก่สร้างในศตวรรษที่ 5 ตั้งอยู่ใจกลางเมือง และเมื่อขึ้นไปด้านบนของป้อมจะสามารถเห็นวิวทิวทัศน์ของเมืองได้อย่างชัดเจนและกล่าวกันว่าครั้งหนึ่งในอดีตมีผู้อาศัยอยู่ในป้อมแห่งนี้ถึง 3,000 คน ตัวป้อมสามารถใช้เป็นเกาะกำบังสำหรับป้องกันศัตรูที่จะเข้ามารุกราน

ชม ที่ฝังพระศพแห่งซามานิดส์ ตั้งอยู่ในเขตเมืองเก่าบริเวณสวนสาธารณะซามานี สร้างโดยกษัตริย์ อีสมาอิล ซามานี (Ismail Samani Mausoleum ) ซึ่งเป็นกษัตริย์ที่ได้ปกครองอยู่ ที่นครนี้ในสมัยของอาณาจักรเปอร์เซียที่รุ่งเรืองในบริเวณเอเซียกลาง ที่ฝังศพนี้สร้างในปี ค.ศ. 892 และสำเร็จในปี ค.ศ.943 อาคารเป็นรูปทรงลูกบาศก์ก่ออิฐ โดยใช้อิฐที่ก่อสร้างเป็นลวดลายในตัวเอง และได้รับการยกย่องว่าเป็น สถาปัตยกรรมที่สวยงามของเอเชียกลาง

นำท่านชม โบโล เค้าซ คอมเพล็ก (Bolo Khauz Complex ) สถานที่ที่ตั้งอยู่ในใจกลางเมืองเป็นอาคารสุเหร่าในสมัย กลางของบริเวณเอเซียกลางถูกสร้างขึ้นไปปี ค.ศ.1712-1713 รูปแบบในการก่อสร้างประกอบไปด้วยเสาไม้ที่มี ความสูงมาก อาคารด้านหน้ามีเสาไม้ประดับมากกว่า 20 ต้นรองรับดาดฟ้าหลังคา ต่อมาในปี ค.ศ.1917 เมื่ออา เมียร์ได้เข้ามาปกครอง ก็ได้ใช้สถานที่แห่งนี้เป็นสุเหร่าอย่างเป็นทางการมาจนถึงปัจจุบันนี้

ชม เลียบีเฮ้าซ์ (Lyab i Hauz) เป็นสถานที่สำหรับสอนศาสนาที่ตั้งอยู่บริเวณริมสระน้ำที่ให้ความร่มรื่นกับผู้ที่เข้ามายังสถานที่แห่งนี้ ถูก สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1620 และบริเวณมุมรอบๆ สระจะมีต้นมัลเบอร์รี่ (ต้นหม่อน) ที่ได้ปลูกเอาไว้หลายร้อยปี ที่ เหลืออีก 3 ด้านของสระน้ำจะประกอบไปด้วย โรงเรียนสอนศาสนา คูเคลดาสช (Kukeldash) ที่ถูกสร้างขึ้นทาง ด้านเหนือในปี ค.ศ.1568-1569 และอีกสองด้านที่เหลือทางด้านตะวันตกจะถูกสร้างเป็นตำหนักสำหรับเป็น บ้านพัก คือ คานาค่า (Khanaka) สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1620 และสำหรับด้านตะวันออกจะเป็นสถานที่ สำหรับสอน ศาสนา คือ นาเดียร์ ดีวาน เบกี (Nadir Divan Begi Madrasah) ที่ถูกสร้างขึ้นในในปี ค.ศ.1622

ชม หอคอยโพลิ คัล ยาน (Poli Kalyan Ensemble and Minanet) ถูกสร้างขึ้นในปีค.ศ.1127 โดยอาสลาน ข่าน แห่งราชวงศ์คารานิดอยู่ ในการปกครองของบูคาร่า และสามารถทำให้ผู้พบเห็นต้องตกตะลึงถึงความโอ่อ่างดงาม รูปร่างของหอนี้ส่วนที่ สูงที่สุดเป็นทรงกลม หอนี้ได้ถูกออกแบบเพื่อใช้ในการเรียกประชุมชาวมุสลิมเพื่อมาทำละหมาด หอหลักตั้งอยู่ใกล้กับ สุเหร่าคัลยาน (Kalyan Mosque) ได้ถูกซ่อมแซมขึ้นใหม่ในศตวรรษที่ 15 เพราะว่าเกิดการทรุดตัวเนื่องจากพื้นดินนิ่มเกินไป เลือกซื้อสินค้าที่โดมอันยิ่งใหญ่มากคือ ทากิ (Taqi Trading Domes) มีอยู่ 3 ส่วน คือ ทากิ ซาร์การอน( Taqi Zargaron) ซึ่งเป็นโดมที่พวกอินเดียทำการค้าขายและแลกเงินตรา ทากิซาร์ราฟอน (Taqi Sarrafon) เป็น โดมที่ ค้าขายเกี่ยวกับสิ่งมีค่าอัญมนีต่างๆ และทากิ เทลปัก ฟูรูโช่น ( Taqi Telpak Furushon) เป็นโดมที่ค้าขายของที่เป็น สินค้าสำหรับทั่วๆไป รวมทั้งของที่ระลึก เช่น ชาหอม หมวกขนแกะ พรม ผ้าที่เย็บด้วยมือ และ สินค้าอื่นๆอีกมากมาย ชมที่ฝังศพของชัสห์ มา อายุบ (Chashma Ayub) ซึ่งเป็นนักบุญที่เคยเดินทางมาที่เมืองนี้ และ มีบ่อน้ำซึ่งเชื่อกันว่านักบุญอายุบ ใช้ไม้ เท้าเนรมิตบ่อน้ำนี้เพื่อเป็นน้ำที่รักษาโรคได้

เย็นรับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
หลังจากนั้น กลับโรงแรมที่พัก ASIA BUKHARA HOTEL 4* หรือเทียบเท่า
วันที่สาม บุคารา – เมืองชาห์ริซาบซ์ - ซาร์มาร์คานต์

08.00รับประทานอาหารเช้าภายในโรงแรมพร้อมเช็คเอ้าท์
นำท่านออกเดินทางไปยัง เมืองชาห์ริซาบซ์ (Shahrisabz) ตั้งอยู่ในจังหวัดคาสห์กาดาร์โยอยู่ทางด้านตะวันออกเฉียงใต้ห่าง313กม.ประมาณ 4ชม. ซึ่งเป็นบ้านเกิดของของตีมูร์

12.30รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่นใน เมืองชาริซาบซ์
นำท่านเที่ยวชมความสวยงามของ เมืองชาห์รีซาบซ ในอดีตเคยเป็นเมืองที่มีความสำคัญของเอเชียกลาง และที่สำคัญที่สุดเป็นบ้านเกิดของข่านผู้ยิ่งใหญ่ คือ ข่านตีมูร์ (Timur Khan) เกิดเมื่อวันที่ 8 เมษายน ปี ค.ศ.1336 และ เสียชีวิตเมื่อวันที่ 19 มกราคม ปี ค.ศ.1405 รวมมีอายุได้ 68 ปี ชมโบราณสถาน พระราชวังอัคซาราย (AkSaray Palace) ข่านตีมูร์หวังว่าจะสร้างให้เป็นพระราชวังที่ยิ่งใหญ่เช่นเดียวกันกับ มัสยิดบิบี คานุม ซึ่งถูกสร้างโดยช่างที่ ถูกเกณฑ์มาจากโครเอเชียและอะเซอร์ไบจาน ที่มีความชำนาญในเรื่องการทำกระเบื้องเคลือบ ด้านทางเข้าของพระ ราชวังเป็นอาคารมีขนาดสูงประมาณ 65 เมตร และปากทางเข้ามีความสูงประมาณ 40 เมตร กว้างประมาณ 22 เมตร

สู่จัตุรัสหินอ่อนที่มีความกว้างประมาณ 100 เมตร ในอดีตห้องรับรองจะถูกตกแต่งด้วยทองคำโมสคเคลือบ สีเงิน สีขาวและสีทอง สุเหร่าค๊อกกุมบาซ (Kok Gumbaz Mosque) เป็นโดมขนาดใหญ่ที่มีสีน้ำเงินสดใส ถูกสร้าง ขึ้นในศตวรรษที่ 15 โดย่ข่านอูลุก เบค เพื่อถวายแด่บิดาของพระองค์ รวมทั้งสุสานของอาจารย์ของพระบิดาที่ใน บริเวณใกล้เคียงกันและสถานที่ที่ข่านตีมูร์เตรียมไว้ฝังศพของตนเอง แต่ศพของท่านถูกนำไปฝังไว้ที่ซามาร์คานด์

นำท่านออกเดินทางไป เมืองซามาร์คานด์ ซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณ 80 กม.

เย็นรับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
นำเข้าที่พักโรงแรม SAMARKAND HOTEL พักที่ซาร์มาร์คานด์ 4*หรือเทียบเท่า
วันที่สี่ ซาร์มาร์คานต์

07.00รับประทานอาหารเช้าภายในโรงแรมฯ
นำท่านชม ซามาร์คานด์ (Samarkand)เป็นเมืองเก่าแก่ที่สุดเมืองหนึ่งในเอเชียกลาง ตั้งอยู่ในโอเอซิสซึ่งได้รับน้ำมา จากคลองที่ขุดมาจากแม่น้ำซารัฟชาน ได้รับสมญานามว่า เมืองแห่งโดมสีฟ้า(The City of Blue Domes) ในประ วัติศาสตร์ถ้านับย้อนหลังไปหลายร้อยปี และยังได้ชื่อว่าเป็นต้นกำเนิดแห่งนิยาย1001อาหรับราตรี (1001 Arabian Nights) และได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกใน ปี ค.ศ. 2001

ชม สุเหร่าบิบิ คะนุม (Bibi Khanum Mosque) เป็นสุเหร่าที่ถูกสร้างขึ้นมาและใหญ่ที่สุดในโลกอิสลาม เพื่อแสดงให้เห็นถึงพลังอำนาจที่สามารถปกครองดินแดนได้มากกว่าใครในประวัติศาสตร์ เริ่มสร้างเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม ปีค.ศ.1399 ใช้เวลาก่อสร้างนาน 5 ปี ใช้ ช่างฝีมือ 200 คน แรงงาน 500 คน ช้างอีก 95 เชือก ปัจจุบันยังคงโดดเด่นตระหง่านเหนือเมือง โดยเฉพาะตัวโดม ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของเมืองนี้ ภายในตกแต่งด้วยหินอ่อนแกะสลักโมเสครูปร่างต่างๆเคลือบด้วยสีฟ้างดงาม เขียนภาพและอักษรด้วยน้ำเงินและทอง และที่หน้าสุเหร่ายังมีแท่นซึ่งเดิมวางคัมภีร์อัลกุรอานที่ใหญ่ถึง 2 เมตร

ชม จตุรัสเรจีสถาน( Registan Square) เป็นจัตุรัสกลางเมืองที่มีชื่อเสียงและยิ่งใหญ่งดงามไปด้วยศิลปะอิสลาม ซึ่ง ถูกกล่าวขานว่ามีความงดงามที่สุดในเอเชียกลาง ตกแต่งด้วยกระเบื้องเคลือบสีฟ้าตัดขอบด้วยสีเหลือง รายล้อมไป ด้วยโรงเรียนสอนศาสนา (Madrasah) ถึง 3 แห่ง คืออูลุค เบก (Ulug Beg) ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตก ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1417-1420 และเชียร์ดอร์ (Shir Dor) ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออก ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ.1619-1636 โดยเลียนแบบ มาจากอูลุค เบค ผนังกำแพงมีลวดลายรูปทรงเลขาคณิต และซุ้มประตูมีรูปเสือลายพาดกลอน ที่แตกต่างไปจาก สถาปัตยกรรมทั่วๆไปของศาสนาอิสลาม ส่วนทิลยา คารี (Tilya Kari) ถูกสร้างขึ้นอยู่ทางด้านเหนือ ในศตวรรษที่ 17 และใช้เวลาสร้างประมาณ 20 ปี ซึ่งผนังและซุ้มในกำแพงมีการปิดทองมากกว่าที่อื่นใด

เที่ยงรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

บ่ายนำท่านชม สถานที่ฝังศพกูริ อาเมียร์ (Gur-Emir Mausoleum ) ถูกสร้างขึ้นเพื่อให้เป็นที่ฝังศพของ
สุลต่าน มูฮัม หมัด (Sultan Muhammad )ซึ่งเป็นหลานรักที่เสียชีวิตในเปอร์เซีย สร้างขึ้นโดยข่านตีมูร์ในปี ค.ศ.1403 มีประตู ทางเข้าก่ออิฐปูนตั้งเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าซุ้มโค้ง มีโดมสี ฟ้าผิวลอนกระดูกงูสูงประมาณ 36 เมตร ผนังห้องและ เพดานโค้ง ภายในประดับด้วยกระเบื้องอิฐ เผาลงด้วยลายสีทอง สีอำพัน สีฟ้าน้ำทะเลแต่ก่อนหน้านั้นในปี ค.ศ. 1380 ข่านตีมูร์ได้โปรดให้สร้างที่ฝังศพของพระองค์เตรียมไว้ก่อนที่บ้านเกิด คือ เมืองชาห์ริซาบซ์ แต่ในระหว่างที่ ได้ยกทัพไปบุกจีน ข่านตีมูร์ได้เกิดเป็นโรคปอดบวมและสิ้นพระชนม์ เมื่อปี ค.ศ.1405 จึงได้นำพระศพเดินทาง กลับมาภายใน 24 ชม.เพื่อฝังตามหลักศาสนา แต่ก็ไม่สามารถทำได้ทันเวลา จึงได้ฝังไว้ก่อนที่กูริ อาเมียร์ และต่อ มาก็ได้ใช้เป็นสุสานของผู้ปกครองนครซามาร์คานด์หลายพระองค์ สถานที่แห่งนี้มีความโดดเด่นทางด้านสถาปัตย กรรมจนเป็นที่เลื่องลือไปทั่วโลกชมหอดูดาวอูลุก เบค (Ulug Beg Observatory) เป็นสถานที่เก็บอุปกรณ์ที่ใช้ดูดาว สร้างโดย ข่านอูลุข เบค ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความอัจฉริยะทางดาราศาสตร์ของท่าน ถูกสร้างในปี ค.ศ. 1428-1429 เป็นอาคาร 3 ชั้น สูงประมาณ 30 เมตร มีด้านบนยอดคล้ายกับโดมสถานที่แห่งนี้แสดงถึงเรื่องราวทางดาราศาสตร์ สิ่งประดิษฐ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ อุปกรณ์ดูดาวของท่านข่านที่ท่านเคยคำนวณรอบปีผิดไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้นหลัง จากที่ท่านเสียชีวิตสถานที่แห่งนี้ได้รับความเสียหายจากพวกขโมยและพวกคลั่งศาสนา แต่ชั้นล่างมิได้ถูกทำลาย และต่อมาได้รับการซ่อมแซมขึ้นใหม่ในปี ค.ศ.1929

นำท่านชม ชาห์ อิ ซินดา (Shah i Zinda Complex) ซึ่งมีความหมายว่า เป็นที่อยู่ของกษัตริย์ (TheLiving King / Necropolis) เป็นสถานที่รวมสุสานขนาดใหญ่ ซึ่งตั้งอยู่บนเนินเขา อัฟราซิยาบ (Afrasiyab) นอกกำแพงเมืองเก่า ใช้เป็นที่ฝังศพมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 9-14 และเป็นความคิดของข่านตีมูร์ที่ต้องการให้สถานที่แห่งนี้เป็นศูนย์กลาง ของที่ฝังศพของบุคคลที่มีชื่อเสียง มีอาคารหลายยุคหลายสมัยมากกว่า 20 แห่งให้ศึกษารวมทั้งกระเบื้องเคลือบ โบราณที่สวยงาม

19.00รับประทานอาหารค่ำและกลับโรงแรมที่พักเดิม
วันที่ห้า ซาร์มาร์คานต์ – ทัชเคนท์

09.00หลังจากอาหารเช้าภายในโรงแรมฯพร้อมเช็คเอ้าท์
นำท่านออกเดินทางไปยัง เมืองทาซเค้นท์ ที่อยู่ทางด้านเหนือ ห่างประมาณ 280 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชม.

กลางวันรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารในเมืองทัชเค้นท์
นำท่านเดินชม CHORSU BAZAAR ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นตลาดบนเส้นทางสายไหม สัมผัสกับบรรยากาศแบบย้อนยุคอย่างที่เป็นในสมัยโบราณแต่รื้อฟื้นขึ้นมาใหม่ท่านจะสนุกกับการจับจ่ายซื้อของในตลาดบาร์ซาร์ ที่มีผ้าแพรพรรณ พรม เครื่องทองเหลือง ผ้าขนสัตว์ เครื่องหนัง และ สินค้าพื้นเมืองมากมาย

เย็นรับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
นำท่านเข้าพักที่โรงแรม TASHKENT CITY HOTEL 4*หรือเทียบเท่า
วันที่หก ทัชเคนท์ – คีว่า – ทัชเค้นท์

07.00รับประทานอาหารเช้า นำท่านเดินทางสู่สนามบิน (ไม่ต้องเช็คเอ้าท์ออกจากโรงแรม)

08.00ออกเดินทางโดยสายการบินภายในประเทศ สายการบินอุซเบกิสถานแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ HY1055 ใช้เวลาบินประมาณ1.30 ชั่วโมง

10.20เดินทางมาถึง สนามบินอูร์เก้นช นำท่านเดินทางต่อไปทางด้านตะวันออกเฉียงใต้สู่เมืองคีว่า ซึ่งเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรโบราณ เมืองคีว่า (Khiva) ซึ่งได้รับการกล่าวขวัญว่าเป็นเมืองที่มีโดมนับพันโดม (The City of a Thousand Domes) มีสถานท่องเที่ยวที่สำคัญตั้งอยู่ในกำแพงเมืองเก่า ที่เรียกว่า อินชานคาร่า (Ichan Kala) และ ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกในปี ค.ศ.1990 ก่อนเข้าถึงเมืองเก่านำท่านแวะชมวังนูรูลาแบร์ ด้านในถูกแบ่งออกเป็น7ห้องที่นำการตกแต่งผสมผสานระหว่างยุโรปกับรัสเซียมีประมาณ7ห้องที่ยังคงร่องรอยความงดงามการตกแต่งได้อย่างดีเยี่ยม

เดินทางเข้าสู่เมืองเก่าผ่านกำแพงหนาก่อด้วยอิฐยาวเกือบ 6กิโลเมตรและสูงเกือบ8เมตร หนาประมาณ 4-6 เมตร ภายในกำแพงมีสถาปัตยกรรมมากมาย เริ่มต้นนำท่านชมแผนที่เส้นทางโบราณสายไหมที่ประดับอยู่ด้านหน้าเมืองอินชานคาร่า และรูปปั้นนักคณิตศาสตร์ Al-Khorezmis ที่มีชื่อเสียง

นำท่านไปชม คุนยาอาร์ค (Kunya Ark) ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง ด้านในมีอนุสรณ์ ราชวัง สุเหร่า โรงเรียนสอนศาสนาและหอคอย ฮาเร็ม ท้องพระโรง โรงกษาปณ์ และโรงม้า ที่ตกแต่งประดับด้วยกระเบื้องสีอย่างงดงาม ฯลฯ ชม โรงเรียนสอนศาสนาของ มูฮัมหมัด อามินข่าน มาดาสซ่าห์ (Muhammad Aminkhan Madrassah) ที่ปัจจุบันถูกพัฒนามาเป็นโรงแรมให้นักท่องเที่ยว ชมรูปแบบและศิลปะในการก่อสร้างที่บ่งบอกถึงความคิดของคน ในสมัยนั้นที่มีความสามารถและความละเอียดอ่อนในการสร้าง ชมโรงเรียนสอนศาสนา (Islam Khoja Madrassah) ประดับความสวยงามแบบศิลปะอิสลามของ กระเบื้องทุกแผ่นที่ใช้ในการตกแต่งภายนอกและภายในสถานที่แห่งนี้ ได้ถูกสร้างโดย อิสลาม โคจา ผู้มีบทบาทในการดูแล และเผยแผ่ศาสนา สร้างสุเหร่ามัสยิด โรงเรียน และยังมีหอคอยมินาเรต์ที่สูงที่สุดประมาณ 57 เมตร ปัจจุบันพัฒนามาเป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะ ชมศูนย์รวมแหล่งช๊อปปิ้ง ที่ พาลวานคารี คอมเพล็ค (Palvankari Complex) ที่เป็นศูนย์กลางค้าขายของคาราวาน ซึ่งในช่วงศตวรรษที่ 18 กองคาราวานได้ ใช้สถานที่ แห่งนี้เป็นที่หยุดพักหลังจากเดินทางมาแรมไกลจากเอเชียไปทางด้านตะวันตกและก็กลับมา และยังเป็นจุดที่มีการ แลกเปลี่ยนสินค้าต่างๆอีกด้วย

เที่ยงรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
ชม มัสยิดประจำเมืองมัสยิด จูมา (DJuma Mosque) สร้างในศตวรรษที่ 18 เป็นอีกมัสยิดหนึ่งที่มีการออกแบบที่ แตกต่างจากมัสยิดอื่นซึ่งอยู่ในเมืองคีว่า ตัวมัสยิดเป็นแบบชั้นเดียวมีพื้นที่ประมาณ 2500 ตร.ม. จะประกอบไป ด้วยเสาไม้ 213 ต้น จะมีการแกะสลักเสาก่อนจะนำมาสร้างมัสยิด และจากลวดลายการแกะสลักที่เสาจะมีการ นำเอาลวดลายการแกะสลักแบบอินเดีย บ้างก็ แกะสลักด้วยภาษาคูฟิก เสาบางต้นก็แกะสลักเป็นรูปดอกไม้เลื้อย ซึ่งมีเสาบางต้น

ชม พระราชวังทัช คอบลี ( Tash Khouli /Stone Yard Palace) เป็นพระราชวังฤดูร้อน ที่มีรูปแบบในการก่อสร้างอย่างสวยงามอีกเช่นกัน และมี รูปแบบการใช้งาน และการจัดสรรการใช้งานของห้องต่างๆ ในตัวพระราชวัง ชมห้องรับแขก ชมห้องนางสนม ชมพระตำหนักของกษัตริย์ ซึ่งมีลวดลายในการตกแต่งอย่างสวยงาม

เย็นรับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

19.00นำท่านเดินทางสู่สนามบินเพื่อบินเข้าสู่เมืองบุคารา โดย HY1056

21.10เหินฟ้าสู่เมืองทัชเค้นท์

22.40ถึงสนามบินเมืองทัชเค้นท์ นำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม TASHKENT CITY HOTEL 4*
วันที่เจ็ด ทัชเคนท์ – กรุงเทพฯ

09.00รับประทานอาหารเช้าภายในโรงแรมพร้อมเช็คเอ้าท์ ออกสายหน่อยนะคะ
นำท่านชม เมืองหลวงทัชเคนท์ ชม จัตุรัสอาเมียร์ ตีมูร์ (Amir Timur Square) ตั้งอยู่ใจกลางเมืองเป็นจัตุรัสขนาดใหญ่และล้อมรอบด้วยตึกใหญ่สูงมากมาย รอบ ๆ วงเวียนติมูร์มีอาคารสำคัญ ๆ หลายแห่งที่ผสมผสานศิลปะแบบอิสลามเข้ากับความทันสมัยแบบรัสเซีย จากจัตุรัสเอมีร์ตีมูร์ จะเป็นจัตุรัสแห่งอิสรภาพ (Independence Square หรือในภาษาท้องถิ่นว่า Mustakilik maydoni) เป็นจัตุรัสที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในอดีตสหภาพโซเวียต ปากทางเข้าทำเป็นเสาโรมัน เหนือประตูทางเข้าทำเป็นรูปนกกระสา (Stork Bird) บินเหนือลูกโลก ถือเป็นสัญลักษณ์แห่งความโชคดีและยืนบนดินแดนแห่งสันติสุขบินดินแดนสีเขียวแห่งนี้ นำท่านชมเมืองที่ถูกวางผังเมืองอย่างสวยงาม ชมสถานที่ราชการที่ถูกสร้างขึ้นใหม่หลังจากผ่านการเกิดแผ่นดินไหวในปี 1966 ชมตึกรัฐสภา กระทรวงการคลัง กระทรวงทรัพยากร กระทรวงคมนาคม มหาวิทยาลัยเก่าแก่ที่สุด และสถานที่ราชการมากมาย ที่ยังคงทิ้งร่องรองในยุคสหภาพโซเวียต

เที่ยงรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
นำท่านชมโบราณสถานมากมายที่ KHASTY IMAM COMPLEX ที่น่าสนใจ มีที่ฝังศพของกษัตริย์ KAFAK SHASHI และ BARAK-KHAN MADRASSAH จากนั้นพาท่านนั่งรถไฟใต้ดิน Metro ที่สะอาดทันสมัย ซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็นรถไฟใต้ดินที่สวยงามที่สุดในโลก แต่ละสถานีตกแต่งด้วยศิลปะตะวันตกและตะวันออกที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว

นำท่านถ่ายรูปด้านนอกโรงละครที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์สถานแด่ ALISHER NAVOI THEATER สร้างโดยชาวญี่ปุ่นในกลางศตวรรษที่ 20 เพื่อระลึกถึงนักปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ที่มีผลงานทางด้านการประพันธ์ ศิลปะ และดนตรี และที่สำคัญยังมีบทบาททางด้านการเมืองด้วย ซึ่งปัจจุบันอยู่ในช่วงปิดปรับปรุง

เย็นรับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
จากนั่นเดินทางสู่สนามบินทัชเค้นท์

23.00ออกเดินทางจากกรุงทัชเคนท์กลับสู่กรุงเทพฯโดยสายการบินอุซเบกิสถานแอร์เวย์เที่ยวบินที่ HY531
วันที่แปด กรุงเทพฯ

07.15ถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพและความประทับใจ


อัตรานี้รวม

1.ค่าตั๋วเครื่องบินของสายการบินอุซเบกิสถานชั้นประหยัด ตลอดการเดินทางรวมถึงสายการบินในประเทศด้วย
2.ค่าภาษีสนามบินทุกแห่ง
3.ค่าเข้าชมโบราณสถานทุกแห่ง ค่าเข้าพิพิธภัณฑ์ทุกแห่งที่ระบุในรายการ
4.ค่าวีซ่าและค่าบริการในการขอวีซ่า
5.ค่าโรงแรมระดับ4* ค่าอาหาร พร้อมน้ำดื่ม
6.ค่าประกันการเดินทางเฉพาะอุบัติเหตุ คนละ 1,000,000 บาทพร้อมค่ารักษาพยาบาลคนละ500,000บาท

อัตรานี้ไม่รวม

1.ค่าใช้จ่ายส่วนตัว อาทิ ค่าโทรศัพท์ ค่าเครื่องดื่ม ค่าซักรีด ฯลฯ
2.ค่าน้ำหนักกระเป๋าที่เกิน 20 กิโลกรัม ( ถ้าเกินทางสายการบินคิดเงินเพิ่ม)
3.ค่านำกล้องถ่ายรูป และกล้องวีดีโอ เข้าไปในสถานที่บางแห่ง (หากมีการเรียกเก็บ)
4.ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3% และบัตรเครดิตชารจ์ที่ทางธนาคารเรียกเก็บ
5.ค่าทิปไกด์ 3USD และคนขับรถ 2USD /วัน รวม 35 ดอลล่าร์ต่อท่าน
6.ค่าขึ้นหอคอย Minaret ทุกๆเมือง

หมายเหตุ

1.บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนโปรแกรม แต่คำนึงถึงผลประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ
2.บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงรายการท่องเที่ยว กรณีที่เกิดเหตุจำเป็นสุดวิสัย อาทิ การล่าช้าของสายการบิน การนัดหยุดงาน การประท้วง ภัยธรรมชาติ การก่อจราจล อุบัติเหตุ ปัญหาการจราจร ฯลฯ ทั้งนี้จะคำนึงและรักษาผลประโยชน์ของผู้เดินทางไว้ให้ได้มากที่สุด
3.เนื่องจากการท่องเที่ยวนี้เป็นการชำระแบบเหมาจ่ายกับบริษัทตัวแทนในต่างประเทศ ท่านไม่สามารถที่จะเรียกร้องเงินคืน ในกรณีที่ท่านปฎิเสธหรือสละสิทธิ์ ในการใช้บริการที่ทางทัวร์จัดให้ ยกเว้นได้ทำการตกลงหรือ แจ้งให้ทราบ ก่อนเดินทางบริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น หากท่านถูกปฎิเสธการตรวจคนเข้าเมือง และจะไม่คืนเงินค่าทัวร์ที่ท่านชำระมาแล้ว หากท่านถูกปฎิเสธการเข้าเมือง อันเนื่องจากการกระทำที่ส่อไปในทางผิดกฎหมาย หรือการหลบหนีเข้าเมืองในกรณีที่ท่านจะใช้หนังสือเดินทางราชการ (เล่มสีน้ำเงิน) เดินทางกับคณะ บริษัทฯ สงวนสิทธิ์ที่จะไม่รับผิดชอบ หากท่านถูกปฎิเสธการเข้าหรือออกนอกประเทศใดประเทศหนึ่ง เพราะโดยปกตินักท่องเที่ยวใช้หนังสือเดินทางบุคคลธรรมดา เล่มสีเลือดหมู
4.ตั๋วเครื่องบินในการเดินทางเป็นหมู่คณะผู้โดยสารจะต้องเดินทางไป-กลับ หากท่านต้องการเลื่อนวันเดินทางกลับ ท่านจะต้องชำระ ค่าใช้จ่ายส่วนต่างที่สายการบินเรียกเก็บโดยสายการบิน เป็นผู้กำหนด ซึ่งทางบริษัทฯ ไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงได้ และในกรณีที่ยกเลิกการเดินทาง ถ้าทางบริษัทได้ออกตั๋วเครื่องบินไปแล้ว ผู้เดินทางต้องรอ Refund ตามระบบของสายการบินเท่านั้น (ในกรณีที่ตั๋วเครื่องบินสามารถทำการ Refund ได้เท่านั้น) ท่านที่จะออกตั๋วเครื่องบินภายในประเทศ เช่น เชียงใหม่ ภูเก็ต หาดใหญ่ ฯลฯ โปรดแจ้งฝ่ายขายก่อนเพื่อขอคำยืนยันว่าทัวร์นั้นๆ ยืนยันการเดินทาง แน่นอน หากท่านออกตั๋วภายในประเทศโดยไม่ได้รับการยืนยันจากพนักงาน แล้วทัวร์นั้นยกเลิก บริษัทฯไม่สามารถรับผิดชอบค่าใช้จ่ายใดๆที่เกี่ยวข้องกับตั๋วเครื่องบินภายในประเทศได้เมื่อท่านจองทัวร์และชำระมัดจำแล้ว หมายถึงท่านยอมรับในข้อความและเงื่อนไขที่บริษัทฯแจ้งแล้วข้างต้น
5.โรงแรมและห้อง ห้องพักในโรงแรมเป็นแบบห้องพักคู่ ( TWN/DBL ) ในกรณีที่ท่านมีความประสงค์จะพักแบบ 3 ท่าน / 3 เตียง ( TRIPLE ROOM ) ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของห้องพักและรูปแบบของห้องพักของแต่ละโรงแรม ซึ่งมักมีความแตกต่างกัน ซึ่งอาจจะทำให้ท่านไม่ได้ห้องพักติดกันตามที่ต้องการ หรือ อาจไม่สามารถจัดห้องที่พักแบบ 3 เตียงได้โรงแรมหลายแห่งในยุโรป จะไม่มีเครื่องปรับอากาศเนื่องจากอยู่ในแถบที่มีอุณหภูมิต่ำ เครื่องปรับอากาศที่มีจะให้บริการในช่วงฤดูร้อนเท่านั้นในกรณีที่มีการจัดประชุมนานาชาติ TRADE FAIRกรุณางดนำของมีคม ทุกชนิด ใส่ในกระเป๋าใบเล็กที่จะถือขึ้นเครื่องบิน เช่น มีดพับ กรรไกรตัดเล็บทุกขนาด ตะไบเล็บ เป็นต้น กรุณาใส่ในกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ห้ามนำติดตัวขึ้นบนเครื่องบินโดยเด็ดขาดวัตถุที่เป็นลักษณะของเหลว อาทิ ครีม โลชั่น น้ำหอม ยาสีฟัน เจล สเปรย์ และเหล้า เป็นต้น จะถูกทำการตรวจอย่างละเอียดอีกครั้ง โดยจะอนุญาตให้ถือขึ้นเครื่องได้ไม่เกิน 10 ชิ้น ในบรรจุภัณฑ์ละไม่เกิน 100 ml. แล้วใส่รวมเป็นที่เดียวกันในถุงใสพร้อมที่จะสำแดงต่อเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตามมาตราองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ ( ICAO )หากท่านซื้อสินค้าปลอดภาษีจากสนามบิน จะต้องปิดผนึกถุงโดยระบุ วันเดินทาง เที่ยวบิน จึงสามารถนำขึ้นเครื่องได้ และห้ามมีร่องรอยการเปิดปากถุงโดยเด็ดขาด

สัมภาระและค่าพนักงานยกสัมภาระ
1.สำหรับน้ำหนักของสัมภาระที่ทางสายการบินอนุญาตให้โหลดใต้ท้องเครื่องบิน คือ 20-30 กิโลกรัม (สำหรับผู้โดยสารชั้นประหยัด/ Economy Class Passenger ซึ่งขึ้นกับแต่ละสายการบิน) การเรียกเก็บค่าระวางน้ำหนักเพิ่มเป็นสิทธิ์ของสายการบินที่ท่านไม่อาจปฎิเสธได้ หาก น้ำหนักกระเป๋าเดินทางเกินกว่าที่สายการบินกำหนด สำหรับกระเป๋าสัมภาระที่ทางสายการบินอนุญาตให้นำขึ้นเครื่องได้ ต้องมีน้ำหนักไม่เกิน 7 กิโลกรัมและมีความกว้าง ( 9.75 นิ้ว ) + ยาว ( 21.5 นิ้ว ) + สูง ( 18 นิ้ว ) ในบางรายการทัวร์ ที่ต้องบินด้วยสายการบินภายในประเทศ น้ำหนักของกระเป๋าอาจจะถูกกำหนดให้ต่ำกว่ามาตราฐานได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของแต่ละสายการบิน บริษัทขอสงวนสิทธิ์ไม่รับภาระ ความรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในน้ำหนักส่วนที่เกินกระเป๋าและสัมภาระที่มีล้อเลื่อนและมีขนาดใหญ่เกินไป ไม่เหมาะกับการเป็นกระเป๋าถือขึ้นเครื่องบิน (Hand carry)การชดเชยค่ากระเป๋า

ในกรณีเกิดการสูญหาย ของมีค่าทุกชนิด
1.ขอแนะนำไม่ควรใส่เข้าไปในกระเป๋าใบใหญ่ที่เช็คไปกับเครื่อง เพราะหากเกิดการสูญหาย สายการบินจะรับผิดชอบชดใช้ตามกฎไออาต้าเท่านั้น ซึ่งจะชดใช้ให้ประมาณ กิโลกรัมละ 20 USD คูณด้วยน้ำหนักกระเป๋าจริง ทั้งนี้จะชดเชยไม่เกิน USD 400 กรณีเดินทางชั้นธรรมดา (Economy) หรือ USD 600 กรณีเดินทางชั้นธุรกิจ (Business) ดังนั้นจึงไม่แนะนำให้โหลดของมีค่าทุกประเภทลงกระเป๋าใบใหญ่ กรณีกระเป๋าใบใหญ่เกิดการสูญหายระหว่างการท่องเที่ยว (ระหว่างทัวร์ไม่ใช่ระหว่างบิน) ซึ่งอยู่ในความความรับผิดชอบของหัวหน้าทัวร์ โดยปกติประกันภัยการเดินทางที่บริษัททัวร์ได้จัดทำให้ลูกค้าจะไม่ครอบคลุมค่าชดเชยในกรณีกระเป๋าใบใหญ่สูญหาย อย่างไรก็ตาม บริษัทฯจะพิจารณาชดเชยค่าเสียหายให้ท่าน โดยชดใช้ตามกฎของสายการบินเท่านั้น นั่นหมายถึงจะชดเชยตามน้ำหนักกระเป๋า คูณ ด้วยค่าชดเชย USD 20 ต่อกิโลกรัมเท่านั้น ดังนั้นท่านจึงไม่ควรโหลดของมีค่าทุกประเภทในกระเป๋าใบใหญ่ เพราะหากเกิดการสูญหาย ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์การชดเชยค่าเสียหายตามรายละเอียดข้างต้นเท่านั้นกรณีกระเป๋าใบเล็ก (Hand Carry) เกิดการสูญหาย บริษัทฯ ไม่สามารถรับผิดชอบชดเชยค่าเสียหายให้ท่านได้ ดังนั้นท่านต้องระวังทรัพย์สินส่วนตัวของท่าน

เอกสารสำหรับยื่นวีซ่า

1.หนังสือเดินทางที่มีอายุการใช้งานเหลือไม่ต่ำกว่า 6 เดือน (นับจากวันเดินทาง)โปรดตรวจสอบก่อนส่งมอบ
2.รูปถ่าย 2 นิ้ว จำนวน 2 รูป (รูปสีถ่ายไม่เกิน 6 เดือน)
3.ระบุตำแหน่งงาน ชื่อ ที่อยู่ บริษัท (กรณี Retired ไม่ต้องระบุ)

การจองทัวร์ /เงื่อนไขการจองทัวร์
1.แจ้งจองทัวร์ผ่านฟอร์มติดต่อด้านล่าง หรือส่งอีเมล์มาที่ info_thailand@planetworldwide.com
2.พร้อมทั้งส่งสำหน้าหน้าแรกของพาสปอร์ต มาที่อีเมล์ info_thailand@planetworldwide.com หรือแฟกซ์ที่เบอร์ 02 744 4955
3.ชำระเงินมัดจำค่าทัวร์

 

1.ชำระเงินมัดจำ 20,000 บาทต่อผู้เดินทาง 1 ท่าน พร้อมส่งหนังสือเดินทาง รูปถ่ายและเอกสารให้ครบ
2.การจองมีผลเมื่อชำระเงินมัดจำแล้วเท่านั้น ส่วนเงินที่เหลือชำระก่อนเดินทาง 30 วัน

การยกเลิกทัวร์
1. ยกเลิกทัวร์หลังการจองทัวร์สมบูรณ์แล้ว บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการเก็บค่ามัดจำ
2. ยกเลิกทัวร์ภายใน 45 วัน ก่อนการเดินทาง บริษัทฯจะเก็บค่ามัดจำทัวร์และค่าใช้จ่ายที่ชำระไปแล้ว 1000 บาท
3. ยกเลิกทัวร์ภายใน 30 วัน ก่อนการเดินทาง บริษัทฯจะเก็บค่าใช้จ่าย 75 % ของราคาทัวร์
4. ยกเลิกทัวร์ภายใน 25วัน ก่อนการเดินทาง บริษัทฯจะเก็บค่าใช้จ่าย 100 % ของราคาทัวร์


สอบถามรายการทัวร์นี้:

สอบถามทัวร์อุซเบกิสถาน เยือนเส้นทางสายไหมในเอเชียกลาง 8 วัน 6 คืน โดยสายการบินอุซเบกิสถานแอร์เวย์
ชื่อลูกค้า: อีมเล์:  เบอร์โทร:

คำค้นหา:  ทัวร์อุซเบกิสถาน ทัวร์อุซเบกิสถาน8วัน ทัวร์อุซเบกีสถาน
TOP